อังกฤษชี้อิหร่านเกี่ยวข้องแผนโจมตีฐานทัพอากาศ อิสราเอลส่งข่าวกรองให้อังกฤษ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อังกฤษชี้อิหร่านเกี่ยวข้องแผนโจมตีฐานทัพอากาศ อิสราเอลส่งข่าวกรองให้อังกฤษ

นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม ให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อวันพุธว่า “มีข้อบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ฐานทัพ RAF Fairford เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา” แต่ย้ำว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งมีความซับซ้อนและร้ายแรง

เขาระบุว่า อังกฤษเชื่อว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอังกฤษไม่ได้กล่าวหาเรื่องนี้อย่างเลื่อนลอย และกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า แผนต้องสงสัยว่าเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ “มีมือของตัวแสดงจากต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน” ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ผู้ต้องสงสัย “อาจ” มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เปิดเผยกับ Fox News ว่า อิสราเอลได้ส่งข้อมูลข่าวกรองให้อังกฤษล่วงหน้า โดยเตือนว่าจะมีการโจมตีและเป็นปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลข่าวกรองดังกล่าว

อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนัก โดยสถานทูตอิหร่านในกรุงลอนดอนระบุว่า ปฏิเสธและประณามการคาดการณ์ที่ “ไร้มูลความจริงและมีเจตนาร้าย” ที่พยายามเชื่อมโยงอิหร่านกับเหตุการณ์ ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อังกฤษกำลัง “มาผิดทาง”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้ฐานทัพอากาศ RAF Fairford ทางตะวันตกของอังกฤษ ซึ่งเป็นฐานที่เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ของสหรัฐฯ ใช้ในการปฏิบัติภารกิจโจมตีอิหร่าน

ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จับกุมชาย 5 คน อายุระหว่าง 23-25 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวอังกฤษและมาจากพื้นที่กรุงลอนดอน ในเบื้องต้นพวกเขาถูกจับในข้อหาเกี่ยวกับวัตถุระเบิด ก่อนจะถูกสอบสวนภายใต้ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบวัตถุระเบิดภายในรถตู้ 3 คันที่อยู่ในพื้นที่ และผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้รับการประกันตัวอย่างรวดเร็ว การปล่อยตัวดังกล่าวทำให้ทรัมป์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่า หากเป็นเขา “คงไม่ทำเช่นนั้น”

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนขึ้น คือสื่ออังกฤษรายงานว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นฝ่ายโทรศัพท์แจ้งตำรวจผ่านหมายเลขฉุกเฉิน 999 ด้วยตัวเอง ก่อนถูกจับกุมเกือบหนึ่งชั่วโมง และก่อนที่เกษตรกรหญิงในพื้นที่จะโทรแจ้งตำรวจ หลังพบกลุ่มชายสวมหน้ากากและรถตู้สีขาว 3 คันใกล้ฐานทัพ

ตำรวจจึงกำลังตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยเกิดเปลี่ยนใจและพยายามหยุดแผนการหรือไม่ หรือการโทรแจ้งตำรวจอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนตั้งแต่ต้น

ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษระบุว่า การเข้าปฏิบัติการเกิดขึ้นจากข้อมูลหลายแหล่ง รวมถึงการแจ้งเบาะแสจากประชาชนเกี่ยวกับรถยนต์หลายคันที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยใกล้ RAF Fairford

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่พบระเบิดแสวงเครื่องภายในรถของผู้ต้องสงสัย แต่พบ “น้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนหนึ่ง” ขณะที่การสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป

สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม ของอังกฤษ เปิดเผยว่า มี “ข้อบ่งชี้อย่างชัดเจน” ว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนต้องสงสัยที่จะก่อเหตุโจมตีฐานทัพอากาศอังกฤษ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ใช้งานอยู่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับการประเมินของสหรัฐฯ ว่าเหตุการณ์นี้มี “ตัวแสดงจากต่างชาติ” เข้ามาเกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม ให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อวันพุธว่า “มีข้อบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ฐานทัพ RAF Fairford เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา” แต่ย้ำว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งมีความซับซ้อนและร้ายแรง

เขาระบุว่า อังกฤษเชื่อว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอังกฤษไม่ได้กล่าวหาเรื่องนี้อย่างเลื่อนลอย และกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า แผนต้องสงสัยว่าเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ “มีมือของตัวแสดงจากต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน” ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ผู้ต้องสงสัย “อาจ” มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เปิดเผยกับ Fox News ว่า อิสราเอลได้ส่งข้อมูลข่าวกรองให้อังกฤษล่วงหน้า โดยเตือนว่าจะมีการโจมตีและเป็นปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลข่าวกรองดังกล่าว

อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนัก โดยสถานทูตอิหร่านในกรุงลอนดอนระบุว่า ปฏิเสธและประณามการคาดการณ์ที่ “ไร้มูลความจริงและมีเจตนาร้าย” ที่พยายามเชื่อมโยงอิหร่านกับเหตุการณ์ ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อังกฤษกำลัง “มาผิดทาง”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้ฐานทัพอากาศ RAF Fairford ทางตะวันตกของอังกฤษ ซึ่งเป็นฐานที่เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ของสหรัฐฯ ใช้ในการปฏิบัติภารกิจโจมตีอิหร่าน

ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จับกุมชาย 5 คน อายุระหว่าง 23-25 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวอังกฤษและมาจากพื้นที่กรุงลอนดอน ในเบื้องต้นพวกเขาถูกจับในข้อหาเกี่ยวกับวัตถุระเบิด ก่อนจะถูกสอบสวนภายใต้ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบวัตถุระเบิดภายในรถตู้ 3 คันที่อยู่ในพื้นที่ และผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้รับการประกันตัวอย่างรวดเร็ว การปล่อยตัวดังกล่าวทำให้ทรัมป์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่า หากเป็นเขา “คงไม่ทำเช่นนั้น”

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนขึ้น คือสื่ออังกฤษรายงานว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นฝ่ายโทรศัพท์แจ้งตำรวจผ่านหมายเลขฉุกเฉิน 999 ด้วยตัวเอง ก่อนถูกจับกุมเกือบหนึ่งชั่วโมง และก่อนที่เกษตรกรหญิงในพื้นที่จะโทรแจ้งตำรวจ หลังพบกลุ่มชายสวมหน้ากากและรถตู้สีขาว 3 คันใกล้ฐานทัพ

ตำรวจจึงกำลังตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยเกิดเปลี่ยนใจและพยายามหยุดแผนการหรือไม่ หรือการโทรแจ้งตำรวจอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนตั้งแต่ต้น

ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษระบุว่า การเข้าปฏิบัติการเกิดขึ้นจากข้อมูลหลายแหล่ง รวมถึงการแจ้งเบาะแสจากประชาชนเกี่ยวกับรถยนต์หลายคันที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยใกล้ RAF Fairford

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่พบระเบิดแสวงเครื่องภายในรถของผู้ต้องสงสัย แต่พบ “น้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนหนึ่ง” ขณะที่การสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters