ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษ เกินครึ่งอยากกลับเข้า EU หลังเหตุ Brexit ปี 2020

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษ เกินครึ่งอยากกลับเข้า EU  หลังเหตุ Brexit ปี 2020

หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษ เผยผลสำรวจครั้งใหญ่พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอังกฤษ สนับสนุนให้อังกฤษกลับเข้าร่วมสหภาพยุโรปอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ Brexit อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2020 ขณะที่การผลักดันประเด็นนี้อาจช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้พรรคแรงงานได้แต่รัฐมนตรีระดับสูงบางส่วนยังกังวลว่าการเปิดประเด็น Brexit อาจสร้างความแตกแยกอีกครั้ง


ผลสำรวจโดย Messina Group (TMG) พบว่า การเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับ EU ใหม่ อาจช่วยเพิ่มสัดส่วนคะแนนเสียงของพรรคแรงงานได้มากขึ้น หากนายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดการลงประชามติครั้งใหม่และหาเสียงสนับสนุนการนำอังกฤษกลับเข้าร่วม EU


ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 1 ใน 3 ระบุว่า จำเป็นต้องจัดการลงประชามติว่าจะอยู่หรือออกจาก EU ก่อน ขณะที่มากกว่า 1 ใน 6 มองว่า การได้รับฉันทามติจากการเลือกตั้งทั่วไปก็เพียงพอแล้ว และในสัดส่วนเท่ากันมองว่า รัฐสภาสามารถเป็นผู้ตัดสินใจได้


TMG สำรวจความคิดเห็นประชาชน 11,461 คน ระหว่างวันที่ 12-24 กันยายนที่ผ่านมา โดยถ่วงน้ำหนักตามผลการลงประชามติ Brexit และทดสอบทางเลือก 7 รูปแบบสำหรับความสัมพันธ์กับ EU ซึ่งทางเลือกที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดคือ “การกลับเข้าร่วม EU”  ด้วยยคะแนนเห็นด้วย 49% เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย 28.5% 


อันดับรองลงมาคือ การรักษาความสัมพันธ์ในรูปแบบปัจจุบัน แต่ลดอุปสรรคทางการค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังพยายามดำเนินการผ่านการปรับความสัมพันธ์กับ EU โดยมีผู้สนับสนุน 48.2% และไม่เห็นด้วย 20.9%


ขณะที่ กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มใหญ่ที่สุดระบุว่า ต้องการให้อังกฤษกลับเข้าร่วม EU ทันที ขณะที่ ประมาณ 22.9% ต้องการให้เกิดแนวทางนี้เกิดขึ้นภายใน 3 ปี และ 8.4% ต้องการให้เกิดขึ้นภายใน 10 ปี ขณะที่ 23% ระบุว่าไม่ต้องการให้อังกฤษมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ EU มากขึ้นเลย


ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แนม ของอังกฤษประกาศความต้องการส่วนตัวที่ต้องการให้อังกฤษกลับเข้าร่วมสหภาพยุโรปหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบครึ่งหนึ่ง โดยเบิร์นแฮมใช้การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในการประชุมของพรรคแรงงาน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยการประกาศทบทวนทางเลือกต่าง ๆ สำหรับความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างอังกฤษกับยุโรป ก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า ทางเลือกดังกล่าวควรรวมถึงการกลับเข้าร่วม EU อย่างเต็มรูปแบบด้วย


อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคแรงงานบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นตัวแทนเขตเลือกตั้งซึ่งลงคะแนนสนับสนุน Brexit ต่างมีความกังวลว่า แม้แต่การทดสอบกระแสสนับสนุนจากประชาชนต่อแนวคิดดังกล่าวแต่ก็อาจเต็มไปด้วยความเสี่ยงทางการเมืองและอาจเปิดทางให้พรรค Reform ของอังกฤษได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น


ก่อนที่เบิร์นแฮมจะกล่าวสุนทรพจน์ รัฐมนตรีหลายคนออกมาเตือนต่อสาธารณะให้ระมัดระวังกับแนวทางดังกล่าว โดบ “ลูซี พาวเวลล์” รองหัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า แม้ความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและความมั่นคงจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่การเดินหน้าไปไกลกว่าแผนปรับความสัมพันธ์กับ EU ที่สืบทอดมาจากยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีเคีบร์ สตาร์เมอร์นั้น “เป็นไปไม่ได้และไม่พึงปรารถนา”


ทั้งนี้ รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของอังกฤษคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่าเห็นได้ชัดว่า Brexit “ไม่ได้ผล” และคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ก็ไม่ได้รับการทำตาม ดังนั้นเบอร์แนมก็พูดถูกที่เปิดประเด็นว่าความสัมพันธ์ในอนาคตควรเป็นอย่างไร แต่เขาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังอย่างเพราะเราไม่ต้องการปลุกความแตกแยกให้กลับมาอีก

สรุปข่าว

ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษที่มีสิทธิเลือกตั้งเกือบครึ่งหนุนอังกฤษกลับเข้าสหภาพยุโรป หลังเหตุการณ์ Brexit ปี 2020 หวังช่วยเพิ่มคะแนนพรรคแรงงานของนายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แนม

หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษ เผยผลสำรวจครั้งใหญ่พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอังกฤษ สนับสนุนให้อังกฤษกลับเข้าร่วมสหภาพยุโรปอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ Brexit อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2020 ขณะที่การผลักดันประเด็นนี้อาจช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้พรรคแรงงานได้แต่รัฐมนตรีระดับสูงบางส่วนยังกังวลว่าการเปิดประเด็น Brexit อาจสร้างความแตกแยกอีกครั้ง


ผลสำรวจโดย Messina Group (TMG) พบว่า การเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับ EU ใหม่ อาจช่วยเพิ่มสัดส่วนคะแนนเสียงของพรรคแรงงานได้มากขึ้น หากนายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดการลงประชามติครั้งใหม่และหาเสียงสนับสนุนการนำอังกฤษกลับเข้าร่วม EU


ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 1 ใน 3 ระบุว่า จำเป็นต้องจัดการลงประชามติว่าจะอยู่หรือออกจาก EU ก่อน ขณะที่มากกว่า 1 ใน 6 มองว่า การได้รับฉันทามติจากการเลือกตั้งทั่วไปก็เพียงพอแล้ว และในสัดส่วนเท่ากันมองว่า รัฐสภาสามารถเป็นผู้ตัดสินใจได้


TMG สำรวจความคิดเห็นประชาชน 11,461 คน ระหว่างวันที่ 12-24 กันยายนที่ผ่านมา โดยถ่วงน้ำหนักตามผลการลงประชามติ Brexit และทดสอบทางเลือก 7 รูปแบบสำหรับความสัมพันธ์กับ EU ซึ่งทางเลือกที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดคือ “การกลับเข้าร่วม EU”  ด้วยยคะแนนเห็นด้วย 49% เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย 28.5% 


อันดับรองลงมาคือ การรักษาความสัมพันธ์ในรูปแบบปัจจุบัน แต่ลดอุปสรรคทางการค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังพยายามดำเนินการผ่านการปรับความสัมพันธ์กับ EU โดยมีผู้สนับสนุน 48.2% และไม่เห็นด้วย 20.9%


ขณะที่ กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มใหญ่ที่สุดระบุว่า ต้องการให้อังกฤษกลับเข้าร่วม EU ทันที ขณะที่ ประมาณ 22.9% ต้องการให้เกิดแนวทางนี้เกิดขึ้นภายใน 3 ปี และ 8.4% ต้องการให้เกิดขึ้นภายใน 10 ปี ขณะที่ 23% ระบุว่าไม่ต้องการให้อังกฤษมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ EU มากขึ้นเลย


ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แนม ของอังกฤษประกาศความต้องการส่วนตัวที่ต้องการให้อังกฤษกลับเข้าร่วมสหภาพยุโรปหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบครึ่งหนึ่ง โดยเบิร์นแฮมใช้การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในการประชุมของพรรคแรงงาน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยการประกาศทบทวนทางเลือกต่าง ๆ สำหรับความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างอังกฤษกับยุโรป ก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า ทางเลือกดังกล่าวควรรวมถึงการกลับเข้าร่วม EU อย่างเต็มรูปแบบด้วย


อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคแรงงานบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นตัวแทนเขตเลือกตั้งซึ่งลงคะแนนสนับสนุน Brexit ต่างมีความกังวลว่า แม้แต่การทดสอบกระแสสนับสนุนจากประชาชนต่อแนวคิดดังกล่าวแต่ก็อาจเต็มไปด้วยความเสี่ยงทางการเมืองและอาจเปิดทางให้พรรค Reform ของอังกฤษได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น


ก่อนที่เบิร์นแฮมจะกล่าวสุนทรพจน์ รัฐมนตรีหลายคนออกมาเตือนต่อสาธารณะให้ระมัดระวังกับแนวทางดังกล่าว โดบ “ลูซี พาวเวลล์” รองหัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า แม้ความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและความมั่นคงจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่การเดินหน้าไปไกลกว่าแผนปรับความสัมพันธ์กับ EU ที่สืบทอดมาจากยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีเคีบร์ สตาร์เมอร์นั้น “เป็นไปไม่ได้และไม่พึงปรารถนา”


ทั้งนี้ รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของอังกฤษคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่าเห็นได้ชัดว่า Brexit “ไม่ได้ผล” และคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ก็ไม่ได้รับการทำตาม ดังนั้นเบอร์แนมก็พูดถูกที่เปิดประเด็นว่าความสัมพันธ์ในอนาคตควรเป็นอย่างไร แต่เขาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังอย่างเพราะเราไม่ต้องการปลุกความแตกแยกให้กลับมาอีก

ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : Reuters