
สรุปข่าว
วันนี้ (10 พ.ย.64) ดัชนี SET (SET Index) ปิดที่ 1,630.47 จุด ลดลง 1.22 จุด หรือ 0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 67,866.02 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 1,633.43 จุด และต่ำสุดที่ 1,625.13 จุด โดยดัชนีปรับตัวลดลงตามความรู้สึกด้านการลงทุนจากปัจจัยภายนอก หลังตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปิดตัวในแดนลบช่วงวันก่อนหน้านี้ รวมทั้งถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังจากจีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตสูงกว่าคาดการณ์ แม้ช่วงบ่ายผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าประเทศไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า จากเงินบาทที่มีแนวโน้มยังแข็งค่าขึ้นนั้น มองว่าช่วยหนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องโดยตลาดหุ้นโลกทั้งสหรัฐ, ยุโรป เริ่มชะลอการปรับขึ้นคาดรอประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน ต.ค. หลังจากก่อนหน้านี้ ดัชนีตลาดหุ้นประเทศหลักๆทำจุดสูงสุดใหม่ติดต่อกัน จึงประเมินเทรนด์การลงทุนหลักยังเป็นทิศทางขาขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก โดยช่วงสั้นผันผวนจากการขายเก็งกำไร โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งนี้ ได้แก่ กลุ่มที่เน้นการนำเข้าสินค้า กลุ่มที่มีหนี้สกุลเงินต่างประเทศ และหุ้นขนาดใหญ่
ขณะที่ บล.ธนชาต มองว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวลง แต่ดัชนีฯก็ยังยืนเหนือระดับ 1,626 จุดได้เป็นวันที่ 4 โดยตลาดฯรับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ นำโดย MTC หลังงบฯออกมาต่ำกว่าตลาดคาดไว้ ทำให้ถูกปรับลดราคาเป้าหมายและกำไรปีนี้ลง ทำให้หุ้น TIDLOR และ SAWAD โดนหางเลขราคาลงตามไปด้วย โดยมองว่าจะได้รัลผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิแคบกว่าที่ประเมิน สะท้อนการแข่งขันรุนแรง และอาจส่งผลไปถึงไตรมาส 4/64 ด้วย
ส่วนหุ้น DELTA วันนี้ฟื้นตัวขึ้นได้บ้างหลังเจอแรงขายจากความวิตกจะถูกถอดออกจาก SET50/SET100 ตามเกณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหุ้น GULF ก็ได้รับแรงกดดันไปด้วยหากใช้เกณฑ์ใหม่ใช้ในการคัดหุ้นเข้า SET50/SET100 ซึ่งมองว่าหุ้น GULF ก็มีโอกาสที่จะหลุดด้วย
สัปดาห์นี้แนะติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัท และจับตาอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่จะประกาศในวันนี้ คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยยัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาดอื่น ทำให้น่าจะเริ่มกลับมาได้หลังจากยอดฉีดวัคซีนต้านโควิดสูงขึ้นมาก และยังจะมีการจัดซื้อยารักษาโควิดเพิ่มเข้ามาอีก สร้างความมั่นใจให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก อีกทั้งเชื่อว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก ขณะที่ ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ ต่างก็เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกัน หลังจากสะท้อนงบฯของบริษัทในแต่ละตลาดกันไปแล้ว และอยู่ในช่วงรอปัจจัยกระตุ้นใหม่เข้ามาด้วย
ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า SET Index แกว่งออกด้านข้างในกรอบแคบ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ไม่หนาแน่น โดยบรรยากาศการลงทุนช่วงนี้ถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังจากจีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวในหุ้นที่ประกาศงบไตรมาส 3 ปี 2564 ไปแล้ว หรือหุ้นที่คาดหวังว่างบจะออกมาดี โดยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) คาดว่า SET Index จะแกว่งในกรอบ 1,623-1,635 จุด โดยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะกลับมานำตลาด หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อจำกัด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่
1.KCE มูลค่าการซื้อขาย 2,967.52 ล้านบาท ปิดที่ 90.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท
2.MTC มูลค่าการซื้อขาย 1,833.37 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท ลดลง 2.25 บาท
3.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,612.94 ล้านบาท ปิดที่ 387.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท

ข้อมูลจาก :บล.เอเซียพลัส , บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ,บล.ธนชาต ,marketdata.set.or.th
ภาพประกอบ : AFP ,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand