บาทแข็ง! เงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าคาดฉุดบอนด์ยีลด์อ่อนตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
บาทแข็ง! เงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าคาดฉุดบอนด์ยีลด์อ่อนตัว

สรุปข่าว

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย  เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  30.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 30.73 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ โดยตลาดการเงินยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในฝั่งสหรัฐฯ (Core CPI) ออกมาที่ระดับ 1.3% น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 1.4% 


ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายความกังวลปัญหาเงินเฟ้อ กอปรกับผลการประมูลบอนด์ 10ปี ที่ยังคงมีความต้องการจากตลาดอยู่ ทำให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อยและทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 1.52%  ซึ่งการย่อตัวลงของยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ นั้นได้ช่วยหนุนให้มีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงกลับเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ (Cyclical) ทำให้ดัชนี Dowjones พุ่งขึ้นราว 1.5% หนุนโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานและการเงิน ขณะที่ ดัชนีหุ้นเทคฯของสหรัฐฯ Nasdaq ย่อตัวลง 0.04% ส่วน ดัชนีหุ้นโดยรวมอย่าง S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.6% ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนีตลาดหุ้นยุโรป STOXX50 ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 0.9% ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดและแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Cyclical ที่ตลาดยุโรปมีสัดส่วนหุ้นในกลุ่มดังกล่าวกว่า 60%


นอกจากนี้ เมื่อยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ทรงตัวได้ และตลาดก็ไม่ได้กังวลปัญหาเงินเฟ้อหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของเฟด เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงกว่า 0.3% สู่ระดับต่ำกว่า 91.8 จุด หนุนให้ เงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ระดับ 1.393 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ส่วน เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้น 0.2% สู่ระดับ 1.193 ดอลลาร์ต่อยูโร 


สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาสัญญาณเงินเฟ้อ จากรายงานข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในฝั่งสหรัฐฯ โดยตลาดมองว่า ความต้องการสินค้าตามภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจ รวมทั้ง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากจากปีก่อนหน้า จะทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เร่งตัวขึ้นจาก 1.7% สู่ระดับ 2.7% นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาล 20ปี สหรัฐฯ วงเงินกว่า 24 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากผลการประมูลบอนด์ 30ปี ยังคงมีความต้องการที่สูงจากตลาด และดัชนีราคาผู้ผลิตไม่ได้เร่งตัวขึ้นไปมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ภาพดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันความกังวลปัญหาเงินเฟ้อและการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของเฟดซึ่งจะช่วยให้ตลาดยังสามารถเปิดรับความเสี่ยงต่อได้


นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจยุโรปจะส่งผลให้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB)  เลือกที่จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ย Deposit Facility Rate ไว้ที่ -0.50% ควบคู่ไปกับการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการทำคิวอี


สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท  หากยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงหรือทรงตัวได้  ตลาดก็จะลดความผันผวนลงกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและหนุนให้ค่าเงินอาจแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทก็ยังจะได้รับแรงหนุนจาก แรงซื้อสินทรัพย์ โดยเฉพาะหุ้น (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า) ที่อาจทยอยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี แรงซื้อดอลลาร์ของผู้นำเข้าก็เริ่มขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 30.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินบาทอาจจะไม่ได้แข็งค่าไปมากนัก


อย่างไรก็ตาม ถ้าตลาดผันผวนหนักต่อและกดดันให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับแข็งค่า เงินบาทก็อาจอ่อนค่ากลับไปได้ถึงระดับ 30.75-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่รอขายเงินดอลลาร์ ทั้งนี้แม้เงินบาทจะผันผวนในกรอบกว้างเรายังคงมองว่า ผู้ส่งออกควรทยอยปิดความเสี่ยงค่าเงินในช่วงที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่า เนื่องจากในระยะยาวเงินบาทยังมีแนวโน้มกลับไปแข็งค่าได้อยู่จากแนวโน้มเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่จะไหลกลับเข้าตลาดทุนไทยมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 


ขณะเดียวกันผู้ส่งออกอาจเริ่มพิจารณาใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น อาทิ Option (แต่อาจจะต้องรอให้ ความผันผวนตลาดลดลงก่อน) เนื่องจากทิศทางตลาดการเงินในช่วงนี้ สามารถพลิกกลับไป/มา ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.65-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ