ทำไมถึงรู้สึกร้อนกว่าพยากรณ์อากาศบอก ? อุตุนิยมวิทยาอินเดียอธิบายสาเหตุ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมถึงรู้สึกร้อนกว่าพยากรณ์อากาศบอก ? อุตุนิยมวิทยาอินเดียอธิบายสาเหตุ

กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เผชิญกับคลื่นความร้อนมาหลายสัปดาห์แล้ว ในแต่ละวันอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิถุนายน) กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย (IMD) บันทึกอุณหภูมิสูงสุดในเวลากลางวันของกรุงนิวเดลีได้ที่ 43.5 องศาเซลเซียส แต่ชาวอินเดียหลายคนรู้สึกว่า ความเป็นจริงน่าจะร้อนกว่าที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงาน แต่เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น


ทำไมรู้สึกร้อนกว่าอุตุฯ บอก ?


กรีนพีซอินเดียได้ใช้เวลาทั้งวัน เดินไปตามท้องถนนของกรุงนิวเดลี เพื่อวัดความร้อนโดยใช้กล้องตรวจจับความร้อน ผลลัพธ์คือบางพื้นผิวอุณหภูมิสูงถึง 64 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย รายงานความร้อนอยู่ที่ 43.5 องศาเซลเซียส

สรุปข่าว

กรุงนิวเดลีกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง แม้อุณหภูมิอากาศที่รายงานอยู่ราว 43.5 องศาเซลเซียส แต่พื้นผิวถนนและพื้นที่กลางแจ้งบางจุดร้อนสูงถึง 64 องศาเซลเซียส ทำให้ประชาชนรู้สึกร้อนกว่าตัวเลขที่ประกาศ ความร้อนสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน สับสน ชัก หรืออวัยวะล้มเหลวได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทางการแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ สวมเสื้อผ้าสีอ่อน อยู่ในที่ร่ม และหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้งช่วงเวลา 10.30–15.00 น.

กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เผชิญกับคลื่นความร้อนมาหลายสัปดาห์แล้ว ในแต่ละวันอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิถุนายน) กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย (IMD) บันทึกอุณหภูมิสูงสุดในเวลากลางวันของกรุงนิวเดลีได้ที่ 43.5 องศาเซลเซียส แต่ชาวอินเดียหลายคนรู้สึกว่า ความเป็นจริงน่าจะร้อนกว่าที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงาน แต่เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น


ทำไมรู้สึกร้อนกว่าอุตุฯ บอก ?


กรีนพีซอินเดียได้ใช้เวลาทั้งวัน เดินไปตามท้องถนนของกรุงนิวเดลี เพื่อวัดความร้อนโดยใช้กล้องตรวจจับความร้อน ผลลัพธ์คือบางพื้นผิวอุณหภูมิสูงถึง 64 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย รายงานความร้อนอยู่ที่ 43.5 องศาเซลเซียส

ฉะนั้นสาเหตุที่อุณหภูมิที่รายงานโดยกรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย ร้อนน้อยกว่า เป็นเพราะเขาวัดจากอากาศในเมือง ภายใต้สภาพแวดล้อมปกติ ซึ่งต่างจากกล้องตรวจวัดความร้อน ที่วัดอุณหภูมิความร้อนจากพื้นผิวจริง ๆ และในวันที่อากาศร้อนจัด ถนน, คอนกรีต, รถและพื้นผิวที่โดนแดดโดยตรง อาจร้อนกว่าอากาศที่ลอยอยู่โดยรอบ


อุณหภูมิพื้นผิวที่สูงขึ้น ทำให้ร่างกายมนุษย์ที่ดูดซับความร้อนจากรังสีที่แผ่ออกมา รู้สึกร้อนขึ้นไปอีก และอาจทำให้พื้นที่ในเมืองรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิที่ประกาศไว้มาก โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่ค่อยมีร่มเงา หรือต้นไม้


ตัวอย่างเช่น ร่มเงาใต้สะพานลอย วัดอุณหภูมิได้ 42 องศาเซลเซียส ขยับกล้องวัดความร้อนไปอีกเล็กน้อย ไปวัดอุณหภูมิกลุ่มนักปั่นจักรยานที่จอดติดไฟแดงอยู่ใต้แสงแดดโดยตรง อุณหภูมิที่วัดได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 64 องศาเซลเซียส


หรืออุณหภูมิพื้นผิว ณ จุดที่เรายืนอยู่คือ 61 องศาเซลเซียส เมื่อเราขยับไปยืนใต้ต้นไม้ห่างออกไปไม่ถึง 3 เมตร อุณหภูมิลดลงเหลือ 39.8 องศาเซลเซียส

ถ้าร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจะเป็นอะไรไหม


นายแพทย์ เอ. ฟาธาฮูดีน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปอด กล่าวว่า อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายมนุษย์อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส และการเผชิญกับความร้อนสูงเป็นเวลานานอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นได้


เขากล่าวว่า เมื่ออุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน ผู้ป่วยจะมีเหงื่อออกมาก ปวดหัว และอ่อนเพลีย ในกรณีที่รุนแรงกว่านั้น ผู้ป่วยอาจมีอาการสับสน มึนงง และถึงขั้นชักได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อาจทำให้เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลว และเสียชีวิตได้


ส่วนวิธีการป้องกัน นายแพทย์ฟาธาฮูดีนแนะนำว่า ให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ แม้จะไม่หิวน้ำก็ตาม, ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ, ใส่เสื้อสีอ่อน และกางร่ม


ขณะที่รัฐบาลแนะนำไม่ให้ประชาชนทำงานกลางแจ้ง ระหว่างเวลา 10.30 - 15.00 น.

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Reuters