หลังจากสภาพัฒน์ ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ ว่ามีโอกาสโตเกินร้อยละ 2 ล่าสุด บรรดาสำนักวิจัยฯ ต่างก็ทยอยปรับประมาณการเช่นกัน อย่างความเห็น SCB EIC ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยว่ามีโอกาสโตเกินร้อยละ 2 ทั้งในปีนี้ปีหน้า โดยได้แรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ขยายตัวสูง พร้อมคาดผลประชุม กนง. วันนี้ (26 ส.ค.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ตลอดทั้งปีนี้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2026 จากเดิมที่ร้อยละ 2.0 เพิ่มเป็นร้อยละ 2.2 และปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2027 จากเดิมที่ร้อยละ 1.9 เพิ่มเป็นร้อยละ 2.1 จากแรงส่งของการลงทุนและการส่งออกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังมีลักษณะกระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง ขณะที่มาตรการภาครัฐ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย แต่ต้องจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังผันผวน และการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า
SCB EIC ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทย ยังคงได้รับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ขยายตัวสูง โดยการลงทุนภาคเอกชนเร่งต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และมีแนวโน้มทรงตัวสูงในระยะข้างหน้า สะท้อนจากมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data center) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ด้านการส่งออกยังขยายตัวดีเช่นกัน โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับกระแสดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง อีกทั้งผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ และบริษัทต่างชาติ ส่งผลให้แรงส่งนี้ ยังไม่กระจายสู่เศรษฐกิจในวงกว้างเท่าที่ควร
สรุปข่าว
หลังจากสภาพัฒน์ ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ ว่ามีโอกาสโตเกินร้อยละ 2 ล่าสุด บรรดาสำนักวิจัยฯ ต่างก็ทยอยปรับประมาณการเช่นกัน อย่างความเห็น SCB EIC ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยว่ามีโอกาสโตเกินร้อยละ 2 ทั้งในปีนี้ปีหน้า โดยได้แรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ขยายตัวสูง พร้อมคาดผลประชุม กนง. วันนี้ (26 ส.ค.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ตลอดทั้งปีนี้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2026 จากเดิมที่ร้อยละ 2.0 เพิ่มเป็นร้อยละ 2.2 และปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2027 จากเดิมที่ร้อยละ 1.9 เพิ่มเป็นร้อยละ 2.1 จากแรงส่งของการลงทุนและการส่งออกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังมีลักษณะกระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง ขณะที่มาตรการภาครัฐ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย แต่ต้องจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังผันผวน และการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า
SCB EIC ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทย ยังคงได้รับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ขยายตัวสูง โดยการลงทุนภาคเอกชนเร่งต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และมีแนวโน้มทรงตัวสูงในระยะข้างหน้า สะท้อนจากมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data center) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ด้านการส่งออกยังขยายตัวดีเช่นกัน โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับกระแสดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง อีกทั้งผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ และบริษัทต่างชาติ ส่งผลให้แรงส่งนี้ ยังไม่กระจายสู่เศรษฐกิจในวงกว้างเท่าที่ควร
นอกจากนี้ SCB EIC ยังมองว่านโยบายภาครัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการประคองเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปีนี้และปีหน้าผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ 1. แผนช่วยเหลือประชาชน ผ่านเม็ดเงินจากการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะช่วยพยุงกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 3 รวมถึงมีแนวโน้มนำเม็ดเงินที่ยังเหลือมาพยุงกำลังซื้อในไตรมาสที่ 4 ขณะที่การพิจารณาโครงการภายใต้แผนเปลี่ยนผ่านพลังงานจาก พ.ร.ก. 400,000 ล้านบาท ล่าช้ากว่าที่คาด โดย SCB EIC ปรับสมมติฐานให้เม็ดเงินจากโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเข้าสู่เศรษฐกิจในปีหน้ามากขึ้น แต่ทั้งนี้ ต้องติดตามว่ารัฐบาลจะคงวงเงินสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานตามเดิม หรือปรับบางส่วนไปใช้ในแผนช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้
นโยบายที่ 2 คือมาตรการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน จากการที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กลับมาชดเชยราคาน้ำมันสูงขึ้นตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. หลังราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ฐานะกองทุนฯ กลับมาขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแตะ 75,562 ล้านบาท (ณ วันที่ 16 ส.ค.) ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีแนวโน้มลดค่าไฟฟ้างวด ก.ย. – ธ.ค. ลงเหลือ 3.86 บาท/หน่วย จาก 3.95 บาท/หน่วย แม้ต้นทุนค่าไฟยังอยู่ในระดับสูงตามราคา LNG โลก โดยจะอาศัยการเรียกเก็บเงินส่วนเกินของกลุ่มการไฟฟ้าฯ (Claw back) มาอุดหนุนค่าไฟ และปรับโครงสร้างนำค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากค่าไฟฟ้าฐาน
จากมาตรการดังกล่าว ประกอบกับการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ SCB EIC ปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2026 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.7 จากเดิมที่ร้อยละ 2.6 และคาดว่าจะชะลอลงต่อเนื่องสู่ร้อยละ 0.8 ในปี 2027
อย่างไรก็ดี แม้ SCB EIC จะมีการปรับเพิ่มประมาณการ แต่มองว่าเศรษฐกิจไทยยังโตต่ำกว่าศักยภาพ จากปัญหาเชิงโครงสร้างและความเปราะบางที่สะสมมานาน และแรงกดดันเพิ่มเติมจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยการคาดการณ์การเติบโตทั้งปีนี้และปีหน้าข้างต้น นับว่าชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า และยังต่ำกว่าศักยภาพ สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและความเปราะบางที่สะสมมานาน แม้รัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติมผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงสองปีนี้
อีกหนึ่งสัญญาณที่ SCB EIC ชี้ว่าน่ากังวล คือ ดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดปรับแย่ลงในช่วงครึ่งปีแรก และยังมีแนวโน้มขาดดุลพร้อมกันในปีนี้ จากทั้งปัจจัยชั่วคราว เช่น ผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง และปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้การพึ่งพาการนำเข้าสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าสินค้าเพื่อการผลิตและส่งออก การลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการใช้บริการดิจิทัลจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
และจากการประเมินข้างต้น SCB EIC จึงมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1 ตลอดปี แม้เศรษฐกิจไทยจะมีทิศทางปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง (K-shaped) โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ในบางภาคส่วน ขณะที่ภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินของครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังอยู่ในระดับสูง
ด้านเสถียรภาพราคา ประเมินว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเคลื่อนไหวใกล้ขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1-3 ในปีนี้ จากผลของราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุน ก่อนทยอยชะลอลงในปีหน้า
- “ไทยช่วยไทย พลัส” กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.21 แสนล้านบาท
- รัฐบาลเร่งอัดฉีดลงทุน ดันเปลี่ยนผ่านพลังงาน-ปั้นเศรษฐกิจไทย หวัง GDP โตยิ่งขึ้น
- “อนุทิน–เอกนิติ” ยังไม่พอใจ ศก.ไทยปีนี้โต 2.2% ชี้ยังโตได้อีก
- SCB เปิดเทรดทองสกุลดอลลาร์ผ่าน 3 ร้านดัง
- 4.9 ล้านคนไม่ยื่นทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รีบทำก่อน 31 ส.ค.
