ส่งออก ก.ค. โตร้อยละ 2.7 พลังงาน-AI หนุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ส่งออก ก.ค. โตร้อยละ 2.7 พลังงาน-AI หนุน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาส่งออกของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 114.2 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แม้จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แต่ราคาสินค้าส่งออกยังปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวด
 
แรงหนุนสำคัญมาจาก ราคาพลังงานและทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ Data Center ซึ่งยังขยายตัวต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงภาวะอุปทานตึงตัวในบางอุตสาหกรรม เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตสินค้าเกษตรบางประเภทได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ส่งผลให้ราคาสินค้าในกลุ่มดังกล่าวยังอยู่ในระดับสูง
 
หากดูเป็นรายหมวด พบว่า สินค้าแร่และเชื้อเพลิง เป็นกลุ่มที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 25.1% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
 
ถัดมาเป็น สินค้าเกษตรกรรม ราคาปรับเพิ่มขึ้น 6.3% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการจากอุตสาหกรรมแปรรูปและตลาดส่งออกยังมีต่อเนื่อง
 




สรุปข่าว

สนค.เผย การส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 ยังเดินหน้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเกือบ 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ21.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาส่งออกของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 114.2 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แม้จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แต่ราคาสินค้าส่งออกยังปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวด
 
แรงหนุนสำคัญมาจาก ราคาพลังงานและทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ Data Center ซึ่งยังขยายตัวต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงภาวะอุปทานตึงตัวในบางอุตสาหกรรม เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตสินค้าเกษตรบางประเภทได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ส่งผลให้ราคาสินค้าในกลุ่มดังกล่าวยังอยู่ในระดับสูง
 
หากดูเป็นรายหมวด พบว่า สินค้าแร่และเชื้อเพลิง เป็นกลุ่มที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 25.1% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
 
ถัดมาเป็น สินค้าเกษตรกรรม ราคาปรับเพิ่มขึ้น 6.3% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการจากอุตสาหกรรมแปรรูปและตลาดส่งออกยังมีต่อเนื่อง
 




ด้าน สินค้าอุตสาหกรรม ราคาปรับเพิ่มขึ้น 1.7% โดยมีสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงหนุนสำคัญ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานหน่วยความจำที่ตึงตัว และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเพิ่มขึ้นตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก
 
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดันดัชนีราคาส่งออก โดยความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก
 
 
ขณะที่ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ราคาปรับเพิ่มขึ้น 0.5% โดยมีอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว รวมถึงอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นแรงหนุน จากความต้องการสินค้าเพิ่มมูลค่าและสินค้าพรีเมียมที่ยังขยายตัวได้ดี



อย่างไรก็ตาม สนค. ระบุว่า การขยายตัวของดัชนีราคาส่งออกยังมีข้อจำกัดจาก ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจทำให้คำสั่งซื้อชะลอลง ขณะที่การแข่งขันด้านราคาของสินค้าเกษตรและสินค้าบางประเภท ยังคงเป็นแรงกดดันต่อผู้ส่งออกไทย
 
สำหรับแนวโน้มเดือนสิงหาคม สนค. ประเมินว่า ดัชนีราคาส่งออกยังมีโอกาสขยายตัว แต่มีแนวโน้มชะลอลง โดยแรงหนุนยังมาจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการชิป หน่วยความจำ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN