
MTS GOLD รายงานบทวิเคราะห์ราคาทองคำ โดยระบุว่า ราคาทองคําปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องจากช่วงสัปดาห์ก่อน และหลุดตํ่ากว่าระดับเปิดต้นปีบริเวณ 4,321 เหรียญ ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีพลิกกลับมาติดลบประมาณ 3% สะท้อนแรงขายทํากําไรที่ยังคงกดดันตลาดอย่างชัดเจน
สรุปข่าว
MTS GOLD รายงานบทวิเคราะห์ราคาทองคำ โดยระบุว่า ราคาทองคําปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องจากช่วงสัปดาห์ก่อน และหลุดตํ่ากว่าระดับเปิดต้นปีบริเวณ 4,321 เหรียญ ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีพลิกกลับมาติดลบประมาณ 3% สะท้อนแรงขายทํากําไรที่ยังคงกดดันตลาดอย่างชัดเจน
ปัจจัยสําคัญที่ตลาดจับตา คือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในคืนนี้โดยเฉพาะ CPI y/y ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นสู่ 4.2% จากเดิม 3.8% ขณะที่ CPI m/m คาดอยู่ที่ 0.5% แม้เงินเฟ้อรายเดือนบางรายการมีแนวโน้มชะลอลง แต่ตัวเลขรายปียังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง
โดยหากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลว่าเฟดจําเป็นต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งจะหนุนดัชนีดอลลาร์และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น และกดดันราคาทองคําในระยะสั้น ขณะที่การประชุมเฟดวันที่ 16–17 มิ.ย. ตลาดยังคาดว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม
ขณะเดียวกัน สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยกดดัน หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ภายหลังมีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ถูกยิงตก ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อ โดยวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมัน Brent จําเป็นต้องปรับตัวลงตํ่ากว่า 85 เหรียญ จึงจะช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีนัยสําคัญ
ขณะเดียวกัน หลายสินทรัพย์ถูกเทขายพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมัน ดัชนีดอลลาร์ และ Bond Yield สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มเพิ่มการถือครองเงินสด เพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก
ด้านกองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,016.49 ตัน โดยภาพรวมเดือนมิถุนายนขายสุทธิ 12.65 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 55.50 ตัน สะท้อนแรงลดน้ำหนักการลงทุนในทองคําของนักลงทุนสถาบัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค ราคาทองคําปรับตัวลดลงแรงราว 150 เหรียญ จากเมื่อวาน ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,190 เหรียญ หลังหลุดแนวรับสําคัญบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 วัน ทําให้ภาพรวมเข้าสู่แนวโน้ม Downtrend อย่างชัดเจน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
การทํา New Low ต่อเนื่อง 4 วันติดต่อกัน สะท้อนแรงขายที่ยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง และบ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในภาวะ Panic Sell จึงต้องระมัดระวังแรงขายเพิ่มเติม หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวรับสําคัญที่หลุดลงมาได้
วิเคราะห์ว่า หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวต้านระยะสั้นได้อย่างมั่นคง แรงขายยังมีโอกาสกดดันราคาทองคําต่อเนื่อง กลยุทธ์ในช่วงนี้ควรเน้นบริหารความเสี่ยง ลดการใช้ Leverage สูง และรอให้ราคาสร้างฐาน หรือมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในระยะสั้น
ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคําตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,150 เหรียญ และ 4,100 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,250 เหรียญ และ 4,300 เหรียญ ส่วน ทองคําในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,000 บาท
- สู้ไม่ไหว! "SME" ทยอยปิดกิจการ เลิกจ้าง เซ่นพิษสงคราม
- อ่วม! "Temu–Shein" ต้นทุนพุ่ง ยอดขายฮวบ เซ่นพิษสงคราม
- "ราคาทอง" รอปัจจัยใหม่ มีแรงซื้อหลังหลุด 4,300 ดอลลาร์ จับตาสงคราม-ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- สายการบินสหรัฐฯ แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น 78% ราคาน้ำมันพุ่งจากสงคราม
- สมาคมค้าทองคำชี้ "ดอกเบี้ยสหรัฐฯ-จ้างงาน" กดดันราคาทองร่วง ประเมินแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ฯ แนะเน้นทำกำไรระยะสั้น
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
