ชาติพันธมิตรนาโตประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชาติพันธมิตรนาโตประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีเซเลนสกีเข้าร่วมประชุมกลาโหมนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ ยูเครนและพันธมิตรหารือเรื่องการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยชาติพันธมิตรประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประสานงานด้านกลาโหมยูเครน (Ukraine Defence Contact Group) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของนาโต ที่สำนักงานใหญ่นาโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมเมื่อวันพฤหัสบดี


เซเลนสกีเปิดเผยว่า ที่ประชุมจะหารือเกี่ยวกับการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครนผ่านโครงการ "บัญชีความต้องการทางทหารเร่งด่วนของยูเครน” หรือ PURL (Prioritised Ukraine Requirements List) ของนาโต รวมถึงแผนการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกล (Anti-Ballistic Missile System) ร่วมกันระหว่างยูเครนและประเทศพันธมิตร


ในการประชุมครั้งนี้ เซเลนสกียังได้พบกับเลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต, บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี และแดน จาร์วิส รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีเซเลนสกีเข้าร่วมประชุมนาโตเพื่อหารือการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธร่วมกับชาติพันธมิตร

ประธานาธิบดีเซเลนสกีเข้าร่วมประชุมกลาโหมนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ ยูเครนและพันธมิตรหารือเรื่องการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยชาติพันธมิตรประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประสานงานด้านกลาโหมยูเครน (Ukraine Defence Contact Group) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของนาโต ที่สำนักงานใหญ่นาโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมเมื่อวันพฤหัสบดี


เซเลนสกีเปิดเผยว่า ที่ประชุมจะหารือเกี่ยวกับการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครนผ่านโครงการ "บัญชีความต้องการทางทหารเร่งด่วนของยูเครน” หรือ PURL (Prioritised Ukraine Requirements List) ของนาโต รวมถึงแผนการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกล (Anti-Ballistic Missile System) ร่วมกันระหว่างยูเครนและประเทศพันธมิตร


ในการประชุมครั้งนี้ เซเลนสกียังได้พบกับเลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต, บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี และแดน จาร์วิส รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร

ภายหลังการประชุม มิไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า ชาติพันธมิตรได้ให้คำมั่นสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการ PURL ของนาโต


เขาระบุว่า นี่อาจเป็นเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการประกาศภายใต้กลไกดังกล่าว


นอกจากนี้ ประเทศพันธมิตรยังให้คำมั่นสนับสนุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับระบบปืนใหญ่พิสัยไกลที่สามารถยิงได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตร


เฟโดรอฟกล่าวว่า ความช่วยเหลือรอบใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศพันธมิตรต่อยูเครน โดยอ้างถึงความคืบหน้าของกองทัพยูเครนทั้งในแนวรบและการโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซีย


เขากล่าวว่า หลายประเทศมองว่านี่เป็น "ช่วงเวลาแห่งโอกาส" และต้องการมอบทรัพยากรที่จำเป็นให้ยูเครนใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว


ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีรูเมน ราเดฟ ของบัลแกเรีย เปิดเผยว่า รัฐบาลบัลแกเรียอาจใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ของสหภาพยุโรป หรืออียู หากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ราเดฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนการประชุมสภาสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ว่า "หากเราพบว่าการดำเนินงานของบริษัทลูคอยล์ เนฟโตฮิม เบอร์กาส (Lukoil Neftohim Burgas) มีความเสี่ยงต่อสาธารณะ เราก็ต้องการให้บริษัทนี้ถูกยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตร" โดยเขาอ้างถึงบริษัทน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดในบัลแกเรียและดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวของประเทศคือโรงกลั่น เบอร์กาส


ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้ขยายรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร โดยเพิ่มบุคคล 34 ราย และองค์กร 47 แห่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางทหารของรัสเซีย รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซในเครือข่าย "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ตลอดจนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งในรายชื่อดังกล่าวยังมีบุคคลระดับสูงของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียรวมอยู่ด้วย ซึ่งราเดฟแสดงความไม่เห็นด้วย


เขากล่าวว่า "ยุคสงครามครูเสดได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว" พร้อมเตือนว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ขยายผลจากสนามรบและเศรษฐกิจไปสู่ด้านวัฒนธรรม กีฬา และกำลังลุกลามไปสู่ประเด็นทางศาสนา


อย่างไรก็ตาม ราเดฟยืนยันว่า บัลแกเรียจะไม่ขัดขวางการตัดสินใจร่วมของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับยูเครน และยังคงสนับสนุนกระบวนการเจรจาเพื่อให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters