พาณิชย์ คลอดมาตรการด่วน! พักหนี้-ฟื้นฟูผู้ประกอบการ ช่วยผลกระทบ "น้ำท่วม"

Share on Line Share on Facebook Share on X
พาณิชย์ คลอดมาตรการด่วน! พักหนี้-ฟื้นฟูผู้ประกอบการ ช่วยผลกระทบ "น้ำท่วม"

พาณิชย์ คลอดมาตรการด่วน! พักหนี้-ฟื้นฟูผู้ประกอบการน้ำท่วม จัดงบ 786 ล้าน ดัน SME ปี 2570 


น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล 


น.ส.ปณิตา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการสำหรับการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเงินกองทุนฯ สมทบเพิ่มเติม รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 786.04 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการยกระดับศักยภาพ และอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า 41,480 ราย 


โดยการจัดสรรงบประมาณ มุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าสูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 


– การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม 


– การส่งเสริมการเข้าถึงช่องทางตลาดสากล 


– การเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว 


ทั้งนี้ สสว. คาดการณ์ว่า เม็ดเงินงบประมาณ 786 ล้านบาท จะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.4 เท่าของงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป




สรุปข่าว

สสว. เห็นชอบจัดสรรงบ 786 ล้านบาท ปี 2570 ช่วยยกระดับศักยภาพ SME ไม่น้อยกว่า 41,480 ราย เร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี เปิดตลาดสากล และปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว คาดสร้างเงินหมุนเวียน 5,856 ล้านบาท พร้อมออกมาตรการด่วนช่วย SME ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งพักชำระหนี้ ฟื้นฟูกิจการ และเปิดช่องทางตลาดให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้เร็วขึ้น

พาณิชย์ คลอดมาตรการด่วน! พักหนี้-ฟื้นฟูผู้ประกอบการน้ำท่วม จัดงบ 786 ล้าน ดัน SME ปี 2570 


น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล 


น.ส.ปณิตา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการสำหรับการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเงินกองทุนฯ สมทบเพิ่มเติม รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 786.04 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการยกระดับศักยภาพ และอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า 41,480 ราย 


โดยการจัดสรรงบประมาณ มุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าสูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 


– การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม 


– การส่งเสริมการเข้าถึงช่องทางตลาดสากล 


– การเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว 


ทั้งนี้ สสว. คาดการณ์ว่า เม็ดเงินงบประมาณ 786 ล้านบาท จะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.4 เท่าของงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป




พร้อมกันนี้ ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs จากสถานการณ์อุทกภัย สสว. ได้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก ผ่านโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน และโครงการที่จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ส่วนราชการเพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ 


ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้ของ สสว. จะมีการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อผ่อนคลายภาระสภาพคล่อง และได้เตรียมกลไกฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยสนับสนุนการเข้าถึงตลาดผ่าน “โครงการ MSME Regional Activate Network” เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว  


นอกจากนี้ บอร์ดส่งเสริม SMEs ยังได้เห็นชอบการเสนอมาตรการทางกฎหมาย เพื่อช่วยผู้ประกอบการปรับตัวรับกติกาการค้าใหม่ๆ เช่น กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (EV) โดยเร่งลดความซับซ้อน และจัดทำมาตรฐานการแปลงรถยนต์สันดาปเป็นรถไฟฟ้า (EV Conversion) การสร้างความเป็นธรรมให้ดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันกฎหมายสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) เพื่อให้อู่อิสระเข้าถึงข้อมูลเทคนิคและอะไหล่ได้อย่างเท่าเทียม



น.ส.ปณิตา กล่าวเพิ่มเติมถึงผลการดำเนินงานผ่านระบบให้บริการพัฒนาธุรกิจ (BDS) ซึ่งเป็นกลไกหลักของ สสว. ว่า ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 5,970 ราย คิดเป็นเงินอุดหนุนรวม 392 ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท


สำหรับช่วงปี 2569–2570 สสว. ยังมีงบประมาณส่วนนี้เหลืออยู่อีกราว 150 ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการยกระดับธุรกิจเพิ่มอีก 1,900 ราย เพื่อเสริมศักยภาพให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์

ที่มารูปภาพ : กระทรวงพาณิชย์

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ