
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 22/2569 (ครั้งที่ 1,012) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และนำข้อเสนอแนะที่ได้รับมาปรับปรุงรายละเอียดให้มีความเหมาะสมและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับภาคประชาชน พร้อมมอบหมายให้ กกพ. จัดทำหลักเกณฑ์และประกาศรับซื้อไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและบริหารจัดการพลังงานด้วยตนเอง ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานของประเทศ และสนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งผลักดันพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมบทบาทของประชาชนในฐานะ "Prosumer" หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าและสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดในระยะยาว
สรุปข่าว
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 22/2569 (ครั้งที่ 1,012) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และนำข้อเสนอแนะที่ได้รับมาปรับปรุงรายละเอียดให้มีความเหมาะสมและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับภาคประชาชน พร้อมมอบหมายให้ กกพ. จัดทำหลักเกณฑ์และประกาศรับซื้อไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและบริหารจัดการพลังงานด้วยตนเอง ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานของประเทศ และสนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งผลักดันพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมบทบาทของประชาชนในฐานะ "Prosumer" หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าและสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดในระยะยาว
สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ กำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดปริมาณกำลังผลิตเสนอขายไฟฟ้าไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย มีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี และผู้เข้าร่วมโครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ภายในปี 2570
ขณะเดียวกัน ร่างประกาศยังได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก ขั้นตอนและกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า รวมถึงแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 10-23 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 14 วัน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ก่อนเดินหน้าเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการต่อไป
การกลับมาของโครงการโซลาร์ภาคประชาชนในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมพลังงานสะอาดในประเทศไทย ท่ามกลางแนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น และความต้องการลดต้นทุนพลังงานของภาคครัวเรือนในระยะยาว
- จับตาค่าไฟฟ้าเดือนกรกฎาคม อาจจ่ายเพิ่มสูงสุด 5.45 บาทต่อหน่วย
- วิกฤตพลังงานเร่งเปลี่ยนเกม ดัน “พลังงานหมุนเวียน” พุ่ง ครองกำลังการผลิตไฟฟ้า 49% ทั่วโลก
- ครม.ไฟเขียวค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เริ่ม มิ.ย. 69
- ย้อนค่าไฟไทย 10 ปี สู่โครงสร้างใหม่ขั้นบันได 2569
- กระทรวงพลังงาน เตรียมคิดค่าไฟแบบขั้นบันได
