สนค. ชี้น้ำท่วม 69 ยังไม่กระทบราคาสินค้า เร่งธงฟ้าลดค่าครองชีพ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สนค. ชี้น้ำท่วม 69  ยังไม่กระทบราคาสินค้า  เร่งธงฟ้าลดค่าครองชีพ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากมหาอุทกภัยปี 2554 เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนผลกระทบของน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจหลายด้าน โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 16.2 ล้านคน หรือมากกว่า 5.2 ล้านครัวเรือน จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายจากพื้นที่เกษตร เข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลต่อการผลิต การขนส่ง และการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่


ในด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2554 อยู่ที่ 4.03-4.19% ในช่วงเดือนกันยายนพฤศจิกายน ก่อนชะลอลงในเดือนธันวาคม โดยเงินเฟ้อในช่วงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ขณะที่ราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด ไข่ และเนื้อสัตว์ ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น และพึ่งพาการขนส่ง มีความอ่อนไหวต่อปัญหาการผลิต และการกระจายสินค้าในช่วงน้ำท่วม 


บทเรียนปี 2554 สะท้อนว่า น้ำท่วมส่งผลต่อราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะอาหารสด ที่ได้รับผลกระทบจากการผลิต และการขนส่ง แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปัจจัยน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การรักษาระบบผลิตและกระจายสินค้าให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีส่วนสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคา นายนันทพงษ์กล่าว


สำหรับสถานการณ์ปี 2569 ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยสะสมรวม 50 จังหวัด และกรุงเทพฯ มีประชาชนได้รับผลกระทบ ประมาณ 1.48 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4.20 ล้านคน ขณะที่การติดตามราคาสินค้าในห้างโมเดิร์นเทรดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 พบว่า กว่า 70% ของรายการสินค้าที่ติดตาม ราคาทรงตัว ขณะที่ 12.4% ราคาปรับเพิ่มขึ้น และอีก 16.9% ราคาปรับลดลง สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคาสินค้ายังไม่กระจายเป็นวงกว้าง


อย่างไรก็ตาม ผักสดบางรายการเผชิญแรงกดดันด้านราคา เช่น ผักบุ้งจีน กะเพรา และโหระพา ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น และอ่อนไหวต่อทั้งน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูก และข้อจำกัดด้านการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงเร่งประสานนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุด ราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มปรับลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ไข่ไก่เป็นอีกสินค้าที่ต้องติดตาม เนื่องจากฟาร์มผู้ผลิตบางแห่ง ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอและเลื่อนแผนการส่งออกในช่วงนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพื่อรักษาปริมาณสินค้าและเสถียรภาพราคา 

 


สรุปข่าว

พาณิชย์ ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 69 ขณะนี้แรงกดดันด้านราคาอยู่ในวงจำกัด ยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคาสินค้าในวงกว้าง ขณะที่ผักสดบางรายการราคาเริ่มลดลง หลังมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ที่เร่งกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลาง จับตาผลกระทบต่อรายได้ และกำลังซื้อของครัวเรือน พร้อมติดตามปริมาณ-ราคาสินค้าใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากมหาอุทกภัยปี 2554 เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนผลกระทบของน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจหลายด้าน โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 16.2 ล้านคน หรือมากกว่า 5.2 ล้านครัวเรือน จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายจากพื้นที่เกษตร เข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลต่อการผลิต การขนส่ง และการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่


ในด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2554 อยู่ที่ 4.03-4.19% ในช่วงเดือนกันยายนพฤศจิกายน ก่อนชะลอลงในเดือนธันวาคม โดยเงินเฟ้อในช่วงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ขณะที่ราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด ไข่ และเนื้อสัตว์ ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น และพึ่งพาการขนส่ง มีความอ่อนไหวต่อปัญหาการผลิต และการกระจายสินค้าในช่วงน้ำท่วม 


บทเรียนปี 2554 สะท้อนว่า น้ำท่วมส่งผลต่อราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะอาหารสด ที่ได้รับผลกระทบจากการผลิต และการขนส่ง แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปัจจัยน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การรักษาระบบผลิตและกระจายสินค้าให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีส่วนสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคา นายนันทพงษ์กล่าว


สำหรับสถานการณ์ปี 2569 ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยสะสมรวม 50 จังหวัด และกรุงเทพฯ มีประชาชนได้รับผลกระทบ ประมาณ 1.48 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4.20 ล้านคน ขณะที่การติดตามราคาสินค้าในห้างโมเดิร์นเทรดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 พบว่า กว่า 70% ของรายการสินค้าที่ติดตาม ราคาทรงตัว ขณะที่ 12.4% ราคาปรับเพิ่มขึ้น และอีก 16.9% ราคาปรับลดลง สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคาสินค้ายังไม่กระจายเป็นวงกว้าง


อย่างไรก็ตาม ผักสดบางรายการเผชิญแรงกดดันด้านราคา เช่น ผักบุ้งจีน กะเพรา และโหระพา ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น และอ่อนไหวต่อทั้งน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูก และข้อจำกัดด้านการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงเร่งประสานนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุด ราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มปรับลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ไข่ไก่เป็นอีกสินค้าที่ต้องติดตาม เนื่องจากฟาร์มผู้ผลิตบางแห่ง ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอและเลื่อนแผนการส่งออกในช่วงนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพื่อรักษาปริมาณสินค้าและเสถียรภาพราคา 

 


จับตาสภาพคล่อง-กำลังซื้อของครัวเรือน ช่วงหลังน้ำลด


นายนันทพงษ์ กล่าวว่า นอกจากราคาสินค้าแล้ว อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ รายได้ สภาพคล่อง และกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้การประกอบอาชีพ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้บางส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนมีรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหาร การเดินทาง การเคลื่อนย้ายและดูแลทรัพย์สิน ตลอดจนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์ประกอบอาชีพหลังน้ำลด


ภาวะที่รายได้ลดลง พร้อมกับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ย่อมกดดันสภาพคล่อง ทำให้ครัวเรือนอาจต้องนำเงินออมออกมาใช้ หารายได้เพิ่มเติม หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อ และกิจกรรมการค้าในพื้นที่ในระยะต่อไป


ข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติจากกรณีน้ำท่วมปี 2554 โดยครัวเรือนส่วนใหญ่ 53.4% ที่ได้รับผลกระทบ จะนำเงินออมออกมาใช้ ส่วนอีก 41.0% หารายได้เสริม และอีก 29.7% ปรับลดค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนว่า น้ำท่วมสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจได้พร้อมกัน 2 ด้าน คือ ภาวะอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) จากผลผลิตและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าบางประเภท และภาวะรายได้ครัวเรือนลดลง (Household Income Shock) จากรายได้ที่ลดลงควบคู่กับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้ หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ส่งผลให้สภาพคล่อง และกำลังซื้อลดลง และอาจส่งต่อไปยังการบริโภค และยอดขายของผู้ประกอบการในพื้นที่


นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ในระยะต่อไปมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ขอบเขตพื้นที่ผลิต และพื้นที่เศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของการผลิตและการกระจายสินค้า รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังน้ำลด ซึ่งจะมีส่วนกำหนดระดับผลกระทบต่อราคาสินค้า และกำลังซื้อของประชาชน 


เตรียมจัด ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ เริ่ม 12 ต.ค.


สนค. เห็นว่า การรับมือน้ำท่วมในมิติด้านการค้า ควรให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการผลิต และการกระจายสินค้า การติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น รวมถึงการดูแลค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่หลังน้ำลดควรสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้ากลับมาดำเนินได้โดยเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูรายได้ของประชาชน และผู้ประกอบการ ในพื้นที่


ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนำสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาประหยัดไปจำหน่าย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ตั้งเป้าจัดกิจกรรมกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ


นายนันทพงษ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ผลกระทบจากน้ำท่วมต่อราคาสินค้ายังอยู่ในวงจำกัด และ สนค. ประเมินว่ายังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวม โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 ที่ 1.8-2.2% ค่ากลางที่ 2.0% โดยยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคาสินค้า รายได้ และกำลังซื้อของครัวเรือน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยง และเสนอแนวทางบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม 

ที่มาข้อมูล : Ryt9.com

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth