
มีรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มเนื้อหาใหม่ลงบน “สมุดปกขาวด้านกลาโหม” ฉบับล่าสุดที่ระบุว่าการเสริมศักยภาพทางทหารและกลาโหมภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คือ “หนทางที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ของประเทศ ไม่เพียงแต่อยู่ในฐานะมาตรการปกป้องประเทศเท่านั้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า การผลิตอาวุธสามารถช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
สมุดปกขาวฉบับนี้ยังเน้นย้ำว่าการลงทุนด้านกลาโหมจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางและนโยบายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่หันมาใช้การใช้จ่ายเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐในวงกว้างขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ สมุดปกขาวด้านกลาโหมยังมีการประเมินภัยคุกคามประจำปีจากทั้งฝั่งจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบของญี่ปุ่น พร้อมระบุว่า ญี่ปุ่นที่ถูกจำกัดการดำเนินกิจกรรมทางทหารมานานหลายทศวรรษ จากข้อจำกัดหลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รวมถึงการสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทสตาร์ทอัพและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์ในการผลิตอาวุธ
สมุดปกขาวสไตล์อนิเมะ
ในส่วนหน้าปกของสมุดปกขาวด้านกลาโหมฉบับล่าสุดของญี่ปุ่น ถูกออกแบบใน “สไตล์อะนิเมะ” เป็นภาพครอบครัวกำลังยิ้มอยู่ท่ามกลางเมืองที่ดูทันสมัยและสว่างไสว แทนที่จะเป็นภาพทหาร อาวุธ และเครื่องหมายทางทหารเหมือนสมุดปกขาวหลายฉบับก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรายหนึ่งกล่าวว่า การออกแบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสื่อถึง “ภาพลักษณ์แห่งอนาคต”
การนำประเด็นด้านการป้องกันประเทศมาเชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง ที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลของทาคาอิจิกำลังเตรียมยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารคาดว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมมากขึ้นไปอีก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยับยั้งจีนไม่ให้เปิดฉากความขัดแย้งกับไต้หวัน ซึ่งอาจดึงญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อได้ โดยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับจีนระบุไว้ว่า กิจกรรมทางทหารและการดำเนินการอื่น ๆ ของจีนเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ และถือเป็นความท้าทายทางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิยังไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลจะจัดหาเงินทุนสำหรับการขยายกองทัพเพิ่มเติมอย่างไร โดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อสถานะการคลังของญี่ปุ่นที่ตึงตัวอยู่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลของเธอได้รับอนุมัติงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์ 122.3 ล้านล้านเยน สำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027 และต่อมาได้เพิ่มงบประมาณเสริมอีก 3.1 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันและความต้องการใช้งบประมาณของภาครัฐที่มีอยู่หลายด้าน
ทั้งนี้ งบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ถูกนำไปใช้กับการจัดหาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ขณะที่คาดว่าหากมีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีกในอนาคต เงินจำนวนมากจะถูกจัดสรรไปยังโดรนและอาวุธไร้คนขับประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางโดยยูเครนในสงครามกับรัสเซีย
สรุปข่าว
มีรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มเนื้อหาใหม่ลงบน “สมุดปกขาวด้านกลาโหม” ฉบับล่าสุดที่ระบุว่าการเสริมศักยภาพทางทหารและกลาโหมภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คือ “หนทางที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ของประเทศ ไม่เพียงแต่อยู่ในฐานะมาตรการปกป้องประเทศเท่านั้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า การผลิตอาวุธสามารถช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
สมุดปกขาวฉบับนี้ยังเน้นย้ำว่าการลงทุนด้านกลาโหมจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางและนโยบายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่หันมาใช้การใช้จ่ายเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐในวงกว้างขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ สมุดปกขาวด้านกลาโหมยังมีการประเมินภัยคุกคามประจำปีจากทั้งฝั่งจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบของญี่ปุ่น พร้อมระบุว่า ญี่ปุ่นที่ถูกจำกัดการดำเนินกิจกรรมทางทหารมานานหลายทศวรรษ จากข้อจำกัดหลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รวมถึงการสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทสตาร์ทอัพและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์ในการผลิตอาวุธ
สมุดปกขาวสไตล์อนิเมะ
ในส่วนหน้าปกของสมุดปกขาวด้านกลาโหมฉบับล่าสุดของญี่ปุ่น ถูกออกแบบใน “สไตล์อะนิเมะ” เป็นภาพครอบครัวกำลังยิ้มอยู่ท่ามกลางเมืองที่ดูทันสมัยและสว่างไสว แทนที่จะเป็นภาพทหาร อาวุธ และเครื่องหมายทางทหารเหมือนสมุดปกขาวหลายฉบับก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรายหนึ่งกล่าวว่า การออกแบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสื่อถึง “ภาพลักษณ์แห่งอนาคต”
การนำประเด็นด้านการป้องกันประเทศมาเชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง ที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลของทาคาอิจิกำลังเตรียมยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารคาดว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมมากขึ้นไปอีก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยับยั้งจีนไม่ให้เปิดฉากความขัดแย้งกับไต้หวัน ซึ่งอาจดึงญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อได้ โดยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับจีนระบุไว้ว่า กิจกรรมทางทหารและการดำเนินการอื่น ๆ ของจีนเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ และถือเป็นความท้าทายทางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิยังไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลจะจัดหาเงินทุนสำหรับการขยายกองทัพเพิ่มเติมอย่างไร โดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อสถานะการคลังของญี่ปุ่นที่ตึงตัวอยู่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลของเธอได้รับอนุมัติงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์ 122.3 ล้านล้านเยน สำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027 และต่อมาได้เพิ่มงบประมาณเสริมอีก 3.1 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันและความต้องการใช้งบประมาณของภาครัฐที่มีอยู่หลายด้าน
ทั้งนี้ งบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ถูกนำไปใช้กับการจัดหาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ขณะที่คาดว่าหากมีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีกในอนาคต เงินจำนวนมากจะถูกจัดสรรไปยังโดรนและอาวุธไร้คนขับประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางโดยยูเครนในสงครามกับรัสเซีย
- ชายหาดฟุกุชิมะเปิดแล้ว ครั้งแรกในรอบ 15 ปี หลังปิดยาวจากเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
- ญี่ปุ่นตั้งหน่วยงานสายลับเอง เทียบชั้น CIA และ MI6 ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ ?
- ญี่ปุ่นเปิดตัวสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ก้าวถอยจากนโยบายสันติวิธี ?
- อากาศร้อนซ้ำแผ่นดินไหวกู้ภัยญี่ปุ่นเริ่มเป็นลมแดด อุณหภูมิแตะ 40 องศา
- ห้างอิออนที่คุมาโมโตะ เกิดระเบิด หลังแผ่นดินไหว ประชาชนติดอยู่ภายในหลายคน
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : Japan Ministry of Defense
