“ปูตินอาจเสียใจที่บุกยูเครน” สื่อรายงานคำกล่าวสีจิ้นผิงต่อทรัมป์ ระหว่างประชุมสัปดาห์ก่อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ปูตินอาจเสียใจที่บุกยูเครน” สื่อรายงานคำกล่าวสีจิ้นผิงต่อทรัมป์ ระหว่างประชุมสัปดาห์ก่อน

สีจิ้นผิงบอกทรัมป์ว่า ปูตินอาจเสียใจที่บุกยูเครน และทรัมป์ยังเสนอว่า ควรให้ความร่วมมือกับผู้นำรัสเซียในการต่อต้านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)


สำนักข่าว Finalcial Times รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวหลายแห่งที่คุ้นเคยกับการประเมินสถานการณ์การประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งของสหรัฐฯ ระบุว่า สี จิ้นผิง กล่าวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจเสียใจที่รุกรานยูเครน


แหล่งข่าวกล่าวว่า ประธานาธิบดีจีนกล่าวเช่นนั้นระหว่างการหารือในหลายประเด็น ทั้งประเด็นยูเครนและประเด็นที่ทรัมป์เสนอว่า ผู้นำทั้งสามควรร่วมมือกันต่อต้านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)


แม้ผู้นำทั้งสองจะมีการสนทนาที่ “ตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับรัสเซียและยูเครน แต่สีจิ้นผิง ก็ไม่ได้ประเมินสถานการณ์ของปูตินและสงครามแต่อย่างใด


การเปิดเผยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ปูตินเดินทางถึงจีนเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 พฤษภาคม) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง สี่วันหลังจากที่ผู้นำจีนได้ต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการพบปะครั้งที่สองนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สรุปข่าว

รายงานระบุว่า สี จิ้นผิง กล่าวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า วลาดิเมียร์ ปูติน อาจเสียใจกับการบุกยูเครน ขณะเดียวกันทรัมป์ยังเสนอให้สหรัฐฯ จีน และรัสเซียร่วมมือกันต่อต้าน International Criminal Court อย่างไรก็ตาม ทั้งจีน รัสเซีย และทรัมป์ ต่างออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าไม่เคยมีการพูดเช่นนั้นในการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมากว่า 4 ปี และความสัมพันธ์จีน-รัสเซียที่ยังคงใกล้ชิดผ่านความร่วมมือแบบ “ไร้ขีดจำกัด”

สีจิ้นผิงบอกทรัมป์ว่า ปูตินอาจเสียใจที่บุกยูเครน และทรัมป์ยังเสนอว่า ควรให้ความร่วมมือกับผู้นำรัสเซียในการต่อต้านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)


สำนักข่าว Finalcial Times รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวหลายแห่งที่คุ้นเคยกับการประเมินสถานการณ์การประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งของสหรัฐฯ ระบุว่า สี จิ้นผิง กล่าวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจเสียใจที่รุกรานยูเครน


แหล่งข่าวกล่าวว่า ประธานาธิบดีจีนกล่าวเช่นนั้นระหว่างการหารือในหลายประเด็น ทั้งประเด็นยูเครนและประเด็นที่ทรัมป์เสนอว่า ผู้นำทั้งสามควรร่วมมือกันต่อต้านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)


แม้ผู้นำทั้งสองจะมีการสนทนาที่ “ตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับรัสเซียและยูเครน แต่สีจิ้นผิง ก็ไม่ได้ประเมินสถานการณ์ของปูตินและสงครามแต่อย่างใด


การเปิดเผยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ปูตินเดินทางถึงจีนเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 พฤษภาคม) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง สี่วันหลังจากที่ผู้นำจีนได้ต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการพบปะครั้งที่สองนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ปูตินเริ่มบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 สามสัปดาห์หลังจากเดินทางเยือนจีน ซึ่งเขาและสีจิ้นผิง ประกาศความร่วมมือแบบ “ไร้ขีดจำกัด” และการเยือนจีน 2 วันของปูตินในสัปดาห์นี้เกิดขึ้น 25 ปีหลังจากที่ประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีจีน-รัสเซียกับปูติน


เมื่อวานนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ถูกถามเกี่ยวกับคำพูดของสีจิ้นผิง ในรายงานข่าว แต่เขากล่าวว่า เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง ส่วนทรัมป์ก็ปฏิเสธรายงานดังกล่าวเช่นกัน โดยกล่าวว่า "ไม่" เขาไม่เคยพูดแบบนั้น


ด้านดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวถึงคำพูดของสีจิ้นผิง เกี่ยวกับปูตินว่า “จีนได้ปฏิเสธเรื่องนี้ไปแล้ว” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้เผยแพร่เอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง แต่ไม่มีการกล่าวถึงการสนทนาเกี่ยวกับปูตินหรือสงครามในยูเครนแต่อย่างใด

ระหว่างการประชุมสุดยอดกับสีจิ้นผิง ทรัมป์ยังเสนอแนะว่าสหรัฐฯ จีน และรัสเซียควรผนึกกำลังกันต่อต้านศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยกล่าวว่าผลประโยชน์ของพวกเขาสอดคล้องกัน


ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวต่อกรณีศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) แต่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยแสดงจุดยืนคัดค้าน ICC อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า ICC มีส่วนร่วมในการเมือง การใช้อำนาจในทางที่ผิด การไม่เคารพอธิปไตยของชาติสหรัฐฯ และการใช้อำนาจตุลาการเกินขอบเขตอย่างไม่ชอบธรรม เจ้าหน้าที่บางคนถึงกับกล่าวว่า ICC เป็นเครื่องมือสำหรับสิ่งที่เรียกว่า “สงครามทางกฎหมาย” ต่อต้านอเมริกา


คำกล่าวของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับปูตินเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้พัฒนาไปสู่ภาวะชะงักงันหลังจากดำเนินมาสี่ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยูเครนมีประสิทธิภาพในการใช้โดรนโจมตีเป้าหมายและกองกำลังรัสเซีย

ที่มาข้อมูล : FT

ที่มารูปภาพ : Reuters