
กลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่อาคารขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ในนครเจนีวาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อระบายความโกรธแค้นต่อการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ที่กำลังจะจัดขึ้นในฝั่งประเทศฝรั่งเศสซึ่งอยู่ตรงข้ามชายแดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายเหตุประท้วง
เหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลังประชาชนราว 20,000 คน ได้รวมตัวกันเพื่อเดินขบวนประท้วง ซึ่งในตอนแรกเป็นไปอย่างสงบ แต่ในเวลาต่อมา กลุ่มผู้ประท้วง ได้หันมาพุ่งเป้าโจมตีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมและระบบพหุภาคีนิยม ผู้เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ผู้ประท้วงได้งัดก้อนอิฐขึ้นมาจากพื้นถนนเพื่อขว้างใส่ตำรวจ ขณะที่เด็ก ๆ พากันร้องไห้ เนื่องจากกลุ่มควันแก๊สน้ำตาได้ลอยฟุ้งกระจายไปตามท้องถนนที่ร้อนระอุด้วยแสงแดดในย่านใจกลางนครเจนีวา
กลุ่มผู้ประท้วง บอกว่า พวกเขามาประท้วงต่อต้านกลุ่ม G7 ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทเทสลา ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์ หรือ ทริลเลียนแนร์ คนแรกของโลก จากการเปิดขายหุ้น ไอพีโอ ของ บริษัท สเปซเอกซ์ ของเขา ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน
การประชุมสุดยอด G7 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 มิ.ย. ที่ เมืองเอวีย็อง-เล-แบ็ง ของฝรั่งเศส เป็นการรวมตัวกันของบรรดาผู้นำจากฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ พร้อมด้วยสหภาพยุโรป หรือ อียู
ส่วนเหตุรุนแรงก่อนหน้านั้นที่เกิดขึ้นนอกรอบการชุมนุมประท้วงต่อต้านกลุ่ม G7 ในนครกรุงเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ มีรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาคันหนึ่ง ถูกจุดไฟเผา ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงเดินขบวนผ่านใจกลางเมือง ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นรถยนต์คันดังกล่าว ถูกไฟลุกท่วม ท่ามกลางสายตาของประชาชนในบริเวณนั้นที่ยืนดูและถ่ายวิดีโอไว้ ขณะที่อาคารในบริเวณใกล้เคียงมีร่องรอยหน้าต่างแตกกระจาย และมีเศษกระจกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นถนน
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง ระบุว่า ความรุนแรง เป็นเรื่องที่พอจะคาดการณ์ได้อยู่บ้าง แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่แย่มากที่ต้องใช้ความรุนแรงกับทรัพย์สินสิ่งของ เพราะสิ่งที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจคือสารที่ต้องการสื่อ ซึ่งเกี่ยวกับประเทศเหล่านี้ทั้งหมดที่กดขี่พวกเราด้วยเงินและอำนาจ
ขณะที่ผู้ประท้วงคนอื่น ๆ ได้ชี้ถึงความไม่พอใจในวงกว้างต่อความเหลื่อมล้ำระดับโลกและระบบทุนนิยม โดยพากันเดินขบวนพร้อมถือป้ายผ้าและธงต่าง ๆ รวมถึงธงปาเลสไตน์ด้วย
ข้อความบนแผ่นป้ายระบุว่า ประชาชนไม่ใช่กลุ่ม G7 และ ศัตรูของพวกคุณไม่ได้เดินทางมาโดยเรือ แต่พวกเขามาโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ไม่เอา G7 การชุมนุมประท้วงยังคงดำเนินต่อไปทั่วเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดหลังจากการปะทุของเหตุความรุนแรงดังกล่าว
สรุปข่าว
กลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่อาคารขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ในนครเจนีวาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อระบายความโกรธแค้นต่อการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ที่กำลังจะจัดขึ้นในฝั่งประเทศฝรั่งเศสซึ่งอยู่ตรงข้ามชายแดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายเหตุประท้วง
เหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลังประชาชนราว 20,000 คน ได้รวมตัวกันเพื่อเดินขบวนประท้วง ซึ่งในตอนแรกเป็นไปอย่างสงบ แต่ในเวลาต่อมา กลุ่มผู้ประท้วง ได้หันมาพุ่งเป้าโจมตีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมและระบบพหุภาคีนิยม ผู้เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ผู้ประท้วงได้งัดก้อนอิฐขึ้นมาจากพื้นถนนเพื่อขว้างใส่ตำรวจ ขณะที่เด็ก ๆ พากันร้องไห้ เนื่องจากกลุ่มควันแก๊สน้ำตาได้ลอยฟุ้งกระจายไปตามท้องถนนที่ร้อนระอุด้วยแสงแดดในย่านใจกลางนครเจนีวา
กลุ่มผู้ประท้วง บอกว่า พวกเขามาประท้วงต่อต้านกลุ่ม G7 ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทเทสลา ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์ หรือ ทริลเลียนแนร์ คนแรกของโลก จากการเปิดขายหุ้น ไอพีโอ ของ บริษัท สเปซเอกซ์ ของเขา ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน
การประชุมสุดยอด G7 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 มิ.ย. ที่ เมืองเอวีย็อง-เล-แบ็ง ของฝรั่งเศส เป็นการรวมตัวกันของบรรดาผู้นำจากฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ พร้อมด้วยสหภาพยุโรป หรือ อียู
ส่วนเหตุรุนแรงก่อนหน้านั้นที่เกิดขึ้นนอกรอบการชุมนุมประท้วงต่อต้านกลุ่ม G7 ในนครกรุงเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ มีรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาคันหนึ่ง ถูกจุดไฟเผา ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงเดินขบวนผ่านใจกลางเมือง ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นรถยนต์คันดังกล่าว ถูกไฟลุกท่วม ท่ามกลางสายตาของประชาชนในบริเวณนั้นที่ยืนดูและถ่ายวิดีโอไว้ ขณะที่อาคารในบริเวณใกล้เคียงมีร่องรอยหน้าต่างแตกกระจาย และมีเศษกระจกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นถนน
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง ระบุว่า ความรุนแรง เป็นเรื่องที่พอจะคาดการณ์ได้อยู่บ้าง แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่แย่มากที่ต้องใช้ความรุนแรงกับทรัพย์สินสิ่งของ เพราะสิ่งที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจคือสารที่ต้องการสื่อ ซึ่งเกี่ยวกับประเทศเหล่านี้ทั้งหมดที่กดขี่พวกเราด้วยเงินและอำนาจ
ขณะที่ผู้ประท้วงคนอื่น ๆ ได้ชี้ถึงความไม่พอใจในวงกว้างต่อความเหลื่อมล้ำระดับโลกและระบบทุนนิยม โดยพากันเดินขบวนพร้อมถือป้ายผ้าและธงต่าง ๆ รวมถึงธงปาเลสไตน์ด้วย
ข้อความบนแผ่นป้ายระบุว่า ประชาชนไม่ใช่กลุ่ม G7 และ ศัตรูของพวกคุณไม่ได้เดินทางมาโดยเรือ แต่พวกเขามาโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ไม่เอา G7 การชุมนุมประท้วงยังคงดำเนินต่อไปทั่วเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดหลังจากการปะทุของเหตุความรุนแรงดังกล่าว
