จับตาน้ำมันโลก "ซาอุฯ" เปิดโต๊ะคุยอิหร่านหวังคลายไฟสงคราม

Share on Line Share on Facebook Share on X

ความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางเยือนกรุงเตหะราน เพื่อหารือกับผู้นำอิหร่าน ท่ามกลางการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง

การหารือเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ถือเป็นการพบกันระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับ 3 ประเทศสมาชิกข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ นับตั้งแต่สงครามที่เริ่มจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ขยายผลมายังซาอุดีอาระเบียและเยเมน

ซาอุดีอาระเบียระบุว่า การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเปิดช่องทางเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมารุนแรงอีกครั้ง ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ทั้ง 4 ประเทศเห็นพ้องเดินหน้าหารือต่อ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคง 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีสถานีสูบน้ำมันบนแนวท่อส่งน้ำมันตะวันออก–ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสนามบินกรุงริยาด 

สรุปข่าว

ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ส่งผู้แทนระดับสูงหารืออิหร่าน หวังคลี่คลายความขัดแย้งตะวันออกกลาง ขณะที่กลุ่มฮูตีอ้างโจมตีสถานีสูบน้ำมันและสนามบินซาอุฯ เพิ่มแรงกดดันต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลก

ความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางเยือนกรุงเตหะราน เพื่อหารือกับผู้นำอิหร่าน ท่ามกลางการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง

การหารือเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ถือเป็นการพบกันระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับ 3 ประเทศสมาชิกข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ นับตั้งแต่สงครามที่เริ่มจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ขยายผลมายังซาอุดีอาระเบียและเยเมน

ซาอุดีอาระเบียระบุว่า การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเปิดช่องทางเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมารุนแรงอีกครั้ง ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ทั้ง 4 ประเทศเห็นพ้องเดินหน้าหารือต่อ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคง 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีสถานีสูบน้ำมันบนแนวท่อส่งน้ำมันตะวันออก–ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสนามบินกรุงริยาด 

ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก เป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและตลาดพลังงานจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากการโจมตีสร้างความเสียหายจนกระทบการขนส่งน้ำมัน อาจเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานและราคาพลังงานโลก

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในวงกว้างยังจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก และส่งผลให้ราคาพลังงานปรับสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนให้กับประเทศผู้นำเข้าและภาคธุรกิจ 

อีกด้านหนึ่ง รัฐสภาอียิปต์อนุมัติให้กองทัพสนับสนุนการป้องกันซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ประเทศสมาชิกข้อตกลงเมกกะเคยเห็นพ้องให้เตรียมส่งกำลังและขีดความสามารถทางทหารเข้าช่วยซาอุดีอาระเบียอย่างรวดเร็ว

ส่วนโอกาสยุติสงครามยังเผชิญความท้าทาย โดยอิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านต้องลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จึงยังต้องติดตามว่าการเจรจาครั้งนี้จะนำไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้หรือไม่