"KFC" สหรัฐฯ ทิ้งเป๊ปซี่! ปิดฉากพันธมิตร 40 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X

ศึกชิงตลาดน้ำอัดลมสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเคเอฟซีตัดสินใจเปลี่ยนพันธมิตรเครื่องดื่มจากเป๊ปซี่โค มาเป็นโคคา-โคล่า ปิดฉากความร่วมมือที่ยาวนานราว 4 ทศวรรษ และเพิ่มแรงกดดันต่อเป๊ปซี่โค ซึ่งกำลังเร่งฟื้นยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือ

เคเอฟซี ประกาศข้อตกลงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เครือข่ายร้านเคเอฟซีในสหรัฐฯ มีจำนวน 3,718 สาขา และจะมีผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าให้บริการภายในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผยมูลค่าหรือรายละเอียดทางการเงินของข้อตกลง

การเปลี่ยนพันธมิตรครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าการสลับยี่ห้อน้ำอัดลม เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเคเอฟซีกับเป๊ปซี่โค เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่เป๊ปซี่โคเข้าซื้อกิจการเคเอฟซี ก่อนแยกธุรกิจร้านอาหารออกไปในปี 1997 แต่ยังคงเป็นพันธมิตรจัดหาเครื่องดื่มต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา ประเมินยอดขายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีลูกค้าเคเอฟซีไว้ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยการสูญเสียลูกค้ารายนี้อาจกระทบยอดขายหัวเชื้อเครื่องดื่มของธุรกิจเป๊ปซี่ในอเมริกาเหนือราวร้อยละ 3 ขณะที่อาจช่วยเพิ่มยอดขายของโคคา-โคล่าในอเมริกาเหนือประมาณร้อยละ 2.5

สรุปข่าว

KFC เปลี่ยนขั้วเครื่องดื่มจากเป๊ปซี่เป็นโคคา-โคล่า ยุติความร่วมมือราว 40 ปี นักวิเคราะห์ประเมินกระทบยอดขายที่เกี่ยวข้องปีละ 500 ล้านดอลลาร์ พร้อมจับตาแรงสั่นสะเทือนต่อพันธมิตรร้านอาหารรายอื่นของเป๊ปซี่โค

ศึกชิงตลาดน้ำอัดลมสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเคเอฟซีตัดสินใจเปลี่ยนพันธมิตรเครื่องดื่มจากเป๊ปซี่โค มาเป็นโคคา-โคล่า ปิดฉากความร่วมมือที่ยาวนานราว 4 ทศวรรษ และเพิ่มแรงกดดันต่อเป๊ปซี่โค ซึ่งกำลังเร่งฟื้นยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือ

เคเอฟซี ประกาศข้อตกลงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เครือข่ายร้านเคเอฟซีในสหรัฐฯ มีจำนวน 3,718 สาขา และจะมีผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าให้บริการภายในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผยมูลค่าหรือรายละเอียดทางการเงินของข้อตกลง

การเปลี่ยนพันธมิตรครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าการสลับยี่ห้อน้ำอัดลม เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเคเอฟซีกับเป๊ปซี่โค เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่เป๊ปซี่โคเข้าซื้อกิจการเคเอฟซี ก่อนแยกธุรกิจร้านอาหารออกไปในปี 1997 แต่ยังคงเป็นพันธมิตรจัดหาเครื่องดื่มต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา ประเมินยอดขายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีลูกค้าเคเอฟซีไว้ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยการสูญเสียลูกค้ารายนี้อาจกระทบยอดขายหัวเชื้อเครื่องดื่มของธุรกิจเป๊ปซี่ในอเมริกาเหนือราวร้อยละ 3 ขณะที่อาจช่วยเพิ่มยอดขายของโคคา-โคล่าในอเมริกาเหนือประมาณร้อยละ 2.5

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ตลาดจับตายังรวมถึงภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์กับลูกค้าร้านอาหาร นักวิเคราะห์จากเจฟฟรีส์มองว่า การเสียโอกาสให้ผู้บริโภคพบและเลือกดื่มสินค้าในร้านเคเอฟซี รวมถึงผลต่อการรับรู้ของสาธารณชน อาจเป็นเรื่องน่ากังวลมากกว่าผลกระทบทางการเงินในระยะสั้น

เพราะเมื่อพันธมิตรเก่าแก่ตัดสินใจเปลี่ยนค่าย ย่อมทำให้เกิดคำถามว่า ลูกค้าร้านอาหารรายอื่นที่เคยมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเป๊ปซี่โค จะกลายเป็นเป้าหมายที่คู่แข่งเข้าไปช่วงชิงได้มากขึ้นหรือไม่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เป๊ปซี่โคเผชิญความต้องการซื้อที่อ่อนแรงและต้นทุนสูงขึ้นในอเมริกาเหนือ ขณะที่การฟื้นตัวของยอดขายและอัตรากำไรใช้เวลานานกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ จนต้องเพิ่มความเข้มข้นในการลดต้นทุน

บริษัทจึงเผชิญแรงกดดันทั้งจากการแข่งขันและจากเอลเลียตต์ อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ นักลงทุนที่เข้าถือหุ้นและผลักดันให้ขายสินทรัพย์ที่มีผลงานต่ำกว่าคาด พร้อมปรับปรุงผลประกอบการในอเมริกาเหนือ

สำหรับขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ครอบคลุมเคเอฟซีในสหรัฐฯ โดยเป๊ปซี่โคยืนยันว่า เพิ่งต่อข้อตกลงกับ ยัม แบรนด์ส สำหรับเคเอฟซีในต่างประเทศ และทาโก้ เบลล์ ซึ่งสัญญาของทาโก้ เบลล์มีระยะเวลา 10 ปี

ส่วนโคคา-โคล่า ซึ่งเป็นพันธมิตรเครื่องดื่มกับแมคโดนัลด์และเวนดี้ส์อยู่แล้ว จะได้เพิ่มเครือข่ายเคเอฟซีสหรัฐฯ เข้าในช่องทางขาย ตอกย้ำการแข่งขันชิงพื้นที่ในร้านอาหาร ที่ช่วยทั้งสร้างยอดขายและทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคในทุกมื้ออาหาร