ประกิต ชี้เศรษฐกิจเสี่ยง Stagflation แนะเน้นหุ้นปันผล
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่าผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาโดยรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ ราคาหุ้นของแต่ละธนาคารขยับไปตามงบที่ออกมา โดยยกตัวอย่างว่า KKP มีงบที่ออกมาดี ราคาหุ้นจึงปรับขึ้นได้ ขณะที่ TTB มีงบออกมาตามปกติ ราคาหุ้นจึงปรับลดลง
ประเด็นที่นายประกิตให้ความสำคัญคือ ยังไม่พบการตั้งสำรองที่ผิดปกติ ซึ่งสะท้อนว่า "คุณภาพสินเชื่อยังคุมได้" และมองว่าเมื่อเศรษฐกิจยังซึมอยู่ กำไรระดับนี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว เพียงแต่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้อาจถูกคาดหวังไว้สูงเกินไป
เศรษฐกิจเสี่ยง Stagflation Shock กดดันดอกเบี้ย
นายประกิตมองว่าปีหน้ามีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว และสถานการณ์ตอนนี้ "สุ่มเสี่ยงที่จะเป็น Stagflation Shock" เพราะเศรษฐกิจไม่ขยายตัว แต่เงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ Fed ยังลดดอกเบี้ยไม่ได้ และคาดว่าทั้ง Fed และ กนง. จะคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
ด้านราคาน้ำมันมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป เพราะความขัดแย้งยังไม่จบ นายประกิตมองว่าสถานการณ์แบบนี้โดยปกติไม่ควรเป็นผลดีต่อหุ้น
รัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
สำหรับเศรษฐกิจไทย นายประกิตระบุว่ารัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แผนระยะกลางและระยะยาวยังพอทำได้ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นทำได้ยาก เช่น โครงการคนละครึ่งที่จบไปแล้ว และยังต้องหามาตรการมาต่อ
หุ้นไทยต้องเลือกรายตัว หุ้นปันผลยังเป็นทางเลือกหลัก
นายประกิตมองว่าหุ้นไทยที่ราคาลดลงมาถือว่าน่าสนใจ แต่คงเลือกได้แค่บางตัว และกลยุทธ์ที่ดีที่สุดตอนนี้ยังเป็นการลงทุนในหุ้นปันผล ซึ่งยังเป็นสิ่งที่น่าทำในปีหน้าด้วย
สรุปข่าว
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่าผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาโดยรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ ราคาหุ้นของแต่ละธนาคารขยับไปตามงบที่ออกมา โดยยกตัวอย่างว่า KKP มีงบที่ออกมาดี ราคาหุ้นจึงปรับขึ้นได้ ขณะที่ TTB มีงบออกมาตามปกติ ราคาหุ้นจึงปรับลดลง
ประเด็นที่นายประกิตให้ความสำคัญคือ ยังไม่พบการตั้งสำรองที่ผิดปกติ ซึ่งสะท้อนว่า "คุณภาพสินเชื่อยังคุมได้" และมองว่าเมื่อเศรษฐกิจยังซึมอยู่ กำไรระดับนี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว เพียงแต่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้อาจถูกคาดหวังไว้สูงเกินไป
เศรษฐกิจเสี่ยง Stagflation Shock กดดันดอกเบี้ย
นายประกิตมองว่าปีหน้ามีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว และสถานการณ์ตอนนี้ "สุ่มเสี่ยงที่จะเป็น Stagflation Shock" เพราะเศรษฐกิจไม่ขยายตัว แต่เงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ Fed ยังลดดอกเบี้ยไม่ได้ และคาดว่าทั้ง Fed และ กนง. จะคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
ด้านราคาน้ำมันมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป เพราะความขัดแย้งยังไม่จบ นายประกิตมองว่าสถานการณ์แบบนี้โดยปกติไม่ควรเป็นผลดีต่อหุ้น
รัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
สำหรับเศรษฐกิจไทย นายประกิตระบุว่ารัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แผนระยะกลางและระยะยาวยังพอทำได้ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นทำได้ยาก เช่น โครงการคนละครึ่งที่จบไปแล้ว และยังต้องหามาตรการมาต่อ
หุ้นไทยต้องเลือกรายตัว หุ้นปันผลยังเป็นทางเลือกหลัก
นายประกิตมองว่าหุ้นไทยที่ราคาลดลงมาถือว่าน่าสนใจ แต่คงเลือกได้แค่บางตัว และกลยุทธ์ที่ดีที่สุดตอนนี้ยังเป็นการลงทุนในหุ้นปันผล ซึ่งยังเป็นสิ่งที่น่าทำในปีหน้าด้วย
อย่าเลือกหุ้นปันผลจาก Yield สูงอย่างเดียว
นายประกิตย้ำว่าการเลือกหุ้นที่ให้ Dividend Yield สูงที่สุดแล้วซื้อทันทีไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะยังมีเรื่องอื่นต้องพิจารณาด้วย ได้แก่
- สภาพคล่องของหุ้น: ต้องซื้อขายได้คล่องพอ
- ทิศทางรายได้และกำไร: ต้องดูว่าธุรกิจยังเติบโตได้หรือไม่
- ความเสี่ยงขาดทุนจากส่วนต่างราคา (Capital Loss): Yield ที่สูงอาจเกิดจากราคาหุ้นที่ลดลงเรื่อยๆ หากเข้าซื้อแล้วราคายังลงต่อ เงินปันผลที่ได้อาจไม่คุ้มกับส่วนที่ขาดทุน
ที่มาข้อมูล : ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 21 ตุลาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
