4 องค์กรระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ร่วมใหม่ ประเมินสถานการณ์พลังงาน-การค้าโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
4 องค์กรระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ร่วมใหม่ ประเมินสถานการณ์พลังงาน-การค้าโลก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ องค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์ร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของคณะทำงานประสานงานระดับสูงที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของแต่ละองค์กรต่อผลกระทบด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยหลังการประชุมทั้ง 4 องค์กรได้ออกแถลงการณ์ร่วมโดยมีใจความดังนี้

การประชุมที่ได้จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจ รวมถึงหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศที่มีความเปราะบาง และประสานความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม

ในแถลงการณ์ระบุว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวม ยังคงมีความยืดหยุ่นต่อผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง แม้ว่าบางประเทศจะเผชิญกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม แต่ผลกระทบโดยรวมยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลต่ออุปทานพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศและหลายภูมิภาค นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านราคา

4 องค์กรใหญ่ระหว่างประเทศดังกล่าวยังสนับสนุนให้มีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางรวมถึงการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยจะปรับตัวลดลงนับตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุดของทั้ง 4 องค์กรเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูงและผลกระทบจากสงครามอาจยืดเยื้อต่อไป

สำหรับตลาดพลังงานและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังคงเผชิญแรงกดดัน ซึ่งรัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและร่วมมือกันต่อไปเพื่อปกป้องหลักเสรีภาพในการเดินเรือทั้งในช่องแคบฮอร์มุซและทั่วโลก นอกจากนี้การปกป้องการจ้างงานและวิถีชีวิตของประชาชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ การอำนวยความสะดวกทางการค้า และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน

ในแถลงการณ์ยืนยันว่า ทั้ง 4 องค์กรจะยังคงทำงานร่วมกันและร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อติดตามพัฒนาการด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด รวมถึงพร้อมจะเสริมความพร้อมในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากมีความจำเป็นและจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการช่วยให้ประเทศสมาชิกมีความสามารถในการรับมือวิกฤตด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การค้า และเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น

สรุปข่าว

4 องค์กรชั้นนำระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ร่วมฉบับใหม่ หลังหารือสถานการณ์โลกและสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมประเมินสถานการณ์พลังงานและเศรษฐกิจต่อจากนี้

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ องค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์ร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของคณะทำงานประสานงานระดับสูงที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของแต่ละองค์กรต่อผลกระทบด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยหลังการประชุมทั้ง 4 องค์กรได้ออกแถลงการณ์ร่วมโดยมีใจความดังนี้

การประชุมที่ได้จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจ รวมถึงหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศที่มีความเปราะบาง และประสานความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม

ในแถลงการณ์ระบุว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวม ยังคงมีความยืดหยุ่นต่อผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง แม้ว่าบางประเทศจะเผชิญกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม แต่ผลกระทบโดยรวมยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลต่ออุปทานพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศและหลายภูมิภาค นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านราคา

4 องค์กรใหญ่ระหว่างประเทศดังกล่าวยังสนับสนุนให้มีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางรวมถึงการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยจะปรับตัวลดลงนับตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุดของทั้ง 4 องค์กรเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูงและผลกระทบจากสงครามอาจยืดเยื้อต่อไป

สำหรับตลาดพลังงานและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังคงเผชิญแรงกดดัน ซึ่งรัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและร่วมมือกันต่อไปเพื่อปกป้องหลักเสรีภาพในการเดินเรือทั้งในช่องแคบฮอร์มุซและทั่วโลก นอกจากนี้การปกป้องการจ้างงานและวิถีชีวิตของประชาชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ การอำนวยความสะดวกทางการค้า และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน

ในแถลงการณ์ยืนยันว่า ทั้ง 4 องค์กรจะยังคงทำงานร่วมกันและร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อติดตามพัฒนาการด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด รวมถึงพร้อมจะเสริมความพร้อมในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากมีความจำเป็นและจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการช่วยให้ประเทศสมาชิกมีความสามารถในการรับมือวิกฤตด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การค้า และเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : IEA

ที่มารูปภาพ : AFP