
โลกออนไลน์กลายเป็นช่องทางสำคัญในการติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนากลวิธีซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเป็นช่องทางหลอกลวงเหยื่อให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแจ้งเตือนประชาชน หลังการสืบสวนขยายผลของกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สามารถทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมชาวไนจีเรียและหญิงชาวไทย พร้อมยึดเฮโรอีนและโคเคน มูลค่ารวมกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งคดีดังกล่าวได้เผยให้เห็นรูปแบบการหลอกลวงผ่านโลกออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาดมากขึ้น
เปิดกลลวง “หลอกให้รัก” ก่อนใช้เป็นเครื่องมือขนยา
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังผู้หญิงที่ใช้งานโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชันหาคู่ โดยอาศัยความไว้วางใจและความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครื่องมือในการชักจูงเหยื่อ
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า คนร้ายมักเริ่มต้นด้วยการสร้างโปรไฟล์ปลอม ใช้ภาพชายชาวต่างชาติที่มีบุคลิกดี แต่งกายภูมิฐาน และอ้างอาชีพที่มีรายได้สูง เช่น นักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจ
หลังจากนั้นจะใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ พูดคุยอย่างต่อเนื่อง ส่งข้อความแสดงความห่วงใย และให้ความหวังเกี่ยวกับอนาคตร่วมกัน จนเหยื่อเกิดความเชื่อใจ
สรุปข่าว
โลกออนไลน์กลายเป็นช่องทางสำคัญในการติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนากลวิธีซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเป็นช่องทางหลอกลวงเหยื่อให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแจ้งเตือนประชาชน หลังการสืบสวนขยายผลของกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สามารถทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมชาวไนจีเรียและหญิงชาวไทย พร้อมยึดเฮโรอีนและโคเคน มูลค่ารวมกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งคดีดังกล่าวได้เผยให้เห็นรูปแบบการหลอกลวงผ่านโลกออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาดมากขึ้น
เปิดกลลวง “หลอกให้รัก” ก่อนใช้เป็นเครื่องมือขนยา
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังผู้หญิงที่ใช้งานโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชันหาคู่ โดยอาศัยความไว้วางใจและความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครื่องมือในการชักจูงเหยื่อ
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า คนร้ายมักเริ่มต้นด้วยการสร้างโปรไฟล์ปลอม ใช้ภาพชายชาวต่างชาติที่มีบุคลิกดี แต่งกายภูมิฐาน และอ้างอาชีพที่มีรายได้สูง เช่น นักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจ
หลังจากนั้นจะใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ พูดคุยอย่างต่อเนื่อง ส่งข้อความแสดงความห่วงใย และให้ความหวังเกี่ยวกับอนาคตร่วมกัน จนเหยื่อเกิดความเชื่อใจ
เปลี่ยนช่องทางสนทนา หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในระดับหนึ่ง มิจฉาชีพจะชักชวนให้ย้ายไปติดต่อผ่านแอปพลิเคชันอื่นที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และติดตามตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม
ขั้นตอนนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ รวมทั้งทำให้เหยื่อรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมั่นมากขึ้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการหลอกลวงในขั้นต่อไป
จากคนรักออนไลน์ สู่ผู้ลำเลียงยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว
รูปแบบที่พบในหลายคดีคือ เมื่อเหยื่อเกิดความไว้ใจแล้ว คนร้ายจะขอความช่วยเหลือให้เดินทางไปรับสิ่งของในต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้าน โดยอ้างว่าเป็นเอกสารสำคัญ สินค้าทางธุรกิจ หรือพัสดุที่มีมูลค่าสูง
บางกรณีมีการเสนอค่าตอบแทนจำนวนมากเพื่อจูงใจให้เหยื่อยอมดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม สิ่งของดังกล่าวกลับเป็นยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กล่องพัสดุ ถุงกาแฟ ซองขนม หรือสัมภาระเดินทาง เมื่อเหยื่อรับของและเคลื่อนย้ายข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ ก็อาจตกเป็นผู้ต้องหาทางกฎหมายทันที
นอกจากนี้ ขบวนการยังนิยมใช้ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนในการลักลอบขนยาเสพติด เพื่อหลีกเลี่ยงด่านตรวจและการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
5 วิธีสังเกตสัญญาณอันตราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะหากพบพฤติกรรมดังต่อไปนี้
- โปรไฟล์ดูดีเกินจริง มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบผิดปกติ
- แสดงความรักหรือความผูกพันอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น
- พยายามชักชวนให้ย้ายไปพูดคุยนอกแพลตฟอร์มเดิม
- ขอให้โอนเงิน รับพัสดุ หรือเดินทางไปรับสิ่งของแทน
- เสนอผลตอบแทนจำนวนมากสำหรับงานที่ดูง่ายผิดปกติ
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่กำลังติดต่อด้วยทุกครั้ง โดยสามารถใช้การค้นหารูปภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search) เพื่อตรวจสอบว่ารูปดังกล่าวถูกนำไปใช้ที่อื่นหรือไม่
ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการโอนเงิน รับฝากสิ่งของ หรือเดินทางรับพัสดุแทนบุคคลที่เพิ่งรู้จักทางออนไลน์ รวมถึงควรปรึกษาครอบครัวหรือคนใกล้ชิดหากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้ความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกชักจูงเข้าสู่การกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
หากพบเบาะแสหรือสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- “ตำรวจโคลอมเบีย” ใช้ AI พยากรณ์จุดเสี่ยง “อาชญากรรม” อาศัยฐานข้อมูลช่วยล่าคนร้าย
- โฆษก ตร. รับฟังเอกชน หลังตำรวจติดโผเสี่ยงรับสินบน
- "ตำรวจ" สานฝันวัยเด็ก พลิกผืนนาปลูกทุเรียนหนามดำ | เรื่องดีดีทั่วไทย | 7-5-69
- เตือนภัย แก๊งแอบอ้างสอนลงทุน หลอกโหลดแอปปลอมระบาด
- เตือนภัยวัยทำงาน เสี่ยงกลโกงโจรออนไลน์สูงสุด ?
บรรณาธิการออนไลน์
