"ธนาคารกลาง" ทั่วโลกตุนทองมากสุดเกือบ 2 ปี คาดยอดซื้อปีนี้แตะ 848 ตัน

สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยในวันนี้ (3 พ.ย.) ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำรวมกันเพิ่มขึ้น 42% แตะที่ระดับ 321 ตันในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นยอดรวมรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2567
สรุปข่าว
สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยในวันนี้ (3 พ.ย.) ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำรวมกันเพิ่มขึ้น 42% แตะที่ระดับ 321 ตันในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นยอดรวมรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2567
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อทองคำ แม้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ตาม โดยการรุกซื้อดังกล่าวทำให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2569 พุ่งขึ้นเป็น 675 ตัน และส่งผลให้ WGC ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์ทองคำของธนาคารกลางในปี 2569 โดยคาดว่าอุปสงค์ในปีนี้จะอยู่ที่อย่างน้อย 848 ตัน เช่นเดียวกับในปี 2568
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำว่า ธนาคารกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค.ปีนี้ ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการพยุงราคาท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซา โดยมูลค่าของทองคำลดลงไปประมาณ 1 ใน 4 นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
รายงานของ WGC ระบุว่า ธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางโปแลนด์เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในไตรมาส 3/2569 โดยธนาคารกลางจีนซื้อเพิ่มขึ้น 63 ตัน และธนาคารกลางโปแลนด์ซื้อเพิ่มขึ้น 41 ตัน ขณะที่ธนาคารกลางรัสเซียเป็นผู้ขายรายใหญ่เพียงรายเดียว โดยได้เทขายทองคำออกมาในปริมาณ 19 ตันในไตรมาส 3/2569
จอห์น รีด นักกลยุทธ์การตลาดอาวุโสของ WGC กล่าวว่า ราคาทองคำที่อ่อนตัวลงในช่วงไตรมาสดังกล่าวน่าจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางบางแห่งเร่งการเข้าซื้อ ส่วนธนาคารกลางที่มีมุมมองเชิงลบต่อเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น การแข็งค่าของดอลลาร์ก็อาจทำให้ธนาคารกลางเหล่านี้หันไปสนใจที่จะเพิ่มการซื้อทองคำเข้าสู่ระบบทุนสำรอง
WGC ระบุว่า แม้ราคาทองคำปรับลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางยังคงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นและทำให้มีกระแสคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง แต่กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำค้ำยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก โดยกองทุนดังกล่าวถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 211 ตัน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3/2569
อย่างไรก็ตาม WGC ระบุว่า ความต้องการเครื่องประดับทองคำลดลง 17% สู่ระดับ 313 ตัน ซึ่งเป็นสถิติไตรมาส 3 ที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางภาษีในอินเดียและจีน ประกอบกับราคาที่สูงขึ้น ได้ผลักดันให้ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อเครื่องประดับทองคำที่มีกะรัตต่ำลง
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
