เผยข้อมูลผู้ช่วยนักบิน ก่อเหตุแทง “ฟลายดูไบ” โยงก่อการร้าย-เกลียดผู้หญิง

สำนักข่าว CNN รายงานว่า พบภาพที่เกี่ยวข้องกับการ “ก่อการร้าย” ในโซเชียลมีเดียของผู้ช่วยนักบินชาวโอมานที่ก่อเหตุแทงกัปตันชาวอินเดียบนเครื่องบินของสายการบิน “ฟลายดูไบ” (Flydubai) ที่มุ่งหน้าไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
-พบภาพสื่อถึงก่อการร้าย และ ความเกลียดชังต่อผู้หญิง
ภาพดังกล่าวถูกพบในโปรไฟล์ LinkedIn ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าในโปรไฟล์ LinkedIn ของผู้ช่วยนักบินคนนี้ มีโพสต์เพียง 2 โพสต์ และทั้งสองโพสต์ถูกเผยแพร่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันราว 9 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เผยแพร่โพสต์เหล่านั้นหรือโพสต์ดังกล่าวถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้าหรือไม่
สำหรับโพสต์แรก เป็นคลิปหลายคลิปที่ถ่ายภายในห้องนักบินของเครื่องบิน โบอิ้ง 737 Max 8 ของสายการบิน Flydubai ลำที่เกิดเหตุโดยเครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดในซาอุดีอาระเบียจากเหตุ CNN ได้ตรวจสอบพิกัดทางภูมิศาสตร์และพบว่าคลิปดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นที่สนามบินนานาชาติดูไบ โดยผู้ถ่ายได้ซูมภาพเข้าไปยังเครื่องบินของสายการบิน El Al ของอิสราเอล ซึ่งในคลิปอื่น ๆ ยังปรากฏเครื่องบินของ El Al อีกหลายลำรวมถึงเครื่องบินของ Arkia ซึ่งเป็นสายการบินอิสราเอลอีกแห่งด้วย
คลิปที่ถูกพบใน LinkedIn จบลงด้วยภาพของ อัยมาน อัล-ซาวาฮิรี ผู้นำอัลกออิดะห์หลังการเสียชีวิตของโอซามา บิน ลาเดน และภาพของ ฮูมัม คาลิล อาบู-มุลาล อัล-บาลาวี ผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในปี 2009 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาของ CIA สหรัฐฯ 7 คน โดยเขาเป็นผู้ภักดีต่ออัลกออิดะห์
ในขณะที่ โพสต์ที่สองบนโปรไฟล์ LinkedIn ของผู้ช่วยนักบินคนนี้เป็นภาพที่สร้างด้วย AI แสดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 3 แห่งของศาสนาอิสลาม ได้แก่ นครเมกกะ เมืองมะดีนะห์ และกรุงเยรูซาเล็ม เชื่อมโยงกันด้วยเส้นแสงต่อเนื่อง ด้านหลังภาพมีบทกวีที่มีเนื้อหาเชิงท้าทายพูดถึงไม่หวาดกลัวต่อความตายและการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง
ขณะที่ CNN ได้วิเคราะห์บัญชี X ของผู้ช่วยนักบินคนนี้ แต่ถูกลบบัญชีไปแล้ว และพบว่า เขาแสดงตัวว่าเป็นผู้เคร่งศาสนาอย่างมาก และมีเนื้อหาที่แสดงทัศนคติเชิง “เกลียดชังผู้หญิง” ในโพสต์ที่ถูกลบบน X มีการพูดถึงความยากลำบากของแม่ของเขา ที่พยายามจะหาผู้หญิงมาแต่งงานกับเขาและยอมรับเงื่อนไขของเขา ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวรวมถึงความต้องการที่จะให้ภรรยาสวม “นิกอบ” หรือผ้าคลุมปิดใบหน้า และต้องการให้ผู้หญิงลาออกจากงานทำทันเมื่อแต่งงานกัน
โพสต์หนึ่งบน X เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 ระบุว่า ผู้หญิงทุกคนปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว ก่อนที่แม่ของเขาจะบอกพวกเธอว่า “ลูกชายของฉันเป็นนักบิน” และทุกคนก็ยอมรับในทันที ขณะที่โพสต์อื่น ๆ ยังวิพากษ์วิจารณ์สถานที่ทำงานที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยอ้างว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลในทางเสื่อมเสียต่อผู้หญิง ส่วนในโพสต์เมื่อเดือนมกราคม 2022 เขาตั้งคำถามว่ามีผู้หญิงที่ดีและเคร่งศาสนากี่คนแล้วที่ถูกทำลายจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งชายและหญิง และถูกชักจูง โดย CNN ได้วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่โพสต์ที่ถูกลบเกือบ 3,000 โพสต์ ซึ่งเผยแพร่ระหว่างปี 2021-2022 โดยใช้ระบบค้นหาด้วย AI
สรุปข่าว
สำนักข่าว CNN รายงานว่า พบภาพที่เกี่ยวข้องกับการ “ก่อการร้าย” ในโซเชียลมีเดียของผู้ช่วยนักบินชาวโอมานที่ก่อเหตุแทงกัปตันชาวอินเดียบนเครื่องบินของสายการบิน “ฟลายดูไบ” (Flydubai) ที่มุ่งหน้าไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
-พบภาพสื่อถึงก่อการร้าย และ ความเกลียดชังต่อผู้หญิง
ภาพดังกล่าวถูกพบในโปรไฟล์ LinkedIn ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าในโปรไฟล์ LinkedIn ของผู้ช่วยนักบินคนนี้ มีโพสต์เพียง 2 โพสต์ และทั้งสองโพสต์ถูกเผยแพร่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันราว 9 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เผยแพร่โพสต์เหล่านั้นหรือโพสต์ดังกล่าวถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้าหรือไม่
สำหรับโพสต์แรก เป็นคลิปหลายคลิปที่ถ่ายภายในห้องนักบินของเครื่องบิน โบอิ้ง 737 Max 8 ของสายการบิน Flydubai ลำที่เกิดเหตุโดยเครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดในซาอุดีอาระเบียจากเหตุ CNN ได้ตรวจสอบพิกัดทางภูมิศาสตร์และพบว่าคลิปดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นที่สนามบินนานาชาติดูไบ โดยผู้ถ่ายได้ซูมภาพเข้าไปยังเครื่องบินของสายการบิน El Al ของอิสราเอล ซึ่งในคลิปอื่น ๆ ยังปรากฏเครื่องบินของ El Al อีกหลายลำรวมถึงเครื่องบินของ Arkia ซึ่งเป็นสายการบินอิสราเอลอีกแห่งด้วย
คลิปที่ถูกพบใน LinkedIn จบลงด้วยภาพของ อัยมาน อัล-ซาวาฮิรี ผู้นำอัลกออิดะห์หลังการเสียชีวิตของโอซามา บิน ลาเดน และภาพของ ฮูมัม คาลิล อาบู-มุลาล อัล-บาลาวี ผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในปี 2009 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาของ CIA สหรัฐฯ 7 คน โดยเขาเป็นผู้ภักดีต่ออัลกออิดะห์
ในขณะที่ โพสต์ที่สองบนโปรไฟล์ LinkedIn ของผู้ช่วยนักบินคนนี้เป็นภาพที่สร้างด้วย AI แสดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 3 แห่งของศาสนาอิสลาม ได้แก่ นครเมกกะ เมืองมะดีนะห์ และกรุงเยรูซาเล็ม เชื่อมโยงกันด้วยเส้นแสงต่อเนื่อง ด้านหลังภาพมีบทกวีที่มีเนื้อหาเชิงท้าทายพูดถึงไม่หวาดกลัวต่อความตายและการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง
ขณะที่ CNN ได้วิเคราะห์บัญชี X ของผู้ช่วยนักบินคนนี้ แต่ถูกลบบัญชีไปแล้ว และพบว่า เขาแสดงตัวว่าเป็นผู้เคร่งศาสนาอย่างมาก และมีเนื้อหาที่แสดงทัศนคติเชิง “เกลียดชังผู้หญิง” ในโพสต์ที่ถูกลบบน X มีการพูดถึงความยากลำบากของแม่ของเขา ที่พยายามจะหาผู้หญิงมาแต่งงานกับเขาและยอมรับเงื่อนไขของเขา ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวรวมถึงความต้องการที่จะให้ภรรยาสวม “นิกอบ” หรือผ้าคลุมปิดใบหน้า และต้องการให้ผู้หญิงลาออกจากงานทำทันเมื่อแต่งงานกัน
โพสต์หนึ่งบน X เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 ระบุว่า ผู้หญิงทุกคนปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว ก่อนที่แม่ของเขาจะบอกพวกเธอว่า “ลูกชายของฉันเป็นนักบิน” และทุกคนก็ยอมรับในทันที ขณะที่โพสต์อื่น ๆ ยังวิพากษ์วิจารณ์สถานที่ทำงานที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยอ้างว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลในทางเสื่อมเสียต่อผู้หญิง ส่วนในโพสต์เมื่อเดือนมกราคม 2022 เขาตั้งคำถามว่ามีผู้หญิงที่ดีและเคร่งศาสนากี่คนแล้วที่ถูกทำลายจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งชายและหญิง และถูกชักจูง โดย CNN ได้วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่โพสต์ที่ถูกลบเกือบ 3,000 โพสต์ ซึ่งเผยแพร่ระหว่างปี 2021-2022 โดยใช้ระบบค้นหาด้วย AI
-ผู้ช่วยนักบินเขาเป็นใครกันแน่ ?
CNN เปิดเผยว่า ผู้ช่วยนักบินชาวโอมานคนนี้มีชื่อว่า “ฮัมมัม อัล-ฮัมมามี” เกิดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีพ่อเป็นชาวโอมานและแม่เป็นชาวซีเรีย เขาใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หลายปี จากการตรวจสอบโซเชียลมีเดียหลายๆ แพลตฟอร์ม CNN รายงานว่า ในโปรไฟล์ LinkedIn ระบุว่า เขาศึกษาที่มหาวิทยาลัย Buckinghamshire New University ในอังกฤษ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านการจัดการการบินในปี 2023
เขาทำงานกับสายการบิน Oman Air เป็นเวลา 7 ปี และถูกสายการบิน Oman Air ขอให้ออกจากงานในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 หลังมีข้อกังวลเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งของเขา จากนั้นเข้าทำงานกับ Royal Air Maroc ในเดือนมิถุนายน 2025 และออกจากงานในเดือนมกราคม ปี 2026 แม้ในโปรไฟล์ไม่ได้ระบุถึงการทำงานกับ Flydubai แต่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่าเขาเพิ่งเข้ามาทำงานกับ Flydubai เพียงแค่ 9 เดือนเท่านั้น
-การสอบสวนความเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย
คำถามกำลังเพิ่มขึ้นว่า เหตุใดพลเมืองโอมานซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ให้การรับรองอิสราเอล จึงได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักบินในเที่ยวบินที่เดินทางไปยังกรุงเทลอาวีฟ ทั้งที่อิสราเอลมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการบินที่เข้มงวดอย่างมาก
เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งบอกกับ CNN ว่า หน่วยงานของอิสราเอลหลายแห่ง รวมถึง กองกำลัง “ชินเบต มอสสาด กองทัพ” รวมถึงกระทรวงคมนาคม กำลังสอบสวนว่า นักบินชาวโอมานรายนี้เข้ามาเป็นหนึ่งในลูกเรือของเที่ยวบินได้อย่างไร
ด้าน นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าผู้ก่อเหตุได้ถูกสอบสวนในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอด และอิสราเอลมีส่วนร่วมในการสอบสวนด้วย เนทันยาฮูกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด ประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเห็นด้วยที่จะให้อิสราเอลเข้าร่วมการสอบสวนผู้ต้องสงสัยรายนี้
ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดี อัยการสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเปิดการสอบสวนว่า เหตุการณ์โจมตีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับ “กิจกรรมก่อการร้าย” หรือไม่และมีการ “วางแผนหรือได้รับคำสั่งล่วงหน้า” หรือไม่ด้วย โดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีอำนาจสอบสวนเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเครื่องบินจดทะเบียนในประเทศ และกฎหมายของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีผลบังคับใช้กับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินของประเทศ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นนอกอาณาเขตของประเทศก็ตาม
- “24 ปี วินาศกรรม 9/11” ฝันร้ายที่โลกไม่ลืม สู่การยกระดับความมั่นคงโลก
- คนร้ายจุดไฟเผยคนในห้างที่รัฐโคโลราโด เอฟบีไอระบุเป็นเหตุก่อการร้าย
- ศาลจีนสั่งประหารชีวิตชายก่อเหตุสังหารแม่-เด็กญี่ปุ่นด้วยมีดเมื่อปีที่แล้ว
- กลุ่มมือปืนปากีสถานเปิดฉากยิงกลางทางหลวง ตาย 41 เจ็บ 20
- ชายอัฟกันวางแผน “ก่อการร้าย” ในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
