นายกฯ ลาว เร่งเครื่อง "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ลั่นฉายานี้ไม่ได้คิดเอง!

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ ลาว เร่งเครื่อง "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ลั่นฉายานี้ไม่ได้คิดเอง!

นายกฯ "ลาว" ย้ำเป้าหมายเปลี่ยนประเทศจากรัฐไร้ทางออกสู่ทะเล สู่ศูนย์กลางคมนาคมและพลังงานสะอาดของภูมิภาค แม้ต้องรับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


รัฐบาลลาวยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเปลี่ยนประเทศจากรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม โลจิสติกส์ และพลังงานของภูมิภาคเอเชีย  


นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวระหว่างการประชุม Future of Asia ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า ลาวยังคงมุ่งมั่นผลักดันแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับเครือข่ายการค้าและการขนส่งระดับภูมิภาค


อย่างไรก็ตาม ลาวกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยลาวยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชน


นายกรัฐมนตรีลาวระบุว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ พร้อมควบคุมแรงกดดันด้านราคาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศมากเกินไป


แม้เผชิญความท้าทายดังกล่าว แต่ลาวยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟลาว-จีน ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564 และกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับนครคุนหมิงของจีน



สรุปข่าว

* ลาวเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟและทางด่วน เชื่อมจีน-เวียดนาม หวังยกระดับสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย * พร้อมผลักดันบทบาท “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ผ่านการส่งออกไฟฟ้าพลังงานสะอาดและการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค

นายกฯ "ลาว" ย้ำเป้าหมายเปลี่ยนประเทศจากรัฐไร้ทางออกสู่ทะเล สู่ศูนย์กลางคมนาคมและพลังงานสะอาดของภูมิภาค แม้ต้องรับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


รัฐบาลลาวยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเปลี่ยนประเทศจากรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม โลจิสติกส์ และพลังงานของภูมิภาคเอเชีย  


นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวระหว่างการประชุม Future of Asia ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า ลาวยังคงมุ่งมั่นผลักดันแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับเครือข่ายการค้าและการขนส่งระดับภูมิภาค


อย่างไรก็ตาม ลาวกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยลาวยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชน


นายกรัฐมนตรีลาวระบุว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ พร้อมควบคุมแรงกดดันด้านราคาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศมากเกินไป


แม้เผชิญความท้าทายดังกล่าว แต่ลาวยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟลาว-จีน ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564 และกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับนครคุนหมิงของจีน



รัฐบาลลาวมองว่าโครงการรถไฟสายนี้เป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การเปลี่ยนประเทศจาก “Landlocked Country” หรือประเทศไร้ทางออกสู่ทะเล ไปสู่ “Land-linked Country” หรือประเทศศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งของภูมิภาค


นอกจากนี้ ลาวยังเร่งพัฒนาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะโครงการทางด่วนเวียงจันทน์-ฮานอย และโครงการรถไฟลาว-เวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้างร่วมกัน


โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกในเวียดนาม และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาค



นายสอนไซยังเน้นย้ำถึงบทบาทของลาวในฐานะแหล่งผลิตพลังงานสะอาดของเอเชีย โดยระบุว่าประเทศมีศักยภาพสูงด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานน้ำจากแม่น้ำและลำน้ำจำนวนมากทั่วประเทศ


เขากล่าวว่า ฉายา “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ไม่ได้เกิดจากการตั้งชื่อของรัฐบาลลาวเอง แต่เป็นคำที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศใช้เรียกประเทศลาว เนื่องจากศักยภาพในการผลิตและส่งออกไฟฟ้าพลังงานสะอาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน


ปัจจุบัน ลาวกำลังขยายความร่วมมือด้านพลังงานผ่านโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด ASEAN Power Grid หรือโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและรองรับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในอนาคต


ล่าสุด ลาวยังได้เชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากับจีนเพิ่มเติม แม้ว่าจีนจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่าลาวก็ตาม สะท้อนถึงเป้าหมายการสร้างเครือข่ายพลังงานระดับภูมิภาคที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น


ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลลาวเชื่อว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระบบขนส่ง และการพัฒนาพลังงานสะอาด จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และยกระดับบทบาทของลาวบนแผนที่เศรษฐกิจเอเชียในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Xinhua

ที่มารูปภาพ : canva

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ