สมาคมค้าทองคำชี้ "ดอกเบี้ยสหรัฐฯ-จ้างงาน" กดดันราคาทองร่วง ประเมินแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ฯ แนะเน้นทำกำไรระยะสั้น

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมทดสอบระดับ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่นายกสมาคมค้าทองคำแนะนักลงทุนระมัดระวังความผันผวน เน้นทำกำไรระยะสั้น

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ในรายการ WEALTH LIVE นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ได้ให้สัมภาษณ์วิเคราะห์ถึงทิศทางราคาทองคำ โดยระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงมาค่อนข้างเยอะ เกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐฯ ทั้งนอกภาคการเกษตรและภาคเอกชนที่ออกมาดีกว่าเดิมมาก

ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อกระแสข่าวการพิจารณา "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยมองว่าเทรนด์ดอกเบี้ยระยะยาวจะเป็นขาขึ้นและปิดทางลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อวันก่อนหน้าเงินบาทอ่อนค่าไปอยู่ที่ระดับ 32.80 กว่าบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ

สรุปข่าว

สมาคมค้าทองคำเผย ปัจจัยกดดันราคาทองคำมาจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดี ส่งผลให้ตลาดกังวลแนวโน้มการ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" และหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่า ประเมินแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราว 66,000 บาท บวกลบ) เชื่อว่าไม่น่าจะหลุดไปถึงระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แนะกลยุทธ์ "ลงทุนระยะสั้น" ซื้อเมื่อย่อตัวและรีบขายทำกำไรเมื่อแตะแนวต้าน 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราว 70,000 บาทต้นๆ) ยังไม่แนะนำให้ถือลงทุนระยะยาว

ราคาทองคำในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมทดสอบระดับ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่นายกสมาคมค้าทองคำแนะนักลงทุนระมัดระวังความผันผวน เน้นทำกำไรระยะสั้น

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ในรายการ WEALTH LIVE นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ได้ให้สัมภาษณ์วิเคราะห์ถึงทิศทางราคาทองคำ โดยระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงมาค่อนข้างเยอะ เกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐฯ ทั้งนอกภาคการเกษตรและภาคเอกชนที่ออกมาดีกว่าเดิมมาก

ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อกระแสข่าวการพิจารณา "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยมองว่าเทรนด์ดอกเบี้ยระยะยาวจะเป็นขาขึ้นและปิดทางลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อวันก่อนหน้าเงินบาทอ่อนค่าไปอยู่ที่ระดับ 32.80 กว่าบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ แม้ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงทยอยเดินหน้าซื้อทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศจนมีสัดส่วนมากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐแล้วก็ตาม แต่ในระยะสั้นทองคำยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลางและอิหร่านที่ยังไม่จบลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาน้ำมันและปัญหาเงินเฟ้อ

ประเมินแนวรับ-แนวต้านสำหรับทิศทางในระยะสั้น นายจิตติ คาดการณ์ว่าราคายังมีโอกาสปรับลดลงได้อีกจากข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่โอกาสที่จะหลุดลงไปถึงระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์นั้นมีน้อย โดยประเมิน แนวรับไว้ที่บริเวณ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (เทียบเท่าประมาณ 66,000 บาท บวกลบ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งสูงกว่ารอบก่อนหน้าที่เคยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 4,110 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

ในส่วนของ แนวต้าน ประเมินไว้ที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (เทียบเท่าประมาณ 70,000 บาทต้นๆ) ซึ่งเป็นจุดที่ราคาเคยยืนหยัดมาอย่างยาวนานก่อนที่จะถอยร่นลงมาในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา หากราคาสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

กลยุทธ์การลงทุนสมาคมค้าทองคำแนะนำว่า ในช่วงที่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูงและตลาดยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักลงทุนในขณะนี้คือ "การลงทุนระยะสั้น" โดยให้รอเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และหาจังหวะทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาขยับขึ้นไปที่แนวต้าน 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยยังไม่แนะนำให้ถือลงทุนในระยะยาวจนกว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จะมีความชัดเจนมากขึ้น

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน