นักโทษประหารสหรัฐฯ ไม่ตาย หลังถูกฉีดยา 2 โดส

Share on Line Share on Facebook Share on X
นักโทษประหารสหรัฐฯ ไม่ตาย หลังถูกฉีดยา 2 โดส

คริสตา ไพก์ วัย 50 ปี นักโทษประหารหญิงคนแรกของรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ ในรอบ 200 ปี ถูกตัดสินให้ต้องฉีดยาพิษเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจบชีวิตเธอเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันพุธ (30 กันยายน) ตามเวลาท้องถิ่น แต่กระบวนการกลับไม่สำเร็จ โดยทนายความของเธอเปิดเผยว่า ไพก์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังความพยายามในการ “ฉีดยาพิษ” เข้าสู่ร่างกายเธอ 2 ครั้ง ประสบกับความล้มเหลว


ทีมกฎหมายของเธอได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลฎีกาของสหรัฐฯ ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลาง เมื่อคืนวันพุธ เพื่อขอให้ระงับและชะลอการประหารชีวิตเธอลง โดยระบุว่า นางไพก์หมดสติไปแล้ว แต่หัวใจยังคงเต้นอยู่ และมีเสียงกรนดังออกมาให้ได้ยิน - โดยเธอถูกช่วยเหลือตามมาตรการช่วยชีวิต และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา


รายงานเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินยาเพนโทบาร์บิทัล (pentobarbital) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เข้าไปในร่างกายเธอ 2 โดส ก่อนที่ม่านจะปิดลงเพื่อกันสายตาจากพยานที่ร่วมรับชม ขณะที่สื่อมวลชนถูกขอให้ออกนอกห้องด้วย

สรุปข่าว

นักโทษประหารหญิงสหรัฐฯ ถูกฉีดยาให้เสียชีวิต 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทำให้ต้องสั่งระงับการประหารนักโทษที่เหลือของปีนี้ออกไปก่อน

คริสตา ไพก์ วัย 50 ปี นักโทษประหารหญิงคนแรกของรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ ในรอบ 200 ปี ถูกตัดสินให้ต้องฉีดยาพิษเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจบชีวิตเธอเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันพุธ (30 กันยายน) ตามเวลาท้องถิ่น แต่กระบวนการกลับไม่สำเร็จ โดยทนายความของเธอเปิดเผยว่า ไพก์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังความพยายามในการ “ฉีดยาพิษ” เข้าสู่ร่างกายเธอ 2 ครั้ง ประสบกับความล้มเหลว


ทีมกฎหมายของเธอได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลฎีกาของสหรัฐฯ ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลาง เมื่อคืนวันพุธ เพื่อขอให้ระงับและชะลอการประหารชีวิตเธอลง โดยระบุว่า นางไพก์หมดสติไปแล้ว แต่หัวใจยังคงเต้นอยู่ และมีเสียงกรนดังออกมาให้ได้ยิน - โดยเธอถูกช่วยเหลือตามมาตรการช่วยชีวิต และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา


รายงานเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินยาเพนโทบาร์บิทัล (pentobarbital) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เข้าไปในร่างกายเธอ 2 โดส ก่อนที่ม่านจะปิดลงเพื่อกันสายตาจากพยานที่ร่วมรับชม ขณะที่สื่อมวลชนถูกขอให้ออกนอกห้องด้วย

AP เผยว่า ตามแนวทางการประหารชีวิตของรัฐเทนเนสซี ระบุเอาไว้ว่า สามารถฉีกยาโดสที่ 2 ให้กับนักโทษประหารได้ หากฉีดโดสแรกแล้วยังไม่เสียชีวิต แต่ไม่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องทำอย่างไรต่อ หากคนผู้นั้นยังไม่เสียชีวิตหลังได้รับยาโดสที่ 2 ทำให้เมื่อครบขั้นตอน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินการอื่นเพิ่มเติมได้


ทีมกฎหมายของไพก์ระบุว่า การประหารครั้งนี้เป็นการประหารที่ผิดพลาด (botched execution) และตั้งข้อสังเกตหลายเรื่อง ทั้งปัญหาการหาเส้นเลือด เส้นเลือดเสียหาย คุณภาพของยา และการเตรียมพร้อมทางการแพทย์ ขณะที่กรมราชทัณฑ์เทนเนสซียืนยันว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบการประหารทุกขั้นตอนแล้ว 


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานร่วมกับทีมกฎหมายของไพก์ประเมินว่า เป็นไปได้ว่าปริมาณยาเพนโทบาร์บิทอลในกระแสเลือดของเธอ “ไม่สูงพอที่จะทำให้หยุดหายใจ และระบบหัวใจล้มเหลว” และยังกังวลว่าเธออาจบาดเจ็บทางสมองในช่วงเวลาที่ล่าช้าก่อนเริ่มการช่วยชีวิต

ด้านผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี บิล ลี สั่งให้มีการสอบสวนโดยบุคคลที่ 3 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมระงับการประหารชีวิตที่เหลืออยู่ของรัฐในปีนี้


ทั้งนี้ คริสตา ไพก์ ถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อปี 1996 จากเหตุเมื่อปี 1996 ซึ่งเธอมีอายุ 18 ปีในขณะนั้น พร้อมกับสามี ทาดาริล ชิปป์ ได้ทำร้าย ทรมาน และสังหารคอลลีน สเลมเมอร์ วัย 19 ปี

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Tennessee Department of Corrections