นายกฯ เห็นชอบตั้ง "กรอ." รัฐ-เอกชน ร่วมมือเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ เห็นชอบตั้ง "กรอ." รัฐ-เอกชน ร่วมมือเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนเข้าหารือนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" เสนอ 6 มาตรการสำคัญเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย แก้ปัญหาคอร์รัปชัน ลดต้นทุนพลังงาน แก้หนี้ครัวเรือน ยกระดับภาคเกษตร และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ด้านนายกฯ เห็นชอบ ตั้ง กรอ. ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างเป็นรูปธรรม


หอการค้าไทยยื่น 6 ข้อเสนอ ฟื้นเศรษฐกิจ-เพิ่มศักยภาพการแข่งขันประเทศ


น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารภาคเอกชน ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศ


โดยภาคเอกชนได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้มีเวทีหารืออย่างเป็นระบบ และรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป


1. เสนอแก้คอร์รัปชัน-ปฏิรูปเกษตร-หนุนสินค้า Made in Thailand


ข้อเสนอสำคัญประการแรก คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด Zero Corruption การปฏิรูปภาคเกษตร การเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการส่งเสริมสินค้า Made in Thailand


นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในรายสาขาสำคัญ อาทิ พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น


2. เร่งกระตุ้นกำลังซื้อ แก้หนี้ครัวเรือน และช่วย SMEs


ภาคธุรกิจยังเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน โดยเน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน ลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SMEs


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว




สรุปข่าว

* หอการค้าไทยเสนอ 6 แนวทางสำคัญต่อรัฐบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและฟื้นเศรษฐกิจไทย * นายกฯ อนุทิน เห็นชอบแนวคิดจัดตั้ง กรอ. และคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอร่วมกับภาคเอกชน * รัฐบาลยืนยันเดินหน้าเจรจา FTA ดึงดูดการลงทุน สนับสนุน SMEs และปราบปรามอาชญากรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

ภาคเอกชนเข้าหารือนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" เสนอ 6 มาตรการสำคัญเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย แก้ปัญหาคอร์รัปชัน ลดต้นทุนพลังงาน แก้หนี้ครัวเรือน ยกระดับภาคเกษตร และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ด้านนายกฯ เห็นชอบ ตั้ง กรอ. ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างเป็นรูปธรรม


หอการค้าไทยยื่น 6 ข้อเสนอ ฟื้นเศรษฐกิจ-เพิ่มศักยภาพการแข่งขันประเทศ


น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารภาคเอกชน ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศ


โดยภาคเอกชนได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้มีเวทีหารืออย่างเป็นระบบ และรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป


1. เสนอแก้คอร์รัปชัน-ปฏิรูปเกษตร-หนุนสินค้า Made in Thailand


ข้อเสนอสำคัญประการแรก คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด Zero Corruption การปฏิรูปภาคเกษตร การเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการส่งเสริมสินค้า Made in Thailand


นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในรายสาขาสำคัญ อาทิ พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น


2. เร่งกระตุ้นกำลังซื้อ แก้หนี้ครัวเรือน และช่วย SMEs


ภาคธุรกิจยังเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน โดยเน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน ลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SMEs


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว




3. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณรัฐ


ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด


ข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ดิจิทัล และระบบสนับสนุนการลงทุน ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต


4.ชงแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าว


อีกหนึ่งข้อเสนอเร่งด่วน คือ การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น โดยภาคเอกชนเสนอให้ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า รวมถึงขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างและอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง


พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้มีการวางแผนบริหารจัดการแรงงานระยะยาว เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต


5.ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางศิลปะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์


ภาคเอกชนยังเสนอแนวคิดจัดตั้งแพลตฟอร์มศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ หรือ New National Art and Culture Platform โดยเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรสำหรับหอศิลป์ (Art Free Zone)


เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนิทรรศการ การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค


6.เสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ภาค ครอบคลุมเกษตร ท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม


สำหรับข้อเสนอสุดท้าย เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค ที่ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญทั่วประเทศ


ประกอบด้วยโครงการด้านการเกษตรและอาหาร เช่น "มหานครผลไม้เมืองร้อน" การยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงโครงการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM2.5 และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ


นายกฯ เห็นชอบตั้ง กรอ. เดินหน้าความร่วมมือรัฐ-เอกชน


ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ ทั้งการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาภาคเกษตร การส่งเสริม AI และเศรษฐกิจสีเขียว


พร้อมเห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เพื่อนำข้อเสนอที่ได้รับไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมการจัดงาน THAIFEX – Anuga Asia ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตานักลงทุนและคู่ค้าจากทั่วโลก พร้อมย้ำว่าภาคเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ


นอกจากนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วประเทศ

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ