
สำนักข่าว New York Times รายงานอ้างเอกสารลับที่ถูกส่งถึงชาติพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ เตรียมถอนเครื่องบินรบและเรือรบจำนวน 1 ใน 3 ของที่เคยจัดสรรให้กับนาโตออกมา ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยประกาศเอาไว้ว่าจะปรับลดกำลังพลอเมริกันลงด้วย ถือเป็นการเร่งกระบวนการลดบทบาทการปกป้องพันธมิตรยุโรปที่ดำเนินมานานถึง 8 ทศวรรษ
เอกสารลับที่ถูกส่งถึงชาติพันธมิตรเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระบุรายละเอียดการปรับลดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ คือ
สรุปข่าว
สำนักข่าว New York Times รายงานอ้างเอกสารลับที่ถูกส่งถึงชาติพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ เตรียมถอนเครื่องบินรบและเรือรบจำนวน 1 ใน 3 ของที่เคยจัดสรรให้กับนาโตออกมา ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยประกาศเอาไว้ว่าจะปรับลดกำลังพลอเมริกันลงด้วย ถือเป็นการเร่งกระบวนการลดบทบาทการปกป้องพันธมิตรยุโรปที่ดำเนินมานานถึง 8 ทศวรรษ
เอกสารลับที่ถูกส่งถึงชาติพันธมิตรเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระบุรายละเอียดการปรับลดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ คือ
- เครื่องบินขับไล่ (F-16 และ F-15E): ปรับลดลงจากประมาณ 150 เครื่อง เหลือเพียง 100 เครื่อง (ลดลง 1 ใน 3)
- เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล: ลดลงจาก 26 เครื่อง เหลือ 15 เครื่อง และยกเลิกเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศทั้งหมดยกชุด
- กองกำลังทางเรือ: มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ และเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ รวมถึงฝูงบินทิ้งระเบิดส่วนหนึ่งออกจากภารกิจปกป้องยุโรป
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อตัวเลขดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ชี้พิกัดว่า แผนการนี้จะมีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่ยุโรปคาดการณ์ไว้มาก
ผลกระทบต่อความมั่นคงในยุโรป
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า การลดกำลังพลอย่างกะทันหันนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถของนาโต ในการตรวจจับความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำรัสเซีย และการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กในระยะไกล นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนยุทโธปกรณ์ แต่เป็นเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" ที่บรรดาผู้นำยุโรปเริ่มไม่แน่ใจว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐฯ จะยังคงเข้ามาช่วยเหลือยุโรปหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่
ทางด้าน พลเอก อเล็กซัส กรินเควิช ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในยุโรป ระบุว่า ที่ผ่านมานาโตพึ่งพากองทัพสหรัฐฯ มากเกินไป และย้ำว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีนโยบายที่ชัดเจนว่าสถานการณ์นี้ต้องเปลี่ยนไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในแถบอินโด-แปซิฟิก
ทั้งนี้แผนการถอนกำลังของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง หลังจากเพิ่งเกิดเหตุโดรนของรัสเซียโจมตีอาคารที่พักอาศัยในโรมาเนีย ซึ่งเป็นเขตแดนของนาโต เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกัน ยุโรปเองก็กำลังประสบปัญหาในการรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างแสนยานุภาพของตนเอง โดยล่าสุดเยอรมนีเพิ่งประกาศถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นใหม่ร่วมกับฝรั่งเศสและสเปน
ที่มาข้อมูล : New York Times
ที่มารูปภาพ : AFP
