สหรัฐฯ ถอนวีซ่าทูตบราซิล ตอบโต้ที่บราซิลยังไม่รับรองทูตสหรัฐฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ถอนวีซ่าทูตบราซิล ตอบโต้ที่บราซิลยังไม่รับรองทูตสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า สหรัฐฯ ได้เพิกถอนวีซ่าของ “มาเรีย ลุยซา ริเบโร วีโอตตี” เอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตที่ทวีความรุนแรงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า มาตรการดังกล่าว “สามารถยกเลิกได้” หากรัฐบาลบราซิลอนุมัติการแต่งตั้งผู้ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล ซึ่งก็คือ “แดเนียล เปเรซ” นักการเมืองจากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล

สรุปข่าว

สหรัฐฯ เพิกถอนวีซ่าของ “มาเรีย ลุยซา ริเบโร วีโอตตี” เอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐฯ ตอบโต้ที่บราซิลยังไม่รับรอง “แดเนียล เปเรซ” ให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล ชี้เรื่องนี้สามารถยกเลิกได้ หากปัญหาจบลง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า สหรัฐฯ ได้เพิกถอนวีซ่าของ “มาเรีย ลุยซา ริเบโร วีโอตตี” เอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตที่ทวีความรุนแรงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า มาตรการดังกล่าว “สามารถยกเลิกได้” หากรัฐบาลบราซิลอนุมัติการแต่งตั้งผู้ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล ซึ่งก็คือ “แดเนียล เปเรซ” นักการเมืองจากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล

แม้ว่าการแต่งตั้งยังต้องผ่านการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ แต่เปเรซจะยังไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งได้ จนกว่ารัฐบาลบราซิลจะให้ความเห็นชอบตามหลักการทางการทูต

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้แจงว่า มาเรีย ลุยซา ริเบโร วีโอตตี เอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และไม่ได้ถูกบังคับให้ออกจากสหรัฐฯ

ด้านรัฐบาลบราซิลตอบโต้ทันที โดยระบุว่าการตัดสินใจของสหรัฐฯ เป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการทูตอย่างจงใจ โดยแถลงการณ์จากสำนักงานประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ระบุว่า "การตัดสินใจในวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบราซิลอย่างมีเจตนา ซึ่งมีแรงจูงใจจากอุดมการณ์ทางการเมือง"

ก่อนหน้านี้ บราซิลเพิ่งปฏิเสธการออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ สองคน ซึ่งมีแผนเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งของบราซิลเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวทางการทูตของบราซิลระบุว่า การปฏิเสธดังกล่าวเกิดจากความกังวลว่า การเดินทางครั้งนี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลบราซิลประกาศ “ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต” กับอาร์เจนตินาลงสู่ระดับ “อุปทูต” (Chargé d'Affaires) พร้อมขอให้อาร์เจนตินาเรียกเอกอัครราชทูตประจำกรุงบราซิเลียกลับประเทศ หลังเกิดข้อพิพาททางการทูตจากคำพูดของประธานาธิบดีฮาบิเอร์ มิเลย์ ที่กล่าวหาประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ว่าเป็น "หัวขโมย"

การลดระดับเหลือ "อุปทูต" หมายความว่า ทั้งสองประเทศจะไม่มีเอกอัครราชทูตประจำประเทศอีกฝ่ายเป็นการชั่วคราว และให้เจ้าหน้าที่ระดับรองทำหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์แทน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตว่าความสัมพันธ์กำลังตึงเครียด

ที่มาข้อมูล : AFP, euronews.com

ที่มารูปภาพ : Reuters, Canva