สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) คงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน+3 ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไว้ที่ 4.0% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อต้นเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของภูมิภาค เป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.4% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้
ตง เหอ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO ระบุว่า "การเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน+3 ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณความตึงเครียดบางประการเกิดขึ้นแล้ว"
สรุปข่าว
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) คงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน+3 ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไว้ที่ 4.0% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อต้นเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของภูมิภาค เป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.4% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้
ตง เหอ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO ระบุว่า "การเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน+3 ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณความตึงเครียดบางประการเกิดขึ้นแล้ว"
ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายที่สุด ในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 125 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 และปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานแย่ลงไปอีก อาจส่งผลให้เศรษฐกิจของอาเซียน+3 ชะลอตัวลงเหลือ 2.5% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงขึ้นเป็น 3.5% ซึ่งหากไม่นับรวมช่วงปีที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเลขดังกล่าวจะถือเป็นอัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคที่สูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
นอกจากตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อรวมทั้งภูมิภาคแล้ว AMRO ยังได้ทบทวนข้อมูลรายประเทศ โดยได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.7% และปรับเพิ่มคาดการณ์ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เป็น 2.9% จากเดิม 1.1%
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า AMRO ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของเกือบทุกประเทศจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนเม.ย. ยกเว้นญี่ปุ่น ที่ถูกปรับทบทวนลงเล็กน้อยเป็น 2.3% จาก 2.4% โดยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อล่าสุดสำหรับปี 2569 ของกลุ่ม ASEAN+3 เป็นรายประเทศ มีดังนี้
ประเทศ GDP (ตัวเลขเดือนเม.ย.) CPI (ตัวเลขเดือนเม.ย.)
ไทย 2.1% (1.7%) 2.9% (1.1%)
บรูไน 2.3% (1.9%) 1.2% (0.9%)
กัมพูชา 4.2% (4.9%) 4.5% (2.9%)
อินโดนีเซีย 5.0% (5.0%) 3.4% (2.8%)
ลาว 4.6% (4.6%) 9.0% (7.8%)
-
มาเลเซีย 4.6% (4.6%) 2.0% (2.0%)
เมียนมา 2.5% (2.5%) 24.0% (24.0%)
ฟิลิปปินส์ 4.1% (5.3%) 6.0% (3.9%)
สิงคโปร์ 3.4% (3.4%) 2.5% (1.8%)
เวียดนาม 7.2% (7.4%) 4.4% (3.8%)
จีน 4.5% (4.5%) 1.0% (0.6%)
ฮ่องกง 3.4% (2.8%) 2.0% (1.9%)
ญี่ปุ่น 0.6% (0.7%) 2.3% (2.4%)
เกาหลีใต้ 2.4% (1.9%) 2.4% (2.3%)
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 มีภารกิจในการติดตาม ประเมิน และรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของสมาชิกในภูมิภาค โดย AMRO ได้จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทจำกัดในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2554 ก่อนได้รับการปรับสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศในปี 2559
