
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับแคนาดา โดยอ้างว่าแคนาดาปล่อยให้หมอกควันหนาทึบจากไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในแคนาดา ลอยเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ โดยที่ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังถูกรุกรานโดยไม่จำเป็นจากอากาศที่สกปรก ปนเปื้อน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมทั้งกล่าวว่าแคนาดาจงใจละเลยปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้น
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า เขาจะโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา เพื่อเรียกร้องคำอธิบายเกี่ยวกับความจงใจละเลยของรัฐบาลแคนาดา พร้อมกล่าวหาว่าแคนาดาไม่ได้ดูแลรักษาป่าไม้และพุ่มไม้ของตนอย่างเหมาะสม
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่า ขณะที่ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอของแคนาดา เรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งความช่วยเหลือมาร่วมดับไฟ แทนที่จะเอาแต่ตำหนิแคนาดา
แต่ทางฝั่งสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนใช้ประเด็นนี้มาสนับสนุนข้อเสนอเดิมของทรัมป์ที่ต้องการให้แคนาดาเป็น "รัฐที่ 51" ของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวแคนาดา และทำให้ชาวแคนาดาจำนวนมากยกเลิกการเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อแสดงการประท้วง ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนเสนอให้ชะลอการเปิดใช้งานสะพาน Gordie Howe International Bridge ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากแคนาดา และจะเชื่อมรัฐออนแทรีโอกับรัฐมิชิแกน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนาดายังไม่ได้ตอบโต้คำขู่เรื่องการขึ้นภาษีของทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์เคยกล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความรับผิดชอบร่วมกันในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาตึงเครียดมาเป็นระยะตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผลจากข้อพิพาททางการค้า เมื่อปีที่แล้วทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการค้าเสรีกับสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน และจนถึงขณะนี้ทั้งสองประเทศก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ได้
มีรายงานด้วยว่า สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ บางคนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าหน้าที่แคนาดา โดยระบุว่า "ความอดทนของเราหมดลงแล้ว" สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า จะไม่ยอมรับคำขอโทษแทนการลงมือแก้ไขอีกต่อไป พร้อมเตือนว่าหากแคนาดายังไม่ดำเนินการ สหรัฐฯ อาจพิจารณาเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการป้องกันและดับไฟป่าข้ามพรมแดน อีกทั้งสมาชิกสภาคองเกรสยังระบุว่า ปัญหาต่าง ๆ เช่น การลงทุนที่ไม่เพียงพอในการจัดการป่าไม้ การลดปริมาณเชื้อเพลิง การเผาควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ลอบวางเพลิงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเพียงพอ
สำหรับสถานการณ์ไฟป่าที่แคนาดา ตามข้อมูลจาก Canadian Wildland Fire Information System ระบุว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ (17 กรกฎาคม) มีไฟป่ากำลังลุกไหม้อยู่ประมาณ 888 จุดทั่วแคนาดา โดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถควบคุมได้ เฉพาะในรัฐออนแทรีโอ มีไฟป่ามากกว่า 190 จุด และหลายจุดยังลุกลามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่าพื้นที่ในแคนาดาถูกไฟป่าเผาทำลายไปแล้วเกือบ 3 ล้านเฮกตาร์ หรือคิดเป็น 18 ล้านไร่ ซึ่งผลกระทบของไฟป่าลุกลามไปไกล โดยหมอกควันหนาทึบได้แผ่ปกคลุมหลายรัฐของสหรัฐฯ ตั้งแต่มินนิโซตา มิชิแกน เพนซิลเวเนีย โอไฮโอ ไปจนถึงนิวยอร์ก และทำให้หลายพื้นที่ประกาศเตือนคุณภาพอากาศในระดับ "เป็นอันตราย" ส่งผลให้กิจกรรมกลางแจ้งจำนวนมากต้องยกเลิก
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับแคนาดา โดยอ้างว่าแคนาดาปล่อยให้หมอกควันหนาทึบจากไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในแคนาดา ลอยเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ โดยที่ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังถูกรุกรานโดยไม่จำเป็นจากอากาศที่สกปรก ปนเปื้อน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมทั้งกล่าวว่าแคนาดาจงใจละเลยปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้น
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า เขาจะโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา เพื่อเรียกร้องคำอธิบายเกี่ยวกับความจงใจละเลยของรัฐบาลแคนาดา พร้อมกล่าวหาว่าแคนาดาไม่ได้ดูแลรักษาป่าไม้และพุ่มไม้ของตนอย่างเหมาะสม
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่า ขณะที่ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอของแคนาดา เรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งความช่วยเหลือมาร่วมดับไฟ แทนที่จะเอาแต่ตำหนิแคนาดา
แต่ทางฝั่งสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนใช้ประเด็นนี้มาสนับสนุนข้อเสนอเดิมของทรัมป์ที่ต้องการให้แคนาดาเป็น "รัฐที่ 51" ของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวแคนาดา และทำให้ชาวแคนาดาจำนวนมากยกเลิกการเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อแสดงการประท้วง ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนเสนอให้ชะลอการเปิดใช้งานสะพาน Gordie Howe International Bridge ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากแคนาดา และจะเชื่อมรัฐออนแทรีโอกับรัฐมิชิแกน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนาดายังไม่ได้ตอบโต้คำขู่เรื่องการขึ้นภาษีของทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์เคยกล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความรับผิดชอบร่วมกันในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาตึงเครียดมาเป็นระยะตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผลจากข้อพิพาททางการค้า เมื่อปีที่แล้วทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการค้าเสรีกับสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน และจนถึงขณะนี้ทั้งสองประเทศก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ได้
มีรายงานด้วยว่า สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ บางคนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าหน้าที่แคนาดา โดยระบุว่า "ความอดทนของเราหมดลงแล้ว" สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า จะไม่ยอมรับคำขอโทษแทนการลงมือแก้ไขอีกต่อไป พร้อมเตือนว่าหากแคนาดายังไม่ดำเนินการ สหรัฐฯ อาจพิจารณาเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการป้องกันและดับไฟป่าข้ามพรมแดน อีกทั้งสมาชิกสภาคองเกรสยังระบุว่า ปัญหาต่าง ๆ เช่น การลงทุนที่ไม่เพียงพอในการจัดการป่าไม้ การลดปริมาณเชื้อเพลิง การเผาควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ลอบวางเพลิงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเพียงพอ
สำหรับสถานการณ์ไฟป่าที่แคนาดา ตามข้อมูลจาก Canadian Wildland Fire Information System ระบุว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ (17 กรกฎาคม) มีไฟป่ากำลังลุกไหม้อยู่ประมาณ 888 จุดทั่วแคนาดา โดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถควบคุมได้ เฉพาะในรัฐออนแทรีโอ มีไฟป่ามากกว่า 190 จุด และหลายจุดยังลุกลามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่าพื้นที่ในแคนาดาถูกไฟป่าเผาทำลายไปแล้วเกือบ 3 ล้านเฮกตาร์ หรือคิดเป็น 18 ล้านไร่ ซึ่งผลกระทบของไฟป่าลุกลามไปไกล โดยหมอกควันหนาทึบได้แผ่ปกคลุมหลายรัฐของสหรัฐฯ ตั้งแต่มินนิโซตา มิชิแกน เพนซิลเวเนีย โอไฮโอ ไปจนถึงนิวยอร์ก และทำให้หลายพื้นที่ประกาศเตือนคุณภาพอากาศในระดับ "เป็นอันตราย" ส่งผลให้กิจกรรมกลางแจ้งจำนวนมากต้องยกเลิก
- “ไฟป่า” แคนาดา ทำสหรัฐฯ จมฝุ่น เสี่ยงกระทบนัดชิง “บอลโลก”
- สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ติดต่อกันเป็นคืนที่ 6 อิหร่านชี้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนถูกทำลาย
- ทรัมป์ชี้จีนแทรกแซงเลือกตั้ง หวังดันเปลี่ยนกฎเลือกตั้งกลางเทอม
- สหรัฐฯ ขายอาวุธซาอุฯ 1,960 ล้านดอลลาร์ เสริมความแกร่งกลางสงคราม
- มาใหม่อีกเหรียญทรัมป์ 1 ดอลลาร์ ฉลอง 250 ปี เอกราชสหรัฐฯ
