ทรัมป์กล่าว “ผมชอบเงินเฟ้อ” หลังสหรัฐฯ เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2023

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์กล่าว “ผมชอบเงินเฟ้อ” หลังสหรัฐฯ เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2023

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ (10 มิถุนายน) โดยแสดงท่าทีที่หลายฝ่ายมองว่าน่าประหลาดใจ หลังได้รับการชี้แจงข้อมูลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ได้ทะลุร้อยละ 4 แต่ทรัมป์ตอบกลับมาว่า "เขาชอบเงินเฟ้อ" หลังถูกถามว่าข้อมูลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี อาจส่งผลเสียต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมหรือไม่ 

จากนั้นเขาอธิบายว่า เขาได้อนุมัติภารกิจลับในการช่วยให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากกังวลว่าต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้น ทรัมป์บอกว่า "มันคุ้มค่าสำหรับเขา" พร้อมระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จ

ทรัมป์ยังเชื่อว่าเมื่อสงครามกับอิหร่านยุติลง ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า "เมื่อทุกอย่างจบลง เราจะเห็นราคาน้ำมันกลับไปอยู่ในระดับเดิม มันกำลังลดลง และจะลดลงเหมือนก้อนหินที่ตกลงมา"

ทรัมป์มักอธิบายว่า สงครามกับอิหร่าน เป็นเพียง "ทางอ้อม" จากประเด็นหลักด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยการที่อิหร่านปิดกั้นช่องทางเดินเรือสำคัญส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย และสินค้าอื่น ๆ สูงขึ้น จนกลายเป็นแรงผลักดันต่อเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่สูงขึ้นยังอาจทำให้เฟด ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็ววัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์เรียกร้องมาตั้งแต่กลับเข้าสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว 

พรรครีพับลิกันกำลังพยายามรักษาการครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่หลายฝ่ายกังวลว่าความไม่พอใจของผู้บริโภคต่อค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้พรรคเดโมแครตกลับมามีอำนาจ ทรัมป์เองซึ่งเคยชนะการเลือกตั้งจากคำมั่นเรื่องการลดเงินเฟ้อ กำลังเผชิญคะแนนนิยมที่ลดลง โดยเฉพาะในประเด็นการจัดการค่าครองชีพ ซึ่งตกลงสู่ระดับต่ำที่สุดในอาชีพการเมืองของเขา

ความพยายามเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาดำเนินการตามปกติยังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์เตือนว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอาจเกิดวิกฤตราคาน้ำมันรอบใหม่ที่รุนแรงพอจะสั่นคลอนตลาดการเงินโลก

แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าห่วงโซ่อุปทานจะกลับมาเป็นปกติ และผลกระทบอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2026 แม้ว่าชาวอเมริกันอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานน้อยกว่าหลายประเทศ แต่ราคาพลังงานที่สูงเป็นเวลานานก็อาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงในที่สุด

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ยังกล่าวว่า ความยากลำบากทางการเงินของชาวอเมริกันไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับอิหร่าน โดยกล่าวว่า "เขาไม่ได้คิดถึงสถานะทางการเงินของชาวอเมริกัน เขาไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้น เขาคิดอยู่เรื่องเดียว คือ เราไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"

อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคมด้วยอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์พลังงานอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มีเหตุผลมากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมไปจนถึงปี 2027

สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) สังกัดกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพุธว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอ (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023

การที่ CPI ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อครัวเรือนอเมริกัน ขณะที่มีหลักฐานว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มนำเงินออมออกมาใช้เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น

ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นปัญหาทางการเมืองสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ซึ่งกำลังพยายามรักษาเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน

ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ส่วนหนึ่งจากคำมั่นว่าจะลดอัตราเงินเฟ้อ แต่คะแนนนิยมของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่พอใจต่อการบริหารเศรษฐกิจ

สรุปข่าว

ทรัมป์กล่าว “ผมชอบเงินเฟ้อ” หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 4 สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานและน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ (10 มิถุนายน) โดยแสดงท่าทีที่หลายฝ่ายมองว่าน่าประหลาดใจ หลังได้รับการชี้แจงข้อมูลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ได้ทะลุร้อยละ 4 แต่ทรัมป์ตอบกลับมาว่า "เขาชอบเงินเฟ้อ" หลังถูกถามว่าข้อมูลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี อาจส่งผลเสียต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมหรือไม่ 

จากนั้นเขาอธิบายว่า เขาได้อนุมัติภารกิจลับในการช่วยให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากกังวลว่าต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้น ทรัมป์บอกว่า "มันคุ้มค่าสำหรับเขา" พร้อมระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จ

ทรัมป์ยังเชื่อว่าเมื่อสงครามกับอิหร่านยุติลง ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า "เมื่อทุกอย่างจบลง เราจะเห็นราคาน้ำมันกลับไปอยู่ในระดับเดิม มันกำลังลดลง และจะลดลงเหมือนก้อนหินที่ตกลงมา"

ทรัมป์มักอธิบายว่า สงครามกับอิหร่าน เป็นเพียง "ทางอ้อม" จากประเด็นหลักด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยการที่อิหร่านปิดกั้นช่องทางเดินเรือสำคัญส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย และสินค้าอื่น ๆ สูงขึ้น จนกลายเป็นแรงผลักดันต่อเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่สูงขึ้นยังอาจทำให้เฟด ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็ววัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์เรียกร้องมาตั้งแต่กลับเข้าสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว 

พรรครีพับลิกันกำลังพยายามรักษาการครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่หลายฝ่ายกังวลว่าความไม่พอใจของผู้บริโภคต่อค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้พรรคเดโมแครตกลับมามีอำนาจ ทรัมป์เองซึ่งเคยชนะการเลือกตั้งจากคำมั่นเรื่องการลดเงินเฟ้อ กำลังเผชิญคะแนนนิยมที่ลดลง โดยเฉพาะในประเด็นการจัดการค่าครองชีพ ซึ่งตกลงสู่ระดับต่ำที่สุดในอาชีพการเมืองของเขา

ความพยายามเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาดำเนินการตามปกติยังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์เตือนว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอาจเกิดวิกฤตราคาน้ำมันรอบใหม่ที่รุนแรงพอจะสั่นคลอนตลาดการเงินโลก

แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าห่วงโซ่อุปทานจะกลับมาเป็นปกติ และผลกระทบอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2026 แม้ว่าชาวอเมริกันอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานน้อยกว่าหลายประเทศ แต่ราคาพลังงานที่สูงเป็นเวลานานก็อาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงในที่สุด

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ยังกล่าวว่า ความยากลำบากทางการเงินของชาวอเมริกันไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับอิหร่าน โดยกล่าวว่า "เขาไม่ได้คิดถึงสถานะทางการเงินของชาวอเมริกัน เขาไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้น เขาคิดอยู่เรื่องเดียว คือ เราไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"

อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคมด้วยอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์พลังงานอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มีเหตุผลมากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมไปจนถึงปี 2027

สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) สังกัดกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพุธว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอ (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023

การที่ CPI ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อครัวเรือนอเมริกัน ขณะที่มีหลักฐานว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มนำเงินออมออกมาใช้เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น

ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นปัญหาทางการเมืองสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ซึ่งกำลังพยายามรักษาเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน

ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ส่วนหนึ่งจากคำมั่นว่าจะลดอัตราเงินเฟ้อ แต่คะแนนนิยมของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่พอใจต่อการบริหารเศรษฐกิจ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP