ตลาดทองรูปพรรณในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE กำลังถูกจับตามอง หลังราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ร้านทองในดูไบฝากความหวังไว้กับเทศกาล งานแต่งงาน และฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2026 เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้าร้าน
ข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับทองในตะวันออกกลางยังได้รับแรงกดดันจากราคาทองที่สูง โดย UAE มีความต้องการลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน และยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่อ่อนตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค
ภาวะทองแพงยังทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้ซื้อทั่วโลกหันหาเครื่องประดับน้ำหนักเบา แลกทองเก่าเป็นทองใหม่ และบางส่วนเลือกทองคำเพื่อการลงทุนที่มีค่าพรีเมียมต่ำกว่าเครื่องประดับ โดยใน UAE ความต้องการทองแท่งและเหรียญทองในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 30%
สรุปข่าว
ตลาดทองรูปพรรณในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE กำลังถูกจับตามอง หลังราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ร้านทองในดูไบฝากความหวังไว้กับเทศกาล งานแต่งงาน และฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2026 เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้าร้าน
ข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับทองในตะวันออกกลางยังได้รับแรงกดดันจากราคาทองที่สูง โดย UAE มีความต้องการลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน และยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่อ่อนตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค
ภาวะทองแพงยังทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้ซื้อทั่วโลกหันหาเครื่องประดับน้ำหนักเบา แลกทองเก่าเป็นทองใหม่ และบางส่วนเลือกทองคำเพื่อการลงทุนที่มีค่าพรีเมียมต่ำกว่าเครื่องประดับ โดยใน UAE ความต้องการทองแท่งและเหรียญทองในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 30%
เทศกาล-งานแต่ง ความหวังร้านทองดูไบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการใน UAE เริ่มมองเห็นโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
Khaleej Times รายงาน ว่า ผู้ประกอบการเครื่องประดับในดูไบคาดหวังว่าเทศกาลและฤดูกาลแต่งงานจะช่วยกระตุ้นการซื้อทอง โดยเฉพาะช่วง Navratri, Diwali, Christmas และ New Year ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการซื้อของขวัญและเครื่องประดับ
อีกแรงหนุนคือฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี เมื่อสภาพอากาศเย็นลงและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ UAE มากขึ้น ร้านทองจึงคาดหวังยอดซื้อจากทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอินเดีย ซึ่งมีวัฒนธรรมการซื้อทองเชื่อมโยงกับเทศกาลและงานแต่งงานอย่างเหนียวแน่น
ราคาทอง “นิ่ง” อาจสำคัญกว่าราคาทอง “ถูก”
อีกปัจจัยที่ผู้ประกอบการจับตามองคือ เสถียรภาพของราคาทองคำ เพราะเมื่อราคาผันผวนรุนแรง ผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจ แต่หากราคาเริ่มทรงตัว แม้ยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจช่วยให้ลูกค้ากำหนดงบประมาณและกลับมาซื้อเครื่องประดับได้ง่ายขึ้น
ร้านทองจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ ทั้งโปรโมชั่นที่เพิ่มความคุ้มค่า นโยบายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ชัดเจน แผนการชำระเงินที่ยืดหยุ่น รวมถึงการออกแบบเครื่องประดับที่ผสมผสานความดั้งเดิมกับรูปแบบร่วมสมัย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในภาวะทองราคาแพง
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับตลาดโลก โดย World Gold Council ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2026 ปริมาณความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกลดลง 17% เหลือ 278.2 ตัน แต่ในเชิงมูลค่า การใช้จ่ายซื้อเครื่องประดับกลับเพิ่มขึ้น 14% เป็น 40,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนภาวะที่ผู้บริโภค “ซื้อทองน้อยลง แต่จ่ายเงินมากขึ้น” เพราะราคาทองอยู่ในระดับสูง
สำหรับตลาด UAE ช่วงครึ่งหลังปี 2026 จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า เทศกาล งานแต่งงาน และนักท่องเที่ยวจะสามารถชดเชยแรงกดดันจากราคาทองได้มากเพียงใด และการแข่งขันของร้านทองอาจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทองเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถออกแบบสินค้า ราคา และเงื่อนไขการซื้อให้เข้ากับกำลังซื้อของผู้บริโภคยุคทองแพงได้ดีที่สุด
ที่มาข้อมูล : World Gold Council (WGC) Khaleej Times
ที่มารูปภาพ : chatgpt
