“นาจิบ ราซัก” อดีตผู้นำมาเลเซีย จำคุกต่อ หาเงินจ่ายค่าปรับตามเงื่อนไขไม่ได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
“นาจิบ ราซัก” อดีตผู้นำมาเลเซีย จำคุกต่อ หาเงินจ่ายค่าปรับตามเงื่อนไขไม่ได้

“นาจิบ ราซัก” อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่า ตอนนี้เขายังไม่สามารถชำระค่าปรับ 50 ล้านริงกิต หรือมากกว่า 409 ล้านบาทได้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการรับโทษจำคุกที่บ้านได้ เนื่องจากทรัพย์สินและบัญชีธนาคารส่วนหนึ่งยังถูกรัฐบาลอายัดไว้

ทีมกฎหมายจากสำนักงาน Shafee & Co. ระบุว่า ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ของนาจิบในส่วนสำคัญยังอยู่ภายใต้คำสั่งอายัดทรัพย์และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล ทำให้การจัดการหรือจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของนาจิบแต่เพียงผู้เดียว

สรุปข่าว

นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังไม่สามารถชำระค่าปรับ 50 ล้านริงกิต หรือกว่า 409 ล้านบาทได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับโทษจำคุกที่บ้าน เนื่องจากทรัพย์สินและบัญชีธนาคารส่วนใหญ่ถูกรัฐบาลอายัด ทำให้ยังคงต้องถูกคุมขังที่เรือนจำคาจังต่อไป แทนที่จะย้ายไปกักบริเวณที่บ้านได้ตามพระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไข

“นาจิบ ราซัก” อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่า ตอนนี้เขายังไม่สามารถชำระค่าปรับ 50 ล้านริงกิต หรือมากกว่า 409 ล้านบาทได้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการรับโทษจำคุกที่บ้านได้ เนื่องจากทรัพย์สินและบัญชีธนาคารส่วนหนึ่งยังถูกรัฐบาลอายัดไว้

ทีมกฎหมายจากสำนักงาน Shafee & Co. ระบุว่า ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ของนาจิบในส่วนสำคัญยังอยู่ภายใต้คำสั่งอายัดทรัพย์และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล ทำให้การจัดการหรือจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของนาจิบแต่เพียงผู้เดียว

แถลงการณ์ระบุว่า “ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ลูกความของเรากำลังขอคำปรึกษาและพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ว่าจะดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวให้ดีที่สุดได้อย่างไร”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 กันยายน คณะกรรมการพิจารณาพระราชทานอภัยโทษแห่งเขตสหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งมี สุลต่านอิบราฮิม สุลต่านอิสกันดาร์ กษัตริย์มาเลเซีย เป็นประธาน มีมติให้เขาสามารถรับโทษจำคุกส่วนที่เหลือที่บ้านได้จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องชำระค่าปรับจำนวน 50 ล้านริงกิต

ทีมกฎหมายของราซักระบุว่า เนื่องจากการย้ายไปกักบริเวณที่บ้านขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด เขาจึงจะยังคงอยู่ที่เรือนจำคาจังไปก่อน และจะยังไม่สามารถย้ายไปกักบริเวณที่บ้านได้จนกว่าจะชำระค่าปรับต่อศาล

และแถลงการณ์ระบุว่า อดีตผู้นำมาเลเซียรู้สึก “ซาบซึ้งอย่างยิ่ง” ต่อผู้ที่ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไข และเน้นย้ำว่าไม่ต้องการให้พรรค สมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน หรือประชาชนทั่วไป รู้สึกว่าต้องแบกรับภาระหรือมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือเขา

ทีมกฎหมายระบุว่า ผู้ที่เลือกให้การสนับสนุนสามารถดำเนินการได้ตามความสมัครใจและตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน พร้อมระบุว่าความมีน้ำใจดังกล่าวเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับราซักในช่วงเวลานี้

ก่อนหน้านี้ พรรค UMNO ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือนาจิบในการชำระค่าปรับ โดยมีรายงานว่าสามารถระดมเงินได้มากกว่า 634,000 ริงกิต หรือเกือบ 5.2 ล้านบาท ภายใน 3 ชั่วโมงแรก หลังเปิดรับบริจาค

ที่มาข้อมูล : CNA

ที่มารูปภาพ : AFP