"Uber" เลิกจ้างครั้งใหญ่ 3,300 คน ปรับทัพสู้รถไร้คนขับ

Share on Line Share on Facebook Share on X

อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถรายใหญ่ของโลก ประกาศปลดพนักงานประมาณ 3,300 ตำแหน่ง คิดเป็นร้อยละ 10 ของพนักงานทั้งหมด นับเป็นการลดบุคลากรครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ท่ามกลางการแข่งขันจากรถแท็กซี่ไร้คนขับ หรือโรโบแท็กซี่ ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเรียกรถอย่างรวดเร็ว 

ดารา คอสรอว์ชาฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอูเบอร์ ชี้แจงต่อพนักงานว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายลดความซับซ้อนภายในองค์กร หลังบริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีลำดับชั้นการบริหารเพิ่มขึ้น และเริ่มกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจ

อูเบอร์จะลดจำนวนพนักงานที่อยู่ห่างจากซีอีโอตั้งแต่ 7 ลำดับชั้นขึ้นไปร้อยละ 20 พร้อมลดจำนวนทีมขนาดเล็กที่มีลูกน้องโดยตรงเพียง 1–2 คน เกือบครึ่งหนึ่ง รวมถึงควบรวมบางหน่วยงาน และกระจายพนักงานไปประจำในศูนย์ปฏิบัติการหลักมากขึ้น

บริษัทจะจำกัดตำแหน่งที่ทำงานทางไกลเต็มรูปแบบให้เหลือเพียงประมาณร้อยละ 1 ของพนักงานทั้งหมด แต่ยังคงนโยบายให้พนักงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 วัน

สรุปข่าว

Uber ประกาศลดพนักงานประมาณ 3,300 ตำแหน่ง ครั้งใหญ่ที่สุดนับจากวิกฤตโควิด เร่งลดชั้นบริหารและนำเงินไปลงทุนในโรโบแท็กซี่ ท่ามกลางแรงกดดันจาก Waymo และ Tesla ที่กำลังรุกเข้าสู่ตลาดเรียกรถโดยตรง

อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถรายใหญ่ของโลก ประกาศปลดพนักงานประมาณ 3,300 ตำแหน่ง คิดเป็นร้อยละ 10 ของพนักงานทั้งหมด นับเป็นการลดบุคลากรครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ท่ามกลางการแข่งขันจากรถแท็กซี่ไร้คนขับ หรือโรโบแท็กซี่ ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเรียกรถอย่างรวดเร็ว 

ดารา คอสรอว์ชาฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอูเบอร์ ชี้แจงต่อพนักงานว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายลดความซับซ้อนภายในองค์กร หลังบริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีลำดับชั้นการบริหารเพิ่มขึ้น และเริ่มกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจ

อูเบอร์จะลดจำนวนพนักงานที่อยู่ห่างจากซีอีโอตั้งแต่ 7 ลำดับชั้นขึ้นไปร้อยละ 20 พร้อมลดจำนวนทีมขนาดเล็กที่มีลูกน้องโดยตรงเพียง 1–2 คน เกือบครึ่งหนึ่ง รวมถึงควบรวมบางหน่วยงาน และกระจายพนักงานไปประจำในศูนย์ปฏิบัติการหลักมากขึ้น

บริษัทจะจำกัดตำแหน่งที่ทำงานทางไกลเต็มรูปแบบให้เหลือเพียงประมาณร้อยละ 1 ของพนักงานทั้งหมด แต่ยังคงนโยบายให้พนักงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 วัน

แม้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกจะลดพนักงานจำนวนมาก จากการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ แต่อูเบอร์ไม่ได้ระบุว่า AI เป็นสาเหตุหลักของการปลดคนรอบนี้ โดยบริษัทต้องการนำเงินที่ประหยัดได้กลับไปลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต รวมถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ

แรงกดดันสำคัญมาจาก Waymo ผู้ให้บริการโรโบแท็กซี่รายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งให้บริการผ่านแอปอูเบอร์ในเมืองออสตินและแอตแลนตา แต่ขณะเดียวกันก็กำลังขยายบริการไปยังตลาดใหม่โดยไม่พึ่งอูเบอร์ ขณะที่ Tesla เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโรโบแท็กซี่อย่างจริงจัง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลว่า เมื่อรถไร้คนขับมีจำนวนเพิ่มขึ้น บทบาทของอูเบอร์ในฐานะตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้โดยสารกับผู้ขับรถอาจลดลง บริษัทจึงเตรียมลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในธุรกิจโรโบแท็กซี่ในช่วงหลายปีข้างหน้า ทั้งการสนับสนุนบริษัทพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ และผลักดันให้อูเบอร์เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับเรียกใช้รถไร้คนขับ

อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจส่งอาหาร Uber Eats กำลังเผชิญการแข่งขันจาก DoorDash, Instacart และแพลตฟอร์มท้องถิ่น อูเบอร์จึงยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Delivery Hero ของเยอรมนี มูลค่า 14,800 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขนาดธุรกิจและเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยข้อตกลงดังกล่าวยังต้องผ่านขั้นตอนรับซื้อหุ้นและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล 

หลังประกาศปรับโครงสร้าง หุ้นอูเบอร์ปรับขึ้นเกือบร้อยละ 2 สะท้อนมุมมองของตลาดว่า การลดต้นทุนอาจช่วยเพิ่มความคล่องตัว แต่โจทย์ใหญ่ของบริษัทยังคงเป็นการรักษาบทบาทในอุตสาหกรรมการเดินทาง เมื่อรถไร้คนขับกำลังเปลี่ยนจากคู่ค้าไปเป็นคู่แข่งโดยตรง