ระอุ! "ฮูตี" ถล่มโรงกลั่นซาอุฯ จี้วิกฤตพลังงานโลก-ค่าขนส่งพุ่ง
ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวโจมตีโรงกลั่นน้ำมันราสทานูรา ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้ภายในพื้นที่โครงการ ซึ่งมีทั้งโรงกลั่นและท่าเรือส่งออกน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ยืนยันว่าโรงกลั่นถูกโจมตี ขณะที่รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากบลูมเบิร์กว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้บริเวณใกล้ท่าเรือราสทานูราได้แล้ว แต่ยังไม่ใช่การยืนยันความเสียหายต่อโรงกลั่น
ราสทานูราเป็นโรงกลั่นของซาอุดี อารามโค มีกำลังการกลั่นวันละ 550,000 บาร์เรล ส่วนท่าเรือในพื้นที่เป็นหนึ่งในประตูส่งออกน้ำมันสำคัญของประเทศ จึงต้องจับตาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบการกลั่น การขนถ่าย หรือกำหนดส่งมอบน้ำมันหรือไม่
สรุปข่าว
ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวโจมตีโรงกลั่นน้ำมันราสทานูรา ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้ภายในพื้นที่โครงการ ซึ่งมีทั้งโรงกลั่นและท่าเรือส่งออกน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ยืนยันว่าโรงกลั่นถูกโจมตี ขณะที่รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากบลูมเบิร์กว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้บริเวณใกล้ท่าเรือราสทานูราได้แล้ว แต่ยังไม่ใช่การยืนยันความเสียหายต่อโรงกลั่น
ราสทานูราเป็นโรงกลั่นของซาอุดี อารามโค มีกำลังการกลั่นวันละ 550,000 บาร์เรล ส่วนท่าเรือในพื้นที่เป็นหนึ่งในประตูส่งออกน้ำมันสำคัญของประเทศ จึงต้องจับตาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบการกลั่น การขนถ่าย หรือกำหนดส่งมอบน้ำมันหรือไม่
ความเคลื่อนไหวล่าสุด สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียระบุว่าสกัดขีปนาวุธของฮูตีได้รวม 5 ลูก แบ่งเป็น 2 ลูกที่มุ่งหน้าสู่กรุงริยาด และอีก 3 ลูกที่มุ่งหน้าไปยังภาคตะวันออก โดยเศษซากจากการสกัดขีปนาวุธเหนือกรุงริยาด ทำให้อาคาร พื้นที่ก่อสร้าง และรถยนต์ได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ยังมีการสู้รบใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน และเป็นทางผ่านสำคัญของเรือสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยฮูตีอ้างว่าสามารถต้านทานการรุกของกองกำลังที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนได้
ความเสี่ยงจึงครอบคลุมทั้งแหล่งแปรรูปน้ำมันและเส้นทางส่งมอบสินค้า หากสถานการณ์ทำให้เรือต้องหลีกเลี่ยงทะเลแดง ไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของแอฟริกา จะเพิ่มทั้งระยะเวลาเดินทาง การใช้เชื้อเพลิง และต้นทุนขนส่ง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนของผู้นำเข้าและผู้ผลิต
ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วหลังการโจมตีเรือพาณิชย์ของฮูตีตั้งแต่ปลายปี 2566
สำหรับผลต่อราคาน้ำมัน ยังต้องติดตามความเสียหายและปริมาณส่งออกที่ได้รับผลกระทบจริง เพราะกำลังการกลั่นวันละ 550,000 บาร์เรล ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันปริมาณเท่ากันหายไปจากตลาดแล้ว ขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสถานการณ์
