จากแพข้ามฟากสู่สะพาน 836 ล้าน! พลิกการเดินทางข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว

สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว 836 ล้าน เชื่อม 2 อำเภอกาฬสินธุ์
ปัญหาการเดินทางข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ประชาชนต้องพึ่งพาแพข้ามฟาก หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร กำลังจะได้รับการแก้ไข เมื่อกรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้าง “สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว” วงเงิน 836 ล้านบาท เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่าง อ.สหัสขันธ์ และ อ.สามชัย ให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 31 เร็วกว่าแผนที่กำหนด และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571
จากแพข้ามฟาก สู่สะพานเชื่อมชุมชน
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ตั้งอยู่ระหว่างบ้านดงน้อย ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และบ้านโนนทัน ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเดินทางของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งอ่างเก็บน้ำ
ย้อนกลับไปก่อนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำปาว ชาวบ้านดงน้อยและบ้านโนนทันสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก แต่เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ชุมชนทั้งสองแห่งต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่คนละฝั่ง ส่งผลให้การเดินทางระหว่างกันมีข้อจำกัดมากขึ้น
สรุปข่าว
สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว 836 ล้าน เชื่อม 2 อำเภอกาฬสินธุ์
ปัญหาการเดินทางข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ประชาชนต้องพึ่งพาแพข้ามฟาก หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร กำลังจะได้รับการแก้ไข เมื่อกรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้าง “สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว” วงเงิน 836 ล้านบาท เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่าง อ.สหัสขันธ์ และ อ.สามชัย ให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 31 เร็วกว่าแผนที่กำหนด และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571
จากแพข้ามฟาก สู่สะพานเชื่อมชุมชน
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ตั้งอยู่ระหว่างบ้านดงน้อย ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และบ้านโนนทัน ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเดินทางของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งอ่างเก็บน้ำ
ย้อนกลับไปก่อนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำปาว ชาวบ้านดงน้อยและบ้านโนนทันสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก แต่เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ชุมชนทั้งสองแห่งต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่คนละฝั่ง ส่งผลให้การเดินทางระหว่างกันมีข้อจำกัดมากขึ้น
ปัจจุบันประชาชนสามารถใช้บริการแพข้ามฟาก ซึ่งรองรับรถยนต์ 4 ล้อได้ประมาณ 4 คันต่อเที่ยว ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 15-20 นาที ให้บริการเฉพาะช่วงกลางวัน และมีค่าใช้จ่ายคันละ 100 บาท ทำให้การเดินทางในบางช่วงเวลาไม่สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน โรงพยาบาล หรือทำธุระเร่งด่วน
ส่วนผู้ที่เลือกเดินทางทางถนน ต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 227 อ้อมอ่างเก็บน้ำ ก่อนเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2289 รวมระยะทางระหว่าง อ.สหัสขันธ์ กับ อ.สามชัย ประมาณ 42 กิโลเมตร
ภาพจาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ลดระยะทาง ประหยัดเวลา เชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจ
การก่อสร้างสะพานแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเส้นทางคมนาคม แต่ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเดินทางของประชาชน โดยจะช่วยลดระยะทางระหว่าง อ.สหัสขันธ์ กับ อ.สามชัย ได้ประมาณ 21 กิโลเมตร ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมอ่างเก็บน้ำในเส้นทางระหว่างบ้านดงน้อยกับบ้านโนนทัน จะสามารถลดระยะทางได้ราว 63 กิโลเมตร
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะครอบคลุมประชาชนหลายกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องเดินทางไปติดต่อราชการหรือใช้บริการสาธารณสุขในต่างอำเภอและต่างจังหวัด เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
อีกด้านหนึ่ง สะพานยังมีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรม เนื่องจากทั้งสองอำเภอมีผลผลิตทางการเกษตรสำคัญ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว และยางพารา การมีเส้นทางเชื่อมต่อโดยตรงจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการขนส่งผลผลิตไปยังแหล่งรับซื้อและโรงงานอุตสาหกรรมได้สะดวกขึ้น ลดทั้งระยะเวลาและต้นทุนการขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจท้องถิ่น
ภาพจาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
สะพานยาว 1.76 กม. ใช้งบ 836 ล้านบาท
สำหรับรายละเอียดการก่อสร้าง กรมทางหลวงชนบทดำเนินโครงการภายใต้นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยออกแบบเป็นสะพานคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องสำเร็จรูป ขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างผิวจราจรรวม 12 เมตร มีช่องจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร และไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร
ตัวสะพานมีความยาว 1,760 เมตร พร้อมถนนต่อเชื่อมผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตอีก 1,595 เมตร เพื่อเชื่อมเข้ากับถนนทางหลวงชนบทสาย กส.5047 บริเวณบ้านดงน้อย และสาย กส.4070 บริเวณบ้านโนนทัน นอกจากนี้ ยังมีจุดกลับรถใต้สะพานทั้งสองฝั่ง ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะนี้โครงการมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 31 เร็วกว่าแผนที่กำหนด โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานเสาเข็มและตอม่อภายในอ่างเก็บน้ำ การหล่อชิ้นส่วนพื้นสะพาน และการก่อสร้างโครงสร้างชั้นทางบริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 836 ล้านบาท และกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571
ภาพจาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
มากกว่าสะพาน คือการเชื่อมชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่น
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมชุมชนสองฝั่งให้ใกล้กันมากขึ้น ช่วยลดข้อจำกัดที่ประชาชนเผชิญมายาวนาน พร้อมเปิดทางให้การเดินทาง การขนส่งสินค้าเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่คล่องตัวขึ้น
แม้วันนี้ประชาชนยังต้องรอการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ แต่ความคืบหน้าที่เร็วกว่าแผนถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ในอนาคตการเดินทางข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งแพข้ามฟากหรือขับรถอ้อมอีกต่อไป และสะพานแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนใน จ.กาฬสินธุ์ อย่างเป็นรูปธรร
ภาพจาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ภาพจาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
- “สรรเพชญ” เร่งผลักดันท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร เร่งแก้ Missing Link
- “สรรเพชญ” นำทีมเจ้าท่าฯ ลุยจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต
- คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ให้คนกรุง
- ของขวัญปีใหม่คนกรุง! คมนาคม ดัน "ตั๋วร่วม" ราคา 17-45 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2570
- "คมนาคม" สั่งเข้ม ห้ามลูกเรือรับหิ้ว! ยกระดับคุมสัมภาระ-เสริม K9 สกัดลอบขนยา
ที่มาข้อมูล : กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ที่มารูปภาพ : กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
