“เนเน่” แชมป์ AGT คว้าพรีเซนเตอร์ 11 แบรนด์ จับตาก้าวสู่ศิลปินโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X

หลังกลับถึงประเทศไทย กระแสของ “เนเน่ รอยัล” หรือ รัตติกานต์ อำลอย แชมป์ America’s Got Talent Season 21 ยังได้รับการตอบรับจากทั้งแฟนเพลงและแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง

เนเน่ปรากฏตัวในงาน Welcome NENE ROYAL : Win The World for Thailand ที่พารากอน ฮอลล์ ท่ามกลางแฟนคลับที่มารอต้อนรับอย่างคึกคัก โดยเนเน่ขึ้นเวทีพร้อมครอบครัว ขอบคุณคนไทยที่ร่วมส่งกำลังใจและโหวตให้ตลอดการแข่งขัน ขณะที่คุณพ่อณรงค์กล่าวด้วยความตื้นตัน พร้อมฝากคนไทยช่วยกันดูแลและสนับสนุนลูกสาวต่อไป

กระแสที่เกิดขึ้นหลังคว้าแชมป์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงความสำเร็จบนเวที เพราะชื่อ Nene Royal กำลังถูกต่อยอดอย่างรวดเร็วทั้งในตลาดโฆษณาและเส้นทางศิลปินระดับนานาชาติ

10 วันหลังแชมป์ AGT แบรนด์เข้าหาเนเน่ต่อเนื่อง

หลังคว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 เพียงประมาณ 10 วัน ชื่อของ Nene Royal ปรากฏในการร่วมงานกับแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มีการรวบรวมความร่วมมืออย่างน้อย 10 แบรนด์ ได้แก่ Smooth E, BSC, MizuMi, Pantene, Baby Bright, Mistine, เถ้าแก่น้อย, Voiz, Farmhouse และ Dutch Mill ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่ม

ล่าสุดมีการเปิดตัวความร่วมมือ TRUE x NENE ROYAL ภายใต้แนวคิด “TRUE VOICE TO THE WORLD” ทำให้จำนวนแบรนด์ที่เข้ามาร่วมงาน ทำแคมเปญ หรือสนับสนุนเนเน่เพิ่มขึ้นอีก


สรุปข่าว

เนเน่ รอยัล (รัตติกานต์ อำลอย) แชมป์ America’s Got Talent Season 21 ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามทั้งจากแฟนคลับและแบรนด์สินค้า ล่าสุดได้ร่วมงานกับแบรนด์แล้วอย่างน้อย 11 แบรนด์ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท สะท้อนถึงพลังของ "Nene Effect" นอกจากนี้ เธอยังได้ก้าวสู่เส้นทางดนตรีระดับโลก โดยได้ขึ้นแสดงกับ Linkin Park และเตรียมเป็นศิลปินเปิดให้ Avenged Sevenfold ซึ่งเป้าหมายสำคัญหลังจากนี้คือการสร้างสรรค์ Original Music ของตัวเอง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นศิลปินระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการสร้างผลงานเพลงและฐานแฟนคลับของตัวเองมากกว่ารายได้จากโฆษณาในระยะสั้น

หลังกลับถึงประเทศไทย กระแสของ “เนเน่ รอยัล” หรือ รัตติกานต์ อำลอย แชมป์ America’s Got Talent Season 21 ยังได้รับการตอบรับจากทั้งแฟนเพลงและแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง

เนเน่ปรากฏตัวในงาน Welcome NENE ROYAL : Win The World for Thailand ที่พารากอน ฮอลล์ ท่ามกลางแฟนคลับที่มารอต้อนรับอย่างคึกคัก โดยเนเน่ขึ้นเวทีพร้อมครอบครัว ขอบคุณคนไทยที่ร่วมส่งกำลังใจและโหวตให้ตลอดการแข่งขัน ขณะที่คุณพ่อณรงค์กล่าวด้วยความตื้นตัน พร้อมฝากคนไทยช่วยกันดูแลและสนับสนุนลูกสาวต่อไป

กระแสที่เกิดขึ้นหลังคว้าแชมป์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงความสำเร็จบนเวที เพราะชื่อ Nene Royal กำลังถูกต่อยอดอย่างรวดเร็วทั้งในตลาดโฆษณาและเส้นทางศิลปินระดับนานาชาติ

10 วันหลังแชมป์ AGT แบรนด์เข้าหาเนเน่ต่อเนื่อง

หลังคว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 เพียงประมาณ 10 วัน ชื่อของ Nene Royal ปรากฏในการร่วมงานกับแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มีการรวบรวมความร่วมมืออย่างน้อย 10 แบรนด์ ได้แก่ Smooth E, BSC, MizuMi, Pantene, Baby Bright, Mistine, เถ้าแก่น้อย, Voiz, Farmhouse และ Dutch Mill ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่ม

ล่าสุดมีการเปิดตัวความร่วมมือ TRUE x NENE ROYAL ภายใต้แนวคิด “TRUE VOICE TO THE WORLD” ทำให้จำนวนแบรนด์ที่เข้ามาร่วมงาน ทำแคมเปญ หรือสนับสนุนเนเน่เพิ่มขึ้นอีก


จาก Beauty สู่ Food สะท้อนพลัง Nene Effect

จุดที่น่าสนใจคือแบรนด์ที่เลือกทำงานกับเนเน่ไม่ได้กระจุกอยู่ในสินค้ากลุ่มเดียว

กลุ่ม Beauty & Personal Care มีทั้ง Pantene, Smooth E, MizuMi, BSC, Baby Bright และ Mistine

ขณะที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมี เถ้าแก่น้อย, Voiz, Farmhouse และ Dutch Mill 

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำตัวตนของเนเน่ไปเชื่อมกับสินค้าได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ความมั่นใจ ความเป็นคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงภาพจำเรื่องกีตาร์ ร็อก และการก้าวจากเด็กภูเก็ตสู่เวทีระดับโลก

จึงเกิดสิ่งที่อาจเรียกว่า “Nene Effect” หรือการเปลี่ยนกระแสจากการแข่งขันระดับโลกให้กลายเป็นมูลค่าทางการตลาดในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว

แต่คำถามสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงว่าเนเน่จะมีแบรนด์เพิ่มอีกกี่ราย แต่คือกระแสดังกล่าวจะสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าในระยะยาวได้มากเพียงใด

Linkin Park เปิดประตูสู่เครือข่ายดนตรีโลก

อีกด้านหนึ่งของ Nene Effect คือเส้นทางดนตรี หลังเนเน่ได้ขึ้นแสดงร่วมกับ Linkin Park ในเพลง “The Emptiness Machine” บนเวทีรอบไฟนอลของ America’s Got Talent 

การขึ้นเวทีครั้งนั้นมีความหมายมากกว่าการเป็นโชว์พิเศษ เพราะทำให้ศิลปินไทยวัย 16 ปีได้ทำงานร่วมกับหนึ่งในวงร็อกระดับโลกต่อหน้าผู้ชมในสหรัฐฯ และผู้ชมจากหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน เนเน่ยังมีคิวขึ้นเป็นศิลปินเปิดให้ Avenged Sevenfold ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นอีกก้าวในการนำชื่อ Nene Royal ออกจากเวทีรายการโทรทัศน์เข้าสู่ตลาดคอนเสิร์ตร็อกระดับนานาชาติ


เป้าหมายต่อไป Original Music ของ Nene Royal

เส้นทางหลัง AGT ที่สำคัญกว่าโฆษณาอาจอยู่ที่การสร้างเพลงของตัวเอง

เนเน่ให้สัมภาษณ์กับสื่อดนตรีร็อกของอังกฤษว่า หลังประสบความสำเร็จจาก AGT เธอต้องการเดินหน้าสร้าง Original Music และพัฒนาตัวเองในฐานะศิลปินต่อไป 

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Nene Royal ก็ระบุสถานะของเธอในฐานะ Rock Artist, Guitarist และ Songwriter พร้อมประกาศว่า Original Music กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และมี Debut EP อยู่ในขั้นตอนการจัดทำ 

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะตลอดการแข่งขัน AGT ผู้ชมทั่วโลกรู้จักเนเน่ผ่านการนำเพลงของศิลปินระดับโลกมาตีความใหม่ ตั้งแต่ The Cranberries, Muse, Soundgarden ไปจนถึง The White Stripes

โจทย์หลังจากนี้คือการเปลี่ยนผู้ชมที่ติดตาม เพลง Cover ของ Nene Royal ให้กลายเป็นแฟนเพลงที่รอฟัง เพลงของ Nene Royal เอง

11 แบรนด์อาจเป็นเพียงมูลค่าระลอกแรก

ในระยะสั้น กระแสหลังคว้าแชมป์ AGT ทำให้เนเน่สามารถต่อยอดชื่อเสียงเข้าสู่ตลาดสินค้าและโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว แต่รายได้จากแบรนด์อาจเป็นเพียงมูลค่าระลอกแรกของ Nene Effect

มูลค่าระยะยาวจะขึ้นอยู่กับว่า เนเน่สามารถสร้าง Original Music ฐานแฟนเพลง และแบรนด์ Nene Royal ที่ยืนได้ด้วยตัวเองในตลาดโลกหรือไม่

หากทำได้ ความสำเร็จจาก America’s Got Talent จะไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเด็กสาวนักกีตาร์จากภูเก็ตให้กลายเป็นศิลปินไทยที่มีตลาดในระดับนานาชาติ

และนี่คือสิ่งที่ต้องจับตาหลังจาก 10 วันแรกของ Nene Effect เพราะจำนวนแบรนด์บอกได้ว่ากระแสกำลังแรงแค่ไหน แต่ Original Music จะเป็นตัวบอกว่าแบรนด์ Nene Royal จะไปได้ไกลแค่ไหน

ที่มาข้อมูล : Louder, Guitar World , Nene Royal

ที่มารูปภาพ : tnn