
สรุปข่าว
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 30.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 30.73 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ โดยตลาดการเงินยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในฝั่งสหรัฐฯ (Core CPI) ออกมาที่ระดับ 1.3% น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 1.4%
ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายความกังวลปัญหาเงินเฟ้อ กอปรกับผลการประมูลบอนด์ 10ปี ที่ยังคงมีความต้องการจากตลาดอยู่ ทำให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อยและทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 1.52% ซึ่งการย่อตัวลงของยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ นั้นได้ช่วยหนุนให้มีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงกลับเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ (Cyclical) ทำให้ดัชนี Dowjones พุ่งขึ้นราว 1.5% หนุนโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานและการเงิน ขณะที่ ดัชนีหุ้นเทคฯของสหรัฐฯ Nasdaq ย่อตัวลง 0.04% ส่วน ดัชนีหุ้นโดยรวมอย่าง S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.6% ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนีตลาดหุ้นยุโรป STOXX50 ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 0.9% ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดและแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Cyclical ที่ตลาดยุโรปมีสัดส่วนหุ้นในกลุ่มดังกล่าวกว่า 60%
นอกจากนี้ เมื่อยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ทรงตัวได้ และตลาดก็ไม่ได้กังวลปัญหาเงินเฟ้อหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของเฟด เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงกว่า 0.3% สู่ระดับต่ำกว่า 91.8 จุด หนุนให้ เงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ระดับ 1.393 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ส่วน เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้น 0.2% สู่ระดับ 1.193 ดอลลาร์ต่อยูโร
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาสัญญาณเงินเฟ้อ จากรายงานข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในฝั่งสหรัฐฯ โดยตลาดมองว่า ความต้องการสินค้าตามภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจ รวมทั้ง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากจากปีก่อนหน้า จะทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เร่งตัวขึ้นจาก 1.7% สู่ระดับ 2.7% นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาล 20ปี สหรัฐฯ วงเงินกว่า 24 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากผลการประมูลบอนด์ 30ปี ยังคงมีความต้องการที่สูงจากตลาด และดัชนีราคาผู้ผลิตไม่ได้เร่งตัวขึ้นไปมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ภาพดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันความกังวลปัญหาเงินเฟ้อและการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของเฟดซึ่งจะช่วยให้ตลาดยังสามารถเปิดรับความเสี่ยงต่อได้
นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจยุโรปจะส่งผลให้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เลือกที่จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ย Deposit Facility Rate ไว้ที่ -0.50% ควบคู่ไปกับการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการทำคิวอี
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท หากยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงหรือทรงตัวได้ ตลาดก็จะลดความผันผวนลงกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและหนุนให้ค่าเงินอาจแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทก็ยังจะได้รับแรงหนุนจาก แรงซื้อสินทรัพย์ โดยเฉพาะหุ้น (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า) ที่อาจทยอยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี แรงซื้อดอลลาร์ของผู้นำเข้าก็เริ่มขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 30.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินบาทอาจจะไม่ได้แข็งค่าไปมากนัก
อย่างไรก็ตาม ถ้าตลาดผันผวนหนักต่อและกดดันให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับแข็งค่า เงินบาทก็อาจอ่อนค่ากลับไปได้ถึงระดับ 30.75-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่รอขายเงินดอลลาร์ ทั้งนี้แม้เงินบาทจะผันผวนในกรอบกว้างเรายังคงมองว่า ผู้ส่งออกควรทยอยปิดความเสี่ยงค่าเงินในช่วงที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่า เนื่องจากในระยะยาวเงินบาทยังมีแนวโน้มกลับไปแข็งค่าได้อยู่จากแนวโน้มเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่จะไหลกลับเข้าตลาดทุนไทยมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ขณะเดียวกันผู้ส่งออกอาจเริ่มพิจารณาใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น อาทิ Option (แต่อาจจะต้องรอให้ ความผันผวนตลาดลดลงก่อน) เนื่องจากทิศทางตลาดการเงินในช่วงนี้ สามารถพลิกกลับไป/มา ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.65-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- เงินบาทเช้านี้ 30 พ.ค. 2568 เปิดตลาด “แข็งค่า” ที่ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์
- เงินบาทเช้านี้ 29 พ.ค. 2568 เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 32.81 บาทต่อดอลลาร์
- เงินบาทเช้านี้ 28 พ.ค. 2568 เปิดตลาด “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์
- "เงินเฟ้อ"หมวดอาหารใน"อังกฤษ"พุ่ง 4 เดือนติด
- เงินบาทเช้านี้ 27 พ.ค. 2568 เปิดตลาด “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ที่ระดับ 32.58 บาท/ดอลลาร์
- "เงินบาท" แข็งค่าสุดรอบ 7 เดือน จับตา "หนี้สหรัฐฯ" หลังรัฐบาล "ทรัมป์" ขาดความน่าเชื่อถือ
- ภาษีทรัมป์ เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตหนี้ เงินเฟ้อใหม่กำลังมา
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand