ซีพีเปิดมหกรรมนวัตกรรม 2026 ชู 319 โครงการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมจากทุกกลุ่มธุรกิจ เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างธุรกิจใหม่
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คือเวที “BEYOND CONNECTIVITY: Building the Intelligent Future” ณ Grand Hall ชั้น 3 อาคาร True Digital Park West เวลา 13.00–17.30 น. โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก True, Amazon Web Services (AWS), Huawei, Microsoft และ Alibaba Cloud ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud Computing และ AI Agent ตลอดจนแนวทางนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
ดร.อาชว์ ย้อนเส้นทาง 105 ปีซีพี จากร้านเมล็ดพันธุ์สู่อุตสาหกรรมระดับโลก
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของเครือซีพีตลอดระยะเวลา 105 ปี ว่า นวัตกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตจากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ไปสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่และสุกร พืชไร่ เกษตรอุตสาหกรรม ค้าปลีก และโทรคมนาคม
จดเริ่มต้นสำคัญเกิดจากการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งริเริ่มโดยบิดาของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ด้วยความตระหนักถึงความเสี่ยงของเกษตรกร หากซื้อเมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุและไม่สามารถเพาะปลูกได้
ดร.อาชว์ อธิบายถึงแนวคิดดังกล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมของซีพีมีพื้นฐานมาจากคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 60–70 ปีก่อน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมฟาร์มไก่เชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงไก่พื้นบ้านครัวเรือนละประมาณ 10–20 ตัว และต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การฟักไข่ ผสมอาหาร ดูแลรักษาโรค ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต
ต่อมา นายธนินท์ได้เดินทางไปศึกษารูปแบบการเลี้ยงไก่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนนำระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming มาปรับใช้ในประเทศไทย โดยซีพีสนับสนุนเกษตรกรทั้งด้านการกู้เงินสร้างโรงเรือน อาหารสัตว์ ลูกไก่ วัคซีน การประกันราคา และการหาตลาดรองรับผลผลิต
รูปแบบดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรสามารถขยายกำลังการผลิตจากการเลี้ยงไก่จำนวนไม่กี่สิบตัว ไปสู่การเลี้ยงในโรงเรือนขนาดประมาณ 2,000 ตัวต่อเล้า และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทยจนสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้
จากความสำเร็จในธุรกิจไก่ เครือซีพีได้ขยายแนวทางดังกล่าวไปสู่ธุรกิจสุกร กุ้ง และพืชไร่ โดยเฉพาะการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตจากเดิมประมาณ 400–600 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นมากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและค้าปลีก
สรุปข่าว
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมจากทุกกลุ่มธุรกิจ เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างธุรกิจใหม่
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คือเวที “BEYOND CONNECTIVITY: Building the Intelligent Future” ณ Grand Hall ชั้น 3 อาคาร True Digital Park West เวลา 13.00–17.30 น. โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก True, Amazon Web Services (AWS), Huawei, Microsoft และ Alibaba Cloud ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud Computing และ AI Agent ตลอดจนแนวทางนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
ดร.อาชว์ ย้อนเส้นทาง 105 ปีซีพี จากร้านเมล็ดพันธุ์สู่อุตสาหกรรมระดับโลก
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของเครือซีพีตลอดระยะเวลา 105 ปี ว่า นวัตกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตจากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ไปสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่และสุกร พืชไร่ เกษตรอุตสาหกรรม ค้าปลีก และโทรคมนาคม
จดเริ่มต้นสำคัญเกิดจากการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งริเริ่มโดยบิดาของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ด้วยความตระหนักถึงความเสี่ยงของเกษตรกร หากซื้อเมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุและไม่สามารถเพาะปลูกได้
ดร.อาชว์ อธิบายถึงแนวคิดดังกล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมของซีพีมีพื้นฐานมาจากคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 60–70 ปีก่อน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมฟาร์มไก่เชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงไก่พื้นบ้านครัวเรือนละประมาณ 10–20 ตัว และต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การฟักไข่ ผสมอาหาร ดูแลรักษาโรค ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต
ต่อมา นายธนินท์ได้เดินทางไปศึกษารูปแบบการเลี้ยงไก่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนนำระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming มาปรับใช้ในประเทศไทย โดยซีพีสนับสนุนเกษตรกรทั้งด้านการกู้เงินสร้างโรงเรือน อาหารสัตว์ ลูกไก่ วัคซีน การประกันราคา และการหาตลาดรองรับผลผลิต
รูปแบบดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรสามารถขยายกำลังการผลิตจากการเลี้ยงไก่จำนวนไม่กี่สิบตัว ไปสู่การเลี้ยงในโรงเรือนขนาดประมาณ 2,000 ตัวต่อเล้า และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทยจนสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้
จากความสำเร็จในธุรกิจไก่ เครือซีพีได้ขยายแนวทางดังกล่าวไปสู่ธุรกิจสุกร กุ้ง และพืชไร่ โดยเฉพาะการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตจากเดิมประมาณ 400–600 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นมากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและค้าปลีก
เปิดจุดกำเนิดมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ปลูกฝังวัฒนธรรมคิดค้นสิ่งใหม่
ดร.อาชว์ กล่าวต่อว่า เมื่อประมาณ 17 ปีก่อน นายธนินท์มีแนวคิดให้แต่ละบริษัทในเครือซีพีจัดประกวดนวัตกรรมภายในองค์กร ก่อนนำผลงานมาแข่งขันและมอบรางวัลในระดับเครือ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม
แนวคิดนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันให้การคิดค้นสิ่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน โดยไม่จำกัดเฉพาะนักวิชาการ วิศวกร หรือบุคลากรด้านเทคโนโลยี แต่เปิดโอกาสให้พนักงานจากทุกสายงานสามารถนำเสนอแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
สำหรับทิศทางในอนาคต ดร.อาชว์ เน้นย้ำให้บุคลากรเรียนรู้และปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม
พร้อมกันนี้ พนักงานยังต้องยึดมั่นในค่านิยม 6 ประการของเครือซีพี ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลง การคิดค้นสิ่งใหม่ การเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย การทำงานรวดเร็วอย่างมีคุณภาพ และการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของคุณธรรมความซื่อสัตย์
ทั้งนี้ ดร.อาชว์ ย้ำว่าการดำเนินธุรกิจต้องยึดหลัก 3 ประโยชน์ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อบริษัท เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและพัฒนาเครือซีพีให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริง
ซิกเว่ เบรกเก้ ชูพลังนวัตกรรม เปิด 319 โครงการจาก 10 ประเทศ
ด้านนายซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Group Chief Executive Officer, True Corporation กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมของเครือซีพีว่า จุดเริ่มต้นจากร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักได้สร้างรากฐานสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ความไว้วางใจจากลูกค้าและการคิดค้นนวัตกรรม
ตัวอย่างสำคัญคือการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งช่วยให้เกษตรกรมั่นใจในคุณภาพสินค้า และเป็นผลจากความพยายามที่จะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น กล้าคิดแตกต่าง และสร้างแนวทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
นายซิกเว่กล่าวถึงแนวคิดของงานปีนี้ว่า การสร้างนวัตกรรมต้องอาศัยความไว้วางใจ การทำงานร่วมกัน และการผนึกกำลังระหว่างหน่วยธุรกิจ หรือ Synergies เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของบุคลากรจากธุรกิจต่าง ๆ ภายในเครือซีพี
พร้อมเน้นย้ำว่า นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรที่อยู่คู่กับซีพีมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงโครงการหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่พนักงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนาได้
สำหรับการจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 มีผลงานนวัตกรรมจากหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 319 โครงการ จาก 10 ประเทศ โดยแบ่งเป็นโครงการที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน 190 โครงการ ครอบคลุมการพัฒนากระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพ ส่วนอีก 129 โครงการมุ่งพัฒนาแนวทางสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่
โครงการทั้งหมดได้รับการประเมินว่ามีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันมากกว่า 30,000 ล้านบาท จากการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่
ในจำนวนนี้ มีผลงาน 90 โครงการได้รับคัดเลือกให้นำมาจัดแสดงภายในงาน และมี 29 โครงการได้รับคัดเลือกเป็นผลงานโดดเด่นสำหรับการมอบรางวัล แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) 12 โครงการ นวัตกรรมสินค้าและบริการ (Product & Service Innovation) 10 โครงการ นวัตกรรมความยั่งยืน (Sustainability Innovation) 6 โครงการ และนวัตกรรมโมเดลธุรกิจ (Business Model Innovation) 1 โครงการ
เปิดเวที SME เสนอไอเดียอาหารสุขภาพ ต่อยอดโอกาสธุรกิจ
นายซิกเว่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลอดการจัดงาน 3 วัน มีวิทยากรรวม 60 คน จากหน่วยธุรกิจของเครือซีพี ประเทศไทย และต่างประเทศ ร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากแนวคิด “Innovate Beyond” เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เทคโนโลยีและแนวทางพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ภายนอกเข้าร่วมนำเสนอโครงการภายใต้หัวข้อ “Healthy Delicious” ซึ่งเชื่อมโยงการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพเข้ากับเทคโนโลยี
กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้สมัครมากกว่า 50 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 6 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าร่วมนำเสนอแนวคิดทางธุรกิจ หรือ Pitching ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้แนวคิดที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจได้จริง
ในช่วงท้าย นายซิกเว่กล่าวขอบคุณนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี นายศุภกิจ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือซีพี และนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการเครือซีพี สำหรับวิสัยทัศน์และการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรม รวมถึงคณะกรรมการจัดงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่ร่วมกันผลักดันกิจกรรมในครั้งนี้
- “CP Innovation Exposition 2026” 20-22 ต.ค. พลิกโฉม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้กลายเป็น “Future Fest”
- ทรู ชวนสายเทคสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำ ในงาน CP Innovation Exposition 2026
- เปิดเช็กลิสต์ 5 ไฮไลต์ห้ามพลาด! CP Innovation Exposition 2026
- แปรเม็ดเงิน AI ให้เป็นการเติบโตที่คนไทยมีร่วมกัน
- เจาะลึกนวัตกรรมซีพี CP Innovation Exposition 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค (20-22 ต.ค.)
บรรณาธิการออนไลน์
