ญี่ปุ่นเตรียมติดระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ ในรถยนต์ที่จำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2031

Share on Line Share on Facebook Share on X
ญี่ปุ่นเตรียมติดระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ ในรถยนต์ที่จำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2031

กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) เผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องติดตั้งระบบที่สามารถตรวจจับอาการ “เสียสมาธิหรืออ่อนเพลียขณะขับรถ” ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะจำหน่ายในญี่ปุ่นในเร็ว ๆ นี้ หลังจำนวนอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ

กระทรวงจะปรับแก้ข้อบัญญัติของกระทรวงในเดือนกันยายน เพื่อกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องติดตั้ง “ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่” (Driver Monitoring System: DMS) ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2031 เป็นต้นไป ส่วนรถยนต์รุ่นที่มีการผลิตและจำหน่ายอยู่แล้ว จะต้องติดตั้งระบบดังกล่าวภายในปี 2033

สรุปข่าว

ญี่ปุ่นเตรียมบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยใหม่ ประกาศให้รถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกันยายน 2031 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ เพื่อลดอุบัติเหตุจากอาการอ่อนเพลีย และการเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) เผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องติดตั้งระบบที่สามารถตรวจจับอาการ “เสียสมาธิหรืออ่อนเพลียขณะขับรถ” ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะจำหน่ายในญี่ปุ่นในเร็ว ๆ นี้ หลังจำนวนอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ

กระทรวงจะปรับแก้ข้อบัญญัติของกระทรวงในเดือนกันยายน เพื่อกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องติดตั้ง “ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่” (Driver Monitoring System: DMS) ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2031 เป็นต้นไป ส่วนรถยนต์รุ่นที่มีการผลิตและจำหน่ายอยู่แล้ว จะต้องติดตั้งระบบดังกล่าวภายในปี 2033

ระบบ DMS ใช้ “กล้องและเซ็นเซอร์” ที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่ เพื่อตรวจสอบระดับความสนใจและสมาธิในการขับรถ ตัวอย่างเช่น หากระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่กำลังมองโทรศัพท์มือถือ ก็จะแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่กลับมาให้ความสนใจกับถนน

ภายใต้กฎระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงคมนาคม ระบบ DMS จะต้องส่งเสียงเตือนหากผู้ขับขี่ ก้มมองมือของตนเองนาน 3.5 วินาที ขณะขับรถด้วยความเร็วตั้งแต่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ส่วนในกรณีที่รถวิ่งด้วยความเร็วระหว่าง 20-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะต้องแจ้งเตือนหากผู้ขับขี่ละสายตาหรือก้มมองมือนาน 6 วินาที

นอกจากนี้ เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วระหว่าง 70-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบ DMS จะตรวจสอบทั้งการเคลื่อนไหวของเปลือกตาและการขยับพวงมาลัย หากตรวจพบสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผู้ขับขี่กำลังง่วงหรือมีอาการหลับใน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทันที

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยต้า ซูบารุ และมาสด้า ได้ติดตั้งระบบลักษณะนี้ไว้ในรถยนต์หรูบางรุ่นอยู่แล้ว ขณะที่อุปกรณ์ DMS แบบติดตั้งเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ที่ยังไม่มีระบบดังกล่าว มีราคาประมาณ 100,000 เยน หรือราว 20,600 บาท

ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นระบุว่า จำนวน ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2020 และในปี 2025 จำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 148 ราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังระบุด้วยว่า เมื่อพิจารณาอุบัติเหตุทางรถยนต์ในช่วงปี 2021-2025 พบว่า อัตราการเสียชีวิตสูงกว่าถึง 3.4 เท่า ในกรณีที่อุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มือถือ เมื่อเทียบกับอุบัติเหตุที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์

การออกข้อบังคับของญี่ปุ่นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก World Forum for Harmonization of Vehicle Regulations (WP.29) ซึ่งเป็นเวทีของสหประชาชาติด้านการกำหนดมาตรฐานกฎระเบียบยานยนต์ ได้อนุมัติกฎระเบียบเพิ่มเติมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยกฎดังกล่าวครอบคลุมระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการ ง่วงนอนหรือเสียสมาธิ

ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศแรกที่กำหนดให้รถยนต์ต้องมีระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ โดยมาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก และสหภาพยุโรป (EU) ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญที่สุด ภายใต้ General Safety Regulation (GSR) ของสหภาพยุโรป รถยนต์บนท้องถนนรุ่นใหม่ทุกคันจะต้องมีระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการ ง่วงนอน หรือขาดสมาธิ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2024

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป รถยนต์ใหม่ทุกคันที่เข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปยังต้องติดตั้งระบบแจ้งเตือนการเสียสมาธิขณะขับขี่ขั้นสูง ซึ่งสามารถตรวจจับพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าผู้ขับขี่ไม่ได้ให้ความสนใจกับการขับรถอย่างเพียงพอ

ที่มาข้อมูล : The Japan Times

ที่มารูปภาพ : AFP

แท็กบทความ

ญี่ปุ่นรถยนต์
ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่
ความปลอดภัยกฎหมาย