
โฆษกรัฐบาลอิสราเอล เดวิด เมนเซอร์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ตราบใดที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ถูกปลดอาวุธ โดยการปกป้องพรมแดนเป็นผลประโยชน์สำคัญของอิสราเอล และประเทศจะยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไป หลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปี 2024 กองทัพเลบานอนมีหน้าที่ปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งอิสราเอลและเลบานอน ต่างปฏิเสธรายงานที่ว่าอิสราเอลได้ถอนกำลังบางส่วนออกจากพื้นที่ยึดครองทางตอนใต้ของเลบานอน หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่าอิสราเอลได้ลดกำลังทหารลงเพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลเลบานอน
ทั้งสองประเทศกำลังหารือเกี่ยวกับข้อเสนอที่สหรัฐฯ สนับสนุน ซึ่งจะให้อิสราเอลส่งมอบพื้นที่บางส่วนที่ยึดครองไว้ระหว่างสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ให้แก่กองทัพเลบานอน เพื่อเป็นก้าวสำคัญสู่การฟื้นฟูอำนาจการควบคุมของเลบานอนในภาคใต้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเลบานอนกล่าวว่า สถานการณ์ภาคสนามในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “แสดงให้เห็นตรงกันข้าม โดยยังไม่มีการถอนกำลัง”
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า อิสราเอลยังคงบังคับใช้เขตกันชนอย่างเข้มงวดต่อทุกฝ่ายที่เข้าใกล้พื้นที่ รวมถึงกองทัพเลบานอน ขณะที่กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกำลังพลในเขตดังกล่าว
อิสราเอลได้จัดตั้งเขตกันชนลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนประมาณ 10 กิโลเมตรจากชายแดน และได้อพยพประชาชนท้องถิ่นออกจากพื้นที่ รวมทั้งปฏิบัติการในหลายหมู่บ้านและทำลายอาคารจำนวนมาก
สรุปข่าว
โฆษกรัฐบาลอิสราเอล เดวิด เมนเซอร์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ตราบใดที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ถูกปลดอาวุธ โดยการปกป้องพรมแดนเป็นผลประโยชน์สำคัญของอิสราเอล และประเทศจะยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไป หลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปี 2024 กองทัพเลบานอนมีหน้าที่ปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งอิสราเอลและเลบานอน ต่างปฏิเสธรายงานที่ว่าอิสราเอลได้ถอนกำลังบางส่วนออกจากพื้นที่ยึดครองทางตอนใต้ของเลบานอน หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่าอิสราเอลได้ลดกำลังทหารลงเพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลเลบานอน
ทั้งสองประเทศกำลังหารือเกี่ยวกับข้อเสนอที่สหรัฐฯ สนับสนุน ซึ่งจะให้อิสราเอลส่งมอบพื้นที่บางส่วนที่ยึดครองไว้ระหว่างสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ให้แก่กองทัพเลบานอน เพื่อเป็นก้าวสำคัญสู่การฟื้นฟูอำนาจการควบคุมของเลบานอนในภาคใต้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเลบานอนกล่าวว่า สถานการณ์ภาคสนามในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “แสดงให้เห็นตรงกันข้าม โดยยังไม่มีการถอนกำลัง”
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า อิสราเอลยังคงบังคับใช้เขตกันชนอย่างเข้มงวดต่อทุกฝ่ายที่เข้าใกล้พื้นที่ รวมถึงกองทัพเลบานอน ขณะที่กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกำลังพลในเขตดังกล่าว
อิสราเอลได้จัดตั้งเขตกันชนลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนประมาณ 10 กิโลเมตรจากชายแดน และได้อพยพประชาชนท้องถิ่นออกจากพื้นที่ รวมทั้งปฏิบัติการในหลายหมู่บ้านและทำลายอาคารจำนวนมาก
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังอิสราเอลจะยังคงประจำการใน “เขตความมั่นคง” ที่จัดตั้งขึ้นในตอนใต้ของเลบานอน, ซีเรีย และฉนวนกาซาอย่างไม่มีกำหนด
เนทันยาฮูยังกล่าวถึงความตึงเครียดกับพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ เคยระงับการส่งกระสุนบางส่วนในช่วงความขัดแย้ง
ทั้งเนทันยาฮูและคัตซ์ยังส่งคำเตือนไปยังอิหร่าน โดยเนทันยาฮูย้ำจุดยืนเดิมว่า จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่เขายังดำรงตำแหน่ง
คัตซ์กล่าวว่า หากอิหร่านโจมตีอิสราเอลเพราะปฏิบัติการในเลบานอนหรือเหตุผลใดก็ตาม อิสราเอลจะตอบโต้ด้วยกำลังอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างด้านศักยภาพทางทหารของทั้งสองฝ่าย
ส่วนเอสมาอิล กานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือไออาร์จีซี กล่าวผ่านสื่อของรัฐว่า อิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากดินแดนเลบานอนทั้งหมดด้วยตนเอง หรือไม่เช่นนั้นจะถูกบังคับให้ล่าถอยด้วยความพ่ายแพ้
สัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความเป็นปรปักษ์ในหลายแนวรบ รวมถึงเลบานอน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอน โดยอิหร่านตีความว่าข้อตกลงดังกล่าวหมายถึงการที่อิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากภาคใต้ของเลบานอนด้วย
ขณะเดียวกัน หน่วยงานควบคุมดูแลช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย หรือพีจีเอสเอ ของอิหร่าน ซึ่งบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ระบุในโพสต์บน X ว่า เรือที่เดินทางนอกเส้นทางที่ทางการอิหร่านกำหนดในช่องแคบฮอร์มุซ จะไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร รายงานว่า เรือสินค้าลำหนึ่งใกล้ชายฝั่งโอมานอาจถูกโจมตีระหว่างเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือลำดังกล่าว
อิหร่านยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อเหตุการณ์นี้
ก่อนหน้านี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านระบุว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยจะต้องใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด และจะดำเนินมาตรการกับเรือที่ไม่ปฏิบัติตาม
ส่วนเซย์ยิด บาดร์ บิน ฮาหมัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน กล่าวในการประชุมร่วมระหว่างประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย หรือจีซีซี และสหรัฐฯ ที่บาห์เรนว่า การจัดการในอนาคตเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ
เขายืนยันว่า โอมานในฐานะประเทศที่มีชายฝั่งติดช่องแคบฮอร์มุซ มีหน้าที่สนับสนุนความพยายามของนานาชาติในการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ตามกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
นอกจากนี้ เขายังแสดงการสนับสนุนบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการรับประกันความปลอดภัยของการขนส่งทางทะเล
ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เซเยด อับบาส อารักชี และรัฐมนตรีต่างประเทศโอมานได้หารือทางโทรศัพท์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการประสานงานอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ
