กนอ.ยกระดับสูงสุด สกัดน้ำท่วมซ้ำนิคมฯ บางปู-อยุธยาเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

Share on Line Share on Facebook Share on X

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ยกระดับการเฝ้าระวังอุทกภัยขั้นสูงสุด พร้อมสั่งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ บางปู จ.สมุทรปราการ และนิคมอุตสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยา เตรียมพร้อมรับฝนหนักช่วง 24–27 กันยายน เพื่อป้องกันน้ำท่วมกระทบฐานการผลิตสำคัญของประเทศ

บางปูเร่งพร่องน้ำ เครื่องสูบน้ำพร้อม 100,000 ลบ.ม./ชั่วโมง

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรมบางปูเร่งพร่องน้ำ ตรวจสอบทางระบายน้ำและจุดเสี่ยง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังรวมประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่แนวป้องกันน้ำท่วมโซน 1 และ 2 ระยะทางรวม 5.65 กิโลเมตร ก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือทั้งฝนสะสมและระดับน้ำภายนอกพื้นที่


สรุปข่าว

กนอ.ยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วมขั้นสูงสุดที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูและ 3 นิคมฯ ในอยุธยา ได้แก่ นครหลวง บางปะอิน และบ้านหว้า เพื่อรับมือฝนหนักช่วงวันที่ 24-27 กันยายน และป้องกันผลกระทบต่อฐานการผลิตและซัพพลายเชน โดยบางปูได้เร่งพร่องน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำกำลังรวม 100,000 ลบ.ม./ชม. และสร้างแนวป้องกันเสร็จสิ้น ส่วนอยุธยาเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ตรวจสอบคันป้องกันน้ำ เตรียมบ่อหน่วงน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมกำชับทุกนิคมฯ จัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) จากบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2554

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ยกระดับการเฝ้าระวังอุทกภัยขั้นสูงสุด พร้อมสั่งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ บางปู จ.สมุทรปราการ และนิคมอุตสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยา เตรียมพร้อมรับฝนหนักช่วง 24–27 กันยายน เพื่อป้องกันน้ำท่วมกระทบฐานการผลิตสำคัญของประเทศ

บางปูเร่งพร่องน้ำ เครื่องสูบน้ำพร้อม 100,000 ลบ.ม./ชั่วโมง

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรมบางปูเร่งพร่องน้ำ ตรวจสอบทางระบายน้ำและจุดเสี่ยง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังรวมประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่แนวป้องกันน้ำท่วมโซน 1 และ 2 ระยะทางรวม 5.65 กิโลเมตร ก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือทั้งฝนสะสมและระดับน้ำภายนอกพื้นที่


อยุธยาเฝ้าระวัง 3 นิคมฯ ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วน พระนครศรีอยุธยา กนอ.เฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ นครหลวง บางปะอิน และบ้านหว้า หรือไฮเทค

มาตรการครอบคลุมการตรวจความแข็งแรงของแนวคันป้องกันน้ำ เตรียมบ่อหน่วงน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง รวมถึงติดตามระดับน้ำและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหกตลอด 24 ชั่วโมง

บทเรียนมหาอุทกภัย 2554 ป้องกันน้ำท่วมฐานผลิตซ้ำ

พื้นที่อยุธยาถูกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมที่เคยได้รับความเสียหายหนักจาก มหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งน้ำท่วมเข้าเขตอุตสาหกรรมหลายแห่ง กระทบโรงงานจำนวนมาก และส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า น้ำท่วมพื้นที่อุตสาหกรรมไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ แต่สามารถส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน การขนส่ง การส่งออก และสายการผลิตของบริษัทที่พึ่งพาชิ้นส่วนจากประเทศไทย


เตรียม BCP ป้องกันโรงงานหยุดผลิต

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงกำชับให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมดำเนินมาตรการป้องกันอุทกภัย ตรวจระบบระบายน้ำและอุปกรณ์สำรอง รวมถึงเตรียมแผนเผชิญเหตุและ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Plan (BCP) ร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อให้โรงงานสามารถรับมือได้ทันทีหากสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลง

ช่วง 24–27 กันยายน จึงเป็นช่วงสำคัญของฐานอุตสาหกรรมบางปูและอยุธยา เพราะหากเกิดน้ำท่วมขึ้น ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงงาน แต่สามารถลามไปถึง การขนส่ง การผลิตชิ้นส่วน และซัพพลายเชนของภาคอุตสาหกรรม