เกาหลีใต้เตรียมรื้อคดีคนหาย 310,000 คน หลังพบช่องโหว่รีบปิดคดี

Share on Line Share on Facebook Share on X
เกาหลีใต้เตรียมรื้อคดีคนหาย 310,000 คน หลังพบช่องโหว่รีบปิดคดี

ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมรื้อทบทวนคดีคนหายราว 310,000 กรณีในช่วง 3 ปี หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงในการทำคดีและการปิดคดีโดยไม่สอบสวนเต็มรูปแบบ


ชนวนสำคัญมาจากตำรวจบนเกาะเจจูที่ถูกกล่าวหาว่า ปิดคดีคนหายเท็จอย่างน้อย 2 คดี ก่อนพบว่าผู้สูญหายเสียชีวิตแล้ว


ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง สั่งสอบสวนและปฏิรูประบบ ขณะที่รัฐบาลยอมรับว่ากฎหมายปัจจุบันยังจำกัดอำนาจตำรวจในการติดตาม ผู้ใหญ่ที่หายตัวไป


ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมรื้อทบทวนคดีคนหายครั้งใหญ่ ครอบคลุมรายงานผู้สูญหายราว 310,000 กรณีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อกระบวนการทำงานของตำรวจ หลังเจ้าหน้าที่นายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า ปิดคดีคนหายอย่างไม่ถูกต้องอย่างน้อย 2 คดี โดยอ้างว่าสามารถติดต่อผู้สูญหายได้แล้ว ก่อนที่ภายหลังจะพบว่า บุคคลทั้งสองเสียชีวิต

สรุปข่าว

ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมทบทวนคดีคนหายราว 310,000 กรณีในช่วง 3 ปี หลังพบเจ้าหน้าที่ปิดคดีโดยไม่สอบสวนจนผู้สูญหายเสียชีวิต ขณะที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สั่งปฏิรูประบบและแก้ช่องโหว่ทางกฎหมายที่จำกัดการติดตามผู้ใหญ่ที่หายตัวไป

ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมรื้อทบทวนคดีคนหายราว 310,000 กรณีในช่วง 3 ปี หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงในการทำคดีและการปิดคดีโดยไม่สอบสวนเต็มรูปแบบ


ชนวนสำคัญมาจากตำรวจบนเกาะเจจูที่ถูกกล่าวหาว่า ปิดคดีคนหายเท็จอย่างน้อย 2 คดี ก่อนพบว่าผู้สูญหายเสียชีวิตแล้ว


ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง สั่งสอบสวนและปฏิรูประบบ ขณะที่รัฐบาลยอมรับว่ากฎหมายปัจจุบันยังจำกัดอำนาจตำรวจในการติดตาม ผู้ใหญ่ที่หายตัวไป


ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมรื้อทบทวนคดีคนหายครั้งใหญ่ ครอบคลุมรายงานผู้สูญหายราว 310,000 กรณีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อกระบวนการทำงานของตำรวจ หลังเจ้าหน้าที่นายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า ปิดคดีคนหายอย่างไม่ถูกต้องอย่างน้อย 2 คดี โดยอ้างว่าสามารถติดต่อผู้สูญหายได้แล้ว ก่อนที่ภายหลังจะพบว่า บุคคลทั้งสองเสียชีวิต

กรณีดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมเกาหลีใต้ และนำไปสู่คำถามว่า ที่ผ่านมาอาจมีคดีคนหายอีกจำนวนเท่าใดที่ถูกปิดลงโดยไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเพียงพอ


ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง มีคำสั่งให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการรับมือคดีคนหาย พร้อมสั่งให้สำนักงานตำรวจจัดทำแผนปฏิรูประบบ ขณะที่ ยุน โฮ-จอง รัฐมนตรีมหาดไทยเกาหลีใต้ ออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยยอมรับว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึง ช่องโหว่ร้ายแรงในระบบรับมือคดีคนหายของตำรวจเกาหลีใต้


ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยยิ่งสร้างความกังวล เมื่อในปี 2025 เพียงปีเดียว เกาหลีใต้มีรายงานคนหายมากกว่า 70,000 กรณี และคดีถึง 99.7% ถูกปิดลงโดยไม่มีการเปิดสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่มีผู้สูญหายอย่างน้อย 931 คนที่ภายหลังถูกพบว่าเสียชีวิต


หนึ่งในปัญหาสำคัญอยู่ที่ข้อจำกัดทางกฎหมายของเกาหลีใต้ ซึ่งให้อำนาจตำรวจในการติดตามผู้สูญหายอย่างเต็มรูปแบบเฉพาะบางกลุ่ม ได้แก่ เด็ก บุคคลออทิสติก ผู้มีภาวะสมองเสื่อม และผู้มีความพิการทางจิต โดยตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งจากโทรศัพท์ ส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบ DNA กับสมาชิกในครอบครัวได้


แต่หากผู้สูญหายเป็น ผู้ใหญ่ทั่วไป หลายกรณีกลับถูกจัดอยู่ในประเภท “ออกจากบ้านโดยสมัครใจ” ทำให้ตำรวจมีอำนาจจำกัดในการติดตามค้นหา และอาจไม่มีการสอบสวนเชิงลึกต่อไป


ช่องว่างดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาใหม่ เพราะตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองเกาหลีใต้เสนอร่างกฎหมายมากกว่า 10 ฉบับ เพื่อเพิ่มอำนาจให้ตำรวจสามารถติดตามผู้ใหญ่ที่หายตัวไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีร่างกฎหมายใดผ่านความเห็นชอบ

ชนวนสำคัญของเรื่องนี้เกิดขึ้นบนเกาะเจจู หลังตำรวจจับกุมเจ้าหน้าที่นายหนึ่งซึ่งรับผิดชอบคดีคนหายหลายคดี โดยหนึ่งในนั้นคือกรณีของ จาง มี-รัน หญิงวัย 37 ปี


สามีของเธอเข้าแจ้งความหลังจางหายตัวไปเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม แต่เพียง 2 ชั่วโมงครึ่งหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวกลับสั่งปิดคดี โดยแจ้งกับสามีว่า สามารถติดต่อจางได้แล้ว และเธอระบุว่าไม่ต้องการเปิดเผยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน


แต่ 104 วันหลังจากที่มีผู้พบเห็นเธอเป็นครั้งสุดท้าย กลับมีการพบร่างของจางในสวนปาล์ม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เธอปรากฏตัวครั้งสุดท้ายเพียงประมาณ 400 เมตร


การค้นพบดังกล่าวจึงนำไปสู่ข้อสงสัยครั้งใหญ่ว่า ตำรวจสามารถติดต่อกับเธอได้จริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ และเหตุใดคดีจึงถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ท้ายที่สุดผู้สูญหายกลับถูกพบว่าเสียชีวิต


ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคนเดียวกันยังถูกตรวจสอบจากกรณี ชายวัยกว่า 60 ปี ที่ครอบครัวแจ้งหายเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม แต่คดีถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบร่างของชายคนดังกล่าวในอีกไม่กี่วันต่อมา


ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานผู้สูญหายบนเกาะเจจูอีกอย่างน้อย 2 ราย ที่ภายหลังถูกพบว่าเสียชีวิตเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับกุมยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าเขาสามารถติดต่อกับบุคคลที่ถูกแจ้งหายได้จริงก่อนตัดสินใจปิดคดี ปัจจุบันเขาถูกตั้งข้อหาหลายกระทง รวมถึง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปลอมแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการ


คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสอบสวนการทำงานของตำรวจนายหนึ่งเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่การตั้งคำถามต่อ ระบบติดตามคนหายของเกาหลีใต้ทั้งระบบ ว่า ช่องโหว่ทางกฎหมายและการปิดคดีอย่างรวดเร็วในอดีต อาจทำให้ผู้สูญหายจำนวนเท่าใดถูกมองข้ามไป

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Jang Mi-ran's family

แท็กบทความ