
วันนี้ (30 มิถุนายน) กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์เรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้าง ซึ่งตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซมาอย่างต่อเนื่อง รวมจำนวน 11 ลำ นับตั้งแต่มีการประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งว่า ล่าสุดเรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้างจำนวน 10 ลำ สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยปัจจุบันคงเหลือเรือของผู้ประกอบการไทยเพียง 1 ลำ คือ เรือหัทยา นารี ซึ่งอยู่ระหว่างรอรับสินค้าและมีแผนจะเดินทางออกจากพื้นที่ในโอกาสแรก
สรุปข่าว
วันนี้ (30 มิถุนายน) กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์เรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้าง ซึ่งตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซมาอย่างต่อเนื่อง รวมจำนวน 11 ลำ นับตั้งแต่มีการประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งว่า ล่าสุดเรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้างจำนวน 10 ลำ สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยปัจจุบันคงเหลือเรือของผู้ประกอบการไทยเพียง 1 ลำ คือ เรือหัทยา นารี ซึ่งอยู่ระหว่างรอรับสินค้าและมีแผนจะเดินทางออกจากพื้นที่ในโอกาสแรก
กระทรวงการต่างประเทศยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อประสานและติดตามสถานการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการอำนวยความสะดวกให้เรือที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือลำสุดท้ายที่ยังตกค้างอยู่ จนกว่าเรือดังกล่าวจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
- สหรัฐฯ-อิหร่าน ตกลง หยุดโจมตีชั่วคราว คุยหาทางออกฮอร์มุซที่กาตาร์
- อิหร่านโจมตีเป้าหมายฐานทัพสหรัฐฯ 8 แห่งในคูเวตและบาห์เรน
- ช่องแคบฮอร์มุซเดือด อิหร่านประกาศคุมเองต่อ 30 วัน หลังสหรัฐฯ กลับมาโจมตี
- สหรัฐฯ โต้กลับหลังพบเรือพาณิชย์ถูกโจมตีรอบ 2 อิหร่านประณามทำข้อตกลงสั่นคลอน
- ยูเอ็นหยุดภารกิจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือสินค้าถูกโจมตี
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการต่างประเทศ
ที่มารูปภาพ : Marine Traffic
