“ไฟป่า” แคนาดา ทำสหรัฐฯ จมฝุ่น เสี่ยงกระทบนัดชิง “บอลโลก”

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ไฟป่า” แคนาดา ทำสหรัฐฯ จมฝุ่น เสี่ยงกระทบนัดชิง “บอลโลก”

ท้องฟ้าเหนือมหานครนิวยอร์กถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีส้มและมีกลิ่นไหม้ลอยฟุ้งไปทั่วเมืองเนื่องจากฝุ่นควันจากไฟป่าในแคนาดาลอยข้ามแดนเข้ามาในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกคำเตือนให้ประชาชนลดเวลาการอยู่กลางแจ้งและแนะนำกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจอยู่ภายในอาคาร และสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตราย

 

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ระดับคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ของรัฐมินนิโซตา มิชิแกน ตอนเหนือของรัฐอิลลินอยส์ ตอนเหนือของรัฐโอไฮโอ และลามไปถึงรัฐออนแทรีโอของแคนาดา โดยเมืองใหญ่ เช่น มินนีแอโพลิส มิลวอกี และโตรอนโต มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ขณะที่อย่างน้อย 10 รัฐของสหรัฐฯ มีบางพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพ" ครอบคลุมตั้งแต่มินนิโซตาจนถึงรัฐแมริแลนด์


สรุปข่าว

ควันจากไฟป่าในแคนาดาแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ตั้งแต่มิดเวสต์ไปจนถึงด้านตะวันออกเฉียงเหนือและนิวยอร์ก ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายเมืองของสหรัฐฯ เข้าขั้นอันตราย นอกจากนี้ฝุ่นควันจากไฟป่ายังส่งผลกระทบไปถึงสนามฟุตบอลในรัฐนิวเจอร์ซี่ที่จะใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นควันจากไฟป่า แต่ก็อาจเกิดปรากฏการณ์ “ฝนสกปรก” ได้

ท้องฟ้าเหนือมหานครนิวยอร์กถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีส้มและมีกลิ่นไหม้ลอยฟุ้งไปทั่วเมืองเนื่องจากฝุ่นควันจากไฟป่าในแคนาดาลอยข้ามแดนเข้ามาในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกคำเตือนให้ประชาชนลดเวลาการอยู่กลางแจ้งและแนะนำกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจอยู่ภายในอาคาร และสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตราย

 

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ระดับคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ของรัฐมินนิโซตา มิชิแกน ตอนเหนือของรัฐอิลลินอยส์ ตอนเหนือของรัฐโอไฮโอ และลามไปถึงรัฐออนแทรีโอของแคนาดา โดยเมืองใหญ่ เช่น มินนีแอโพลิส มิลวอกี และโตรอนโต มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ขณะที่อย่างน้อย 10 รัฐของสหรัฐฯ มีบางพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพ" ครอบคลุมตั้งแต่มินนิโซตาจนถึงรัฐแมริแลนด์


แคนาดากำลังเผชิญฤดูไฟป่าที่รุนแรง โดยล่าสุดมีไฟป่ากำลังลุกไหม้ถึง 858 จุด และในจำนวนนี้ 111 จุดยังไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดแมนิโทบา ซัสแคตเชวัน และออนแทรีโอ ตลอดฤดูไฟป่าปีนี้ มีพื้นที่ถูกเผาทำลายแล้วกว่า 5.9 ล้านเอเคอร์ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่าเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และกินพื้นที่กว้างกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ปัญหาฝุ่นควันจากไฟป่าสามารถลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นานหลายสัปดาห์และเดินทางได้ไกลหลายพันกิโลเมตรมีความเป็นพิษสูงกว่ามลพิษทางอากาศทั่วไป งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการสัมผัสควันไฟป่าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

 

อย่างไรก็ตาม AccuWeather คาดการณ์ว่า สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักในวันเสาร์ ซึ่งจะช่วยชะล้างฝุ่นและควันออกจากชั้นบรรยากาศ แม้อาจเกิดปรากฏการณ์ "ฝนสกปรก" (Dirty Rain) จากการที่เม็ดฝนตกผ่านชั้นควันและฝุ่นจนทิ้งคราบสกปรกไว้บนพื้นผิวต่าง ๆ แม้ว่าก่อนเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศอาจยังมีหมอกควันบางส่วนหลงเหลืออยู่ แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น คาดว่าคุณภาพอากาศจะดีขึ้นอย่างมาก ท้องฟ้าจะปลอดโปร่ง มีแสงแดด และอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 29–30 องศาเซลเซียส

 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อทั้งนักกีฬาและผู้ชม โดยนักฟุตบอลต้องใช้ปอดทำงานหนักกว่าปกติถึง 2-3 เท่า ทำให้สูดอากาศที่ปนเปื้อนเขม่าควันเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากกว่าคนทั่วไป แม้เป็นการสัมผัสในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ หากคุณภาพอากาศย่ำแย่และมีอากาศร้อนจัดพร้อมกัน ก็จะยิ่งเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด จึงเสนอให้ผู้จัดการแข่งขันพิจารณาเพิ่มช่วงพักระหว่างเกม เพื่อให้นักกีฬาได้ดื่มน้ำ ลดอุณหภูมิร่างกาย และลดความเสี่ยงจากความเครียดทางสรีรวิทยาที่เกิดจากทั้งความร้อนและมลพิษทางอากาศ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters