ถอดบทเรียนเอลนีโญ เตือน 3 เดือนข้างหน้า ระวัง PM2.5 หนัก 2 ช่วงเสี่ยงสูง

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ถึงแนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 โดยนำบทเรียนจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2566-2567 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปีนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือ
สรุปข่าว
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ถึงแนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 โดยนำบทเรียนจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2566-2567 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปีนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือ
อย่างไรก็ตาม มีการพยากรณ์จากหลายสำนักที่สอดคล้องกันว่า ช่วงวันที่ 9-10 พฤศจิกายน อาจมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาถึงภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ซึ่งต้องติดตามว่าจะส่งผลให้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวได้เมื่อใด
เตือนฝุ่น PM2.5 ระบาด 2 ช่วง จากผลกระทบเอลนีโญ
สิ่งที่น่ากังวลในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า คือปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยบทเรียนจากปี 2566-2567 พบว่ามีช่วงที่ฝุ่นสะสมสูง 2 ระยะ ได้แก่
ช่วงที่ 1: ต้นเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม
ช่วงที่ 2: เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
ผศ.ดร.ธรณ์ อธิบายว่า เอลนีโญส่งผลต่อการเกิดฝุ่นผ่านปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
อากาศร้อนผิดปกติ แม้เข้าสู่ฤดูหนาว
อุณหภูมิที่สูงขึ้นแม้ในช่วงฤดูหนาว ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวน โดยอากาศร้อนที่อยู่ใกล้พื้นดินและมวลอากาศเย็นด้านบนอาจก่อให้เกิดสภาวะคล้ายฝาชีครอบ ส่งผลให้ฝุ่นไม่สามารถกระจายตัวได้ดี
ในปี 2566-2567 สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานครและภาคเหนือ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม
ภัยแล้งเพิ่มความเสี่ยงไฟป่า
เอลนีโญทำให้บางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน มีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้สภาพพื้นที่แห้งแล้งและเกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการดับไฟยังทำได้ยากเมื่อสภาพอากาศแห้งมาก
ไฟป่าจึงมีโอกาสเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมและฝุ่นควันที่อาจพัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลต่อภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนได้
อากาศนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมในบรรยากาศ
สภาพอากาศร้อนและแห้งอาจทำให้ลมสงบหรืออากาศถ่ายเทได้น้อยลง ส่งผลให้ฝุ่นที่เกิดขึ้นสะสมอยู่ในบรรยากาศมากขึ้น เมื่อประกอบกับสภาพอากาศที่คล้ายฝาชีครอบ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาฝุ่น PM2.5
พยากรณ์ฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้าได้ยาก แนะกลุ่มเสี่ยงวางแผนรับมือ
ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยากกว่าการพยากรณ์สภาพอากาศทั่วไป เนื่องจากต้องประเมินทั้งช่วงเวลาที่อากาศนิ่งและโอกาสเกิดสภาวะฝาชีครอบ ซึ่งการพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้าอาจทำได้เพียงประมาณ 3 วัน หรือมากที่สุดราว 5-7 วัน
จึงแนะนำให้ประชาชนเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่แพ้ฝุ่น ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ซึ่งควรพิจารณาวิธีป้องกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับพื้นที่ที่มีแนวโน้มเผชิญฝุ่นน้อยกว่า ผศ.ดร.ธรณ์ มองว่า ภาคใต้หรือพื้นที่ใกล้ทะเลอาจเป็นทางเลือกในการหลีกเลี่ยงฝุ่น เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นฤดูฝนของภาคใต้ รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทำให้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวมีแนวโน้มเบาบางลง
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลางบางแห่ง รวมถึงประจวบคีรีขันธ์ ก็ยังอาจเผชิญปัญหาฝุ่นได้ จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกพื้นที่ใกล้ทะเลจะปลอดฝุ่น
ผศ.ดร.ธรณ์ ย้ำว่า การนำสถานการณ์เอลนีโญปี 2566-2567 มาเปรียบเทียบกับปี 2569 เป็นเพียงแนวทางสำหรับประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อม เพราะแต่ละปีและแต่ละช่วงเวลาย่อมมีความแตกต่างกัน ประชาชนจึงควรติดตามสถานการณ์และวางแผนรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าอย่างใกล้ชิด
ที่มาข้อมูล : ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
