กองทัพสหรัฐฯ กำจัด รองผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธไอซิส ร่วมกับไนจีเรียได้สำเร็จ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กองทัพสหรัฐฯ กำจัด รองผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธไอซิส ร่วมกับไนจีเรียได้สำเร็จ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม) ว่า อาบู-บิลาล อัล-มินูกิ รองผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธไอซิสถูกกำจัดแล้ว ในการปฏิบัติการที่ดำเนินการโดยกองกำลังสหรัฐฯ และไนจีเรีย


ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social ว่า “คืนนี้ ตามคำสั่งของผม กองกำลังสหรัฐฯ ผู้กล้าหาญและกองทัพไนจีเรียได้ปฏิบัติภารกิจที่วางแผนไว้อย่างระมัดระวังและซับซ้อนอย่างยิ่งอย่างไร้ที่ติ เพื่อกำจัดผู้ก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก ออกจากสนามรบ ซึ่ง อาบู-บิลาล อัล-มินูกิ รองผู้บัญชาการกลุ่มไอซิสระดับโลก คิดว่าเขาสามารถซ่อนตัวอยู่ในแอฟริกาได้ แต่เขาไม่รู้เลยว่าเรามีแหล่งข่าวที่คอยแจ้งให้เราทราบถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่”


ทรัมป์ยังได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไนจีเรียสำหรับความร่วมมือในการปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยกองกำลังสหรัฐฯ ร่วมกับไนจีเรีย ปฏิบัติการสังหารรองผู้บัญชาการกลุ่มไอซิสสำเร็จ ระบุเป็นภารกิจซับซ้อนที่วางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมขอบคุณไนจีเรียที่ร่วมมือปราบก่อการร้าย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม) ว่า อาบู-บิลาล อัล-มินูกิ รองผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธไอซิสถูกกำจัดแล้ว ในการปฏิบัติการที่ดำเนินการโดยกองกำลังสหรัฐฯ และไนจีเรีย


ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social ว่า “คืนนี้ ตามคำสั่งของผม กองกำลังสหรัฐฯ ผู้กล้าหาญและกองทัพไนจีเรียได้ปฏิบัติภารกิจที่วางแผนไว้อย่างระมัดระวังและซับซ้อนอย่างยิ่งอย่างไร้ที่ติ เพื่อกำจัดผู้ก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก ออกจากสนามรบ ซึ่ง อาบู-บิลาล อัล-มินูกิ รองผู้บัญชาการกลุ่มไอซิสระดับโลก คิดว่าเขาสามารถซ่อนตัวอยู่ในแอฟริกาได้ แต่เขาไม่รู้เลยว่าเรามีแหล่งข่าวที่คอยแจ้งให้เราทราบถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่”


ทรัมป์ยังได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไนจีเรียสำหรับความร่วมมือในการปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ไนจีเรียตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบของทรัมป์ ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวว่า ชาวคริสต์ในไนจีเรียกำลังถูกกดขี่ข่มเหง ซึ่งรัฐบาลไนจีเรียปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

สหรัฐฯ ได้โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มอิสลามในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของไนจีเรียในวันคริสต์มาสปีที่แล้ว หลังจากการกล่าวหาของทรัมป์

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP