ฟิทช์ เรทติ้งส์ ขยับเครดิตไทย ท่องเที่ยว–ลงทุนAI หนุนเศรษฐกิจ แบงก์แกร่งรับมือน้ำท่วม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ขยับเครดิตไทย ท่องเที่ยว–ลงทุนAI หนุนเศรษฐกิจ  แบงก์แกร่งรับมือน้ำท่วม

นายโทมัส รูคมาเคอร์ หัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง กล่าวว่า ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ยังขยายตัวได้ดีในระดับ 2.6% แม้ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน แรงกดดันหลักๆ มาจากราคาต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ทำให้การบริโภคในภาพรวมอาจชะลอตัวบ้าง เพราะกระทบต่อกำลังซื้อ 


อย่างไรก็ตาม เทรนด์การลงทุนเกี่ยวกับ AI และ Data Center ยังมีความคึกคักต่อเนื่อง มีการสั่งออเดอร์และการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงเศรษฐกิจของจีน และเกาหลีใต้ ที่ได้รับอานินสงส์โดยตรงจากปัจจัยด้านการลงทุน AI และ Data Center


ด้านสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นตามพันธบัตรสหรัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ เป็นปัจจัยกดดันต่อการลงทุนในตลาดหุ้น และส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าที่อาจกลับมาเป็นขาขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงนาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงต้องติดตามต่อไป


สรุปข่าว

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เผยแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็นมีเสถียรภาพ จากเดิมเป็นลบ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราส่วนหนี้สินภาครัฐต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และการประคองเศรษฐกิจให้สามารถทรงตัวอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพได้ในระยะปานกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 69-70

นายโทมัส รูคมาเคอร์ หัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง กล่าวว่า ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ยังขยายตัวได้ดีในระดับ 2.6% แม้ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน แรงกดดันหลักๆ มาจากราคาต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ทำให้การบริโภคในภาพรวมอาจชะลอตัวบ้าง เพราะกระทบต่อกำลังซื้อ 


อย่างไรก็ตาม เทรนด์การลงทุนเกี่ยวกับ AI และ Data Center ยังมีความคึกคักต่อเนื่อง มีการสั่งออเดอร์และการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงเศรษฐกิจของจีน และเกาหลีใต้ ที่ได้รับอานินสงส์โดยตรงจากปัจจัยด้านการลงทุน AI และ Data Center


ด้านสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นตามพันธบัตรสหรัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ เป็นปัจจัยกดดันต่อการลงทุนในตลาดหุ้น และส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าที่อาจกลับมาเป็นขาขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงนาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงต้องติดตามต่อไป


สำหรับประเทศไทย ฟิทช์ชี้แจงเหตุผลของการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น มีเสถียรภาพ จากเดิม เป็นลบ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราส่วนหนี้สินภาครัฐต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และการประคองเศรษฐกิจให้สามารถทรงตัวอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพได้ในระยะปานกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 69-70 ก็ตาม


โดยงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลไทยที่เพิ่มขึ้น ฟิทช์มองว่าเป็นการรับมือกับวิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง และรองรับการลงทุนใหม่ๆ ที่เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายในการเพิ่มอัตราการเติบโตให้สูงขึ้น แต่หากมองในระยะสั้น เศรษฐกิจไทยถือว่าปรับตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงที่ผ่านมา 


แต่ก็ยังมีความท้าทายในระยะสั้นจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้อาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ในช่วงสั้น แต่คาดว่าหลังจากผ่านพ้นไปจะเห็นการค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งในช่วงปลายปีนี้จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนให้กับเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีต่อเนื่องไปถึงปี 70 

นายพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงิน ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารของไทยได้มีการลดระดับความเสี่ยงลงมาค่อนข้างมาก เห็นได้จากสินเชื่อไม่ได้เร่งเติบโตมากเกินไป เป็นภาพของการชะลอและระมัดระวังการพิจารณาสินเชื่อเป็นกลุ่มๆ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาธนาคารของไทยมีการปรับสัดส่วนโครงสร้างของพอร์ตสินเชื่อ และทำให้คุณภาพพอร์ตเริ่มเห็นการปรับตัวดีขึ้นกว่าในอดีตมาก แม้ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจ และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่เป็นปัจจัยกระทบระยะสั้นอยู่บ้างก็ตาม


อย่างไรก็ตาม ศักยภาพธนาคารของไทยในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจไม่ได้มีการพึ่งพาเพียงการปล่อยสินเชื่อในอดีต จะเห็นว่าธุรกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดความมั่งคั่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสร้างรายได้ให้กับธนาคารแต่ละแห่งมากขึ้น เป็นหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาเสริมการเติบโตของผลการดำเนินงานของธนาคารของไทยแต่ละแห่งได้อย่างโดดเด่น


ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทย เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ยังต้องติดตาม แม้ว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณออกมาชัดเจนว่าทิศทางในระยะต่อไปจะเป็นอย่างไร หลังจากที่แนวโน้มของดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการปรับขึ้น ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ยังทรงตัว 1% ก็ยังเป็นระดับที่ธนาคารของไทยมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจได้ดี แต่อาจจะไม่ได้เห็นการเร่งปล่อยสินเชื่อมาก เพราะธนาคารของไทยอยู่ในช่วงการระมัดระวัง และรักษาคุณภาพของพอร์ต


นอกจากนี้ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกมาก็ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนพิเศษให้กับธนาคารของไทยได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติ งบดุลและฐานะการเงินของธนาคารของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งมาก ทำให้ยังคงมีมุมมองธนาคารของไทยมีเสถียรภาพ แต่หากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจปรับตัวแย่ลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ และกระทบต่อโครงสร้างทางด้านงบดุลและฐานะการเงินของธนาคารของไทยมีการเปลี่ยนแปลง ฟิทช์ก็จะมีประเมินและทบทวนอีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : Ryt9.com

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth