เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า เพิ่มสิทธิบำนาญ-สวัสดิการ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า เพิ่มสิทธิบำนาญ-สวัสดิการ

เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า มีอะไรบ้าง ผู้ประกันตนได้ประโยชน์อย่างไร?

ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดตัวข้อเสนอปฏิรูประบบประกันสังคมรวม 77 นโยบาย ภายใต้เป้าหมายยกระดับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ควบคู่กับการปรับปรุงระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยกำหนดกรอบเวลาผลักดันตั้งแต่ 7 วันแรก ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี

นโยบายทั้งหมดแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านบริหาร 42 นโยบาย และด้านสวัสดิการ 35 นโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ การลงทุนกองทุนประกันสังคม การพัฒนาระบบบริการออนไลน์ ไปจนถึงการเพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร และบริการรักษาพยาบาล

ข้อเสนอดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า หากทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีตัวแทน 14 เสียงในคณะกรรมการประกันสังคม จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านใดได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 77 นโยบายยังอยู่ในสถานะข้อเสนอของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ใช่สิทธิประโยชน์ที่มีผลบังคับใช้ทั้งหมด โดยบางเรื่องจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับแก้กฎหมาย หรือกระบวนการอนุมัติตามขั้นตอน

นโยบายทั้งหมด

77 ข้อ

รวม 11 หมวด

เป้าหมายผลักดัน

2 ปี

ตามกรอบเวลาของผู้เสนอ

ด้านบริหาร

42 ข้อ (54.5%)

ด้านสวัสดิการ

35 ข้อ (45.5%)

42 นโยบายด้านบริหาร ปรับงบประมาณ เปิดข้อมูล และพัฒนากองทุน

นโยบายด้านบริหารแบ่งออกเป็น 6 หมวด รวม 42 ข้อ โดยมุ่งเน้นการบริหารเงินกองทุน การกำหนดงบประมาณ การพัฒนาระบบเทคโนโลยี การปรับปรุงกฎหมาย และการเพิ่มบทบาทของผู้ประกันตนในการตรวจสอบการดำเนินงาน

1. หมวดงบประมาณ 10 นโยบาย

ข้อเสนอด้านงบประมาณมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานประกันสังคม และจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนมากขึ้น

  1. จำกัดงบบริหารสำนักงานประกันสังคมไม่เกิน 3% ของรายรับต่อปี จากกรอบเดิมที่เว็บไซต์ระบุว่าไม่เกิน 10% ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  2. ติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล โดยให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมทุกครั้ง ภายใน 7 วัน

  3. เปิดเผยงบศึกษาดูงานและงบอุดหนุนโครงการ พร้อมจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ภายใน 7 วัน

  4. เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนร่วมเสนอความคิดเห็นในการจัดทำงบประมาณโครงการต่าง ๆ ภายใน 1 ปี

  5. พัฒนาสวัสดิการและระบบเงินเกษียณของพนักงานสำนักงานประกันสังคมให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ภายใน 1 ปี

  6. จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ โดยพิจารณาจากความจำเป็นของโครงการ ไม่ยึดตัวเลขงบประมาณปีก่อน ภายใน 1 ปี

  7. เปิดเผยรายละเอียดโครงการวงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงงบอุดหนุน เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบ ภายใน 1 ปี

  8. ผลักดันระบบเงินสมทบแบบก้าวหน้า ให้รัฐบาลและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน ภายใน 2 ปี

  9. พัฒนาการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-Vote โดยให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ดูแล ตั้งเป้าลดงบเลือกตั้งกว่า 300 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

  10. ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลือประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

2. หมวดเทคโนโลยีและบริการ 10 นโยบาย

กลุ่มนโยบายนี้มุ่งลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น

  1. ลดกรอบงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท ภายใน 7 วัน

  2. ใช้ระบบเทคโนโลยีส่วนกลางของภาครัฐและร่วมมือกับหน่วยงานอื่น แทนการลงทุนพัฒนาระบบเอง ภายใน 7 วัน

  3. เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ Open Data และ API เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ภายใน 1 ปี

  4. กำหนดให้การจัดจ้างพัฒนาระบบใหม่ใช้เทคโนโลยี Open Source เป็นมาตรฐาน ภายใน 1 ปี

  5. ผลักดันนโยบาย Cloud-first เพื่อลดต้นทุนการลงทุนและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ภายใน 1 ปี

  6. ออกแบบบริการดิจิทัลให้รองรับคนพิการ ผู้ใช้หลายภาษา และประชาชนทุกกลุ่ม ภายใน 1 ปี

  7. ปรับที่ตั้งสำนักงานประกันสังคมสาขาไปยังย่านธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรม โดยใช้พื้นที่เช่าแทนการซื้อที่ดินสร้างอาคาร ภายใน 1 ปี

  8. พัฒนาระบบให้บริการประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด ภายใน 2 ปี

  9. จัดทำระบบร้องเรียนออนไลน์ที่สามารถติดตามความคืบหน้าได้ ทั้งกรณีบริการทางการแพทย์และสำนักงานสาขา ภายใน 2 ปี

  10. จัดตั้งระบบบริการแรงงานแบบเบ็ดเสร็จ เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ขึ้นทะเบียน ส่งเงินสมทบ และดำเนินธุรกรรมว่างงานได้ในจุดเดียว ภายใน 2 ปี

3. หมวดกฎหมาย 4 นโยบาย

  1. ปรับโครงสร้างธรรมาภิบาลของสำนักงานประกันสังคมให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น ตั้งเป้าเริ่มผลักดันภายใน 7 วัน

  2. ยกเลิกข้อยกเว้นด้านอาชีพภายใต้กฎหมายประกันสังคม เพื่อขยายความครอบคลุมของระบบ ภายใน 1 ปี

  3. ปรับปรุงระเบียบการลงทุนและการหาประโยชน์จากกองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทน ภายใน 1 ปี

  4. ผลักดันระบบประกันสังคมถ้วนหน้าที่บริหารโดยตัวแทนประชาชน ภายใน 2 ปี

4. หมวดบริการทางการแพทย์ 5 นโยบาย

  1. ให้คณะกรรมการประกันสังคมประชุมร่วมกับคณะกรรมการการแพทย์ทุกครั้งที่มีวาระปรับนโยบาย ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  2. เพิ่มมาตรการจัดการสถานพยาบาลคู่สัญญาที่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ภายใน 1 ปี

  3. จัดทำแผนที่โรงพยาบาลและร้านยาที่ให้บริการผู้ประกันตน เพื่อค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัว ภายใน 1 ปี

  4. ปรับระบบค่ารักษาพยาบาลเพื่อลดการสำรองจ่าย เช่น ค่าคลอดบุตร การบำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรง ภายใน 1 ปี

  5. เปิดเผยข้อมูลสรุปข้อร้องเรียนด้านบริการรักษาพยาบาลทุกไตรมาส ภายใน 2 ปี

5. หมวดการลงทุน 5 นโยบาย

  1. ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบความผิดพลาดด้านการลงทุนของกองทุน รวมถึงการส่งข้อมูลเพื่อดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด ภายใน 7 วัน

  2. ปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนตามกรอบ 60:40 เพิ่มการลงทุนต่างประเทศ และกำหนดสินทรัพย์ทางเลือก 15% ภายใน 1 ปี

  3. เปิดเผยข้อมูลพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ภายใน 1 ปี

  4. ปรับโครงสร้างการบริหารเงินลงทุนให้เป็นมืออาชีพ มีความโปร่งใส และมีความเป็นอิสระจากระบบราชการมากขึ้น ภายใน 1 ปี

  5. เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ภายใน 2 ปี

สำหรับแนวทางพอร์ต 60:40 เว็บไซต์ไม่ได้แจกแจงสัดส่วนสินทรัพย์ทั้งสองประเภทไว้อย่างชัดเจน จึงต้องรอรายละเอียดประกอบก่อนสรุปรูปแบบการลงทุน

6. หมวดเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วม 8 นโยบาย

  1. ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและคณะอนุกรรมการทุกชุด ภายใน 7 วัน

  2. เปิดเผยบันทึกการประชุมและมติคณะกรรมการประกันสังคมต่อสาธารณะ ภายใน 7 วัน

  3. ให้สำนักงานประกันสังคมในแต่ละพื้นที่สำรวจปัญหาและความคิดเห็นของผู้ประกันตน เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ภายใน 7 วัน

  4. เปิดเผยฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกันตน ข้อมูลเชิงพื้นที่ การจ่ายสิทธิประโยชน์ เงินเดือน และการจ้างงาน ภายใน 1 ปี

  5. พัฒนาระบบประชาพิจารณ์ออนไลน์ที่ยืนยันตัวตนผู้ประกันตนได้ ภายใน 1 ปี

  6. เปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนเข้าสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการ เริ่มจากการประชุมบอร์ดใหญ่และการพิจารณางบประมาณ ภายใน 1 ปี

  7. สนับสนุนทุนการศึกษา การอบรม และงานวิจัยเกี่ยวกับประกันสังคมและรัฐสวัสดิการ ภายใน 2 ปี

  8. ส่งเสริมการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมของแรงงานทุกรูปแบบการจ้างงาน ภายใน 2 ปี

35 นโยบายด้านสวัสดิการ เพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน และดูแลครอบครัว

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือข้อเสนอด้านสวัสดิการจำนวน 35 นโยบาย แบ่งเป็น 5 หมวด ครอบคลุมผู้ประกันตนวัยทำงาน ผู้ว่างงาน ครอบครัวที่มีบุตร ผู้ป่วย และผู้เตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ

7. หมวดครอบครัวและเยาวชน 4 นโยบาย

  1. ขยายเงินสงเคราะห์บุตรครอบคลุมเด็กอายุ 7–12 ปี ในอัตราปีละ 12,000 บาท พร้อมข้อเสนอเพิ่มเป็น 13,400 บาทกรณีมีบุตรพร้อมกัน 2 คน โดยยังต้องชี้แจงรายละเอียดอัตราดังกล่าว ภายใน 1 ปี

  2. เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตรระดับมัธยมศึกษา ปีละ 5,000 บาท สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี ภายใน 1 ปี

  3. เสนอค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ภายใน 1 ปี

  4. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้สถานที่ทำงาน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 2 ปี

8. หมวดว่างงานและพัฒนาแรงงาน 8 นโยบาย

  1. เพิ่มเงินทดแทนกรณีลาออกจากงานเป็น 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ระยะเวลาไม่เกิน 90 วันต่อปี ภายใน 1 ปี

  2. ปรับเงื่อนไขการรับเงินทดแทนว่างงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์การหางานจริง ภายใน 1 ปี

  3. เพิ่มเงินทดแทนว่างงานอีกเดือนละ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่มีภาระดูแลบุตร คนพิการ หรือผู้สูงอายุ ภายใน 1 ปี

  4. เพิ่มเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จาก 50% เป็น 70% ภายใน 1 ปี

  5. ให้ผู้ว่างงานที่ศึกษาต่อได้รับเงินชดเชย 60% ของค่าจ้าง และขยายระยะเวลาชดเชยเพิ่ม 3 เดือน ภายใน 1 ปี

  6. เพิ่มระยะเวลารับเงินทดแทนว่างงานอีก 1 เดือน สำหรับผู้เข้ารับการอบรมระยะสั้นไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ภายใน 1 ปี

  7. เสนอสิทธิ GAP Month ให้แรงงานที่ทำงานครบ 24 เดือน สามารถลาพัฒนาทักษะ 30 วัน ได้รับเงินชดเชย 60% และกลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม ภายใน 1 ปี

  8. จัดทำฐานข้อมูลแรงงานเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทักษะ การเปลี่ยนทักษะอาชีพ และการจับคู่ตำแหน่งงาน ภายใน 2 ปี

สรุปข่าว

ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอ 77 นโยบาย แบ่งเป็นด้านบริหาร 42 ข้อ และสวัสดิการ 35 ข้อ ครอบคลุมการเพิ่มเงินบำนาญ เงินสงเคราะห์บุตร สิทธิว่างงาน ค่ารักษาพยาบาล และปฏิรูปกองทุน ตั้งเป้าผลักดันภายใน 7 วันถึง 2 ปี ทั้งหมดยังเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่สิทธิที่มีผลบังคับใช้แล้ว

เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า มีอะไรบ้าง ผู้ประกันตนได้ประโยชน์อย่างไร?

ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดตัวข้อเสนอปฏิรูประบบประกันสังคมรวม 77 นโยบาย ภายใต้เป้าหมายยกระดับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ควบคู่กับการปรับปรุงระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยกำหนดกรอบเวลาผลักดันตั้งแต่ 7 วันแรก ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี

นโยบายทั้งหมดแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านบริหาร 42 นโยบาย และด้านสวัสดิการ 35 นโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ การลงทุนกองทุนประกันสังคม การพัฒนาระบบบริการออนไลน์ ไปจนถึงการเพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร และบริการรักษาพยาบาล

ข้อเสนอดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า หากทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีตัวแทน 14 เสียงในคณะกรรมการประกันสังคม จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านใดได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 77 นโยบายยังอยู่ในสถานะข้อเสนอของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ใช่สิทธิประโยชน์ที่มีผลบังคับใช้ทั้งหมด โดยบางเรื่องจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับแก้กฎหมาย หรือกระบวนการอนุมัติตามขั้นตอน

นโยบายทั้งหมด

77 ข้อ

รวม 11 หมวด

เป้าหมายผลักดัน

2 ปี

ตามกรอบเวลาของผู้เสนอ

ด้านบริหาร

42 ข้อ (54.5%)

ด้านสวัสดิการ

35 ข้อ (45.5%)

42 นโยบายด้านบริหาร ปรับงบประมาณ เปิดข้อมูล และพัฒนากองทุน

นโยบายด้านบริหารแบ่งออกเป็น 6 หมวด รวม 42 ข้อ โดยมุ่งเน้นการบริหารเงินกองทุน การกำหนดงบประมาณ การพัฒนาระบบเทคโนโลยี การปรับปรุงกฎหมาย และการเพิ่มบทบาทของผู้ประกันตนในการตรวจสอบการดำเนินงาน

1. หมวดงบประมาณ 10 นโยบาย

ข้อเสนอด้านงบประมาณมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานประกันสังคม และจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนมากขึ้น

  1. จำกัดงบบริหารสำนักงานประกันสังคมไม่เกิน 3% ของรายรับต่อปี จากกรอบเดิมที่เว็บไซต์ระบุว่าไม่เกิน 10% ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  2. ติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล โดยให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมทุกครั้ง ภายใน 7 วัน

  3. เปิดเผยงบศึกษาดูงานและงบอุดหนุนโครงการ พร้อมจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ภายใน 7 วัน

  4. เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนร่วมเสนอความคิดเห็นในการจัดทำงบประมาณโครงการต่าง ๆ ภายใน 1 ปี

  5. พัฒนาสวัสดิการและระบบเงินเกษียณของพนักงานสำนักงานประกันสังคมให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ภายใน 1 ปี

  6. จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ โดยพิจารณาจากความจำเป็นของโครงการ ไม่ยึดตัวเลขงบประมาณปีก่อน ภายใน 1 ปี

  7. เปิดเผยรายละเอียดโครงการวงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงงบอุดหนุน เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบ ภายใน 1 ปี

  8. ผลักดันระบบเงินสมทบแบบก้าวหน้า ให้รัฐบาลและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน ภายใน 2 ปี

  9. พัฒนาการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-Vote โดยให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ดูแล ตั้งเป้าลดงบเลือกตั้งกว่า 300 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

  10. ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลือประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

2. หมวดเทคโนโลยีและบริการ 10 นโยบาย

กลุ่มนโยบายนี้มุ่งลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น

  1. ลดกรอบงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท ภายใน 7 วัน

  2. ใช้ระบบเทคโนโลยีส่วนกลางของภาครัฐและร่วมมือกับหน่วยงานอื่น แทนการลงทุนพัฒนาระบบเอง ภายใน 7 วัน

  3. เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ Open Data และ API เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ภายใน 1 ปี

  4. กำหนดให้การจัดจ้างพัฒนาระบบใหม่ใช้เทคโนโลยี Open Source เป็นมาตรฐาน ภายใน 1 ปี

  5. ผลักดันนโยบาย Cloud-first เพื่อลดต้นทุนการลงทุนและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ภายใน 1 ปี

  6. ออกแบบบริการดิจิทัลให้รองรับคนพิการ ผู้ใช้หลายภาษา และประชาชนทุกกลุ่ม ภายใน 1 ปี

  7. ปรับที่ตั้งสำนักงานประกันสังคมสาขาไปยังย่านธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรม โดยใช้พื้นที่เช่าแทนการซื้อที่ดินสร้างอาคาร ภายใน 1 ปี

  8. พัฒนาระบบให้บริการประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด ภายใน 2 ปี

  9. จัดทำระบบร้องเรียนออนไลน์ที่สามารถติดตามความคืบหน้าได้ ทั้งกรณีบริการทางการแพทย์และสำนักงานสาขา ภายใน 2 ปี

  10. จัดตั้งระบบบริการแรงงานแบบเบ็ดเสร็จ เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ขึ้นทะเบียน ส่งเงินสมทบ และดำเนินธุรกรรมว่างงานได้ในจุดเดียว ภายใน 2 ปี

3. หมวดกฎหมาย 4 นโยบาย

  1. ปรับโครงสร้างธรรมาภิบาลของสำนักงานประกันสังคมให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น ตั้งเป้าเริ่มผลักดันภายใน 7 วัน

  2. ยกเลิกข้อยกเว้นด้านอาชีพภายใต้กฎหมายประกันสังคม เพื่อขยายความครอบคลุมของระบบ ภายใน 1 ปี

  3. ปรับปรุงระเบียบการลงทุนและการหาประโยชน์จากกองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทน ภายใน 1 ปี

  4. ผลักดันระบบประกันสังคมถ้วนหน้าที่บริหารโดยตัวแทนประชาชน ภายใน 2 ปี

4. หมวดบริการทางการแพทย์ 5 นโยบาย

  1. ให้คณะกรรมการประกันสังคมประชุมร่วมกับคณะกรรมการการแพทย์ทุกครั้งที่มีวาระปรับนโยบาย ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  2. เพิ่มมาตรการจัดการสถานพยาบาลคู่สัญญาที่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ภายใน 1 ปี

  3. จัดทำแผนที่โรงพยาบาลและร้านยาที่ให้บริการผู้ประกันตน เพื่อค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัว ภายใน 1 ปี

  4. ปรับระบบค่ารักษาพยาบาลเพื่อลดการสำรองจ่าย เช่น ค่าคลอดบุตร การบำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรง ภายใน 1 ปี

  5. เปิดเผยข้อมูลสรุปข้อร้องเรียนด้านบริการรักษาพยาบาลทุกไตรมาส ภายใน 2 ปี

5. หมวดการลงทุน 5 นโยบาย

  1. ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบความผิดพลาดด้านการลงทุนของกองทุน รวมถึงการส่งข้อมูลเพื่อดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด ภายใน 7 วัน

  2. ปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนตามกรอบ 60:40 เพิ่มการลงทุนต่างประเทศ และกำหนดสินทรัพย์ทางเลือก 15% ภายใน 1 ปี

  3. เปิดเผยข้อมูลพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ภายใน 1 ปี

  4. ปรับโครงสร้างการบริหารเงินลงทุนให้เป็นมืออาชีพ มีความโปร่งใส และมีความเป็นอิสระจากระบบราชการมากขึ้น ภายใน 1 ปี

  5. เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ภายใน 2 ปี

สำหรับแนวทางพอร์ต 60:40 เว็บไซต์ไม่ได้แจกแจงสัดส่วนสินทรัพย์ทั้งสองประเภทไว้อย่างชัดเจน จึงต้องรอรายละเอียดประกอบก่อนสรุปรูปแบบการลงทุน

6. หมวดเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วม 8 นโยบาย

  1. ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและคณะอนุกรรมการทุกชุด ภายใน 7 วัน

  2. เปิดเผยบันทึกการประชุมและมติคณะกรรมการประกันสังคมต่อสาธารณะ ภายใน 7 วัน

  3. ให้สำนักงานประกันสังคมในแต่ละพื้นที่สำรวจปัญหาและความคิดเห็นของผู้ประกันตน เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ภายใน 7 วัน

  4. เปิดเผยฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกันตน ข้อมูลเชิงพื้นที่ การจ่ายสิทธิประโยชน์ เงินเดือน และการจ้างงาน ภายใน 1 ปี

  5. พัฒนาระบบประชาพิจารณ์ออนไลน์ที่ยืนยันตัวตนผู้ประกันตนได้ ภายใน 1 ปี

  6. เปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนเข้าสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการ เริ่มจากการประชุมบอร์ดใหญ่และการพิจารณางบประมาณ ภายใน 1 ปี

  7. สนับสนุนทุนการศึกษา การอบรม และงานวิจัยเกี่ยวกับประกันสังคมและรัฐสวัสดิการ ภายใน 2 ปี

  8. ส่งเสริมการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมของแรงงานทุกรูปแบบการจ้างงาน ภายใน 2 ปี

35 นโยบายด้านสวัสดิการ เพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน และดูแลครอบครัว

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือข้อเสนอด้านสวัสดิการจำนวน 35 นโยบาย แบ่งเป็น 5 หมวด ครอบคลุมผู้ประกันตนวัยทำงาน ผู้ว่างงาน ครอบครัวที่มีบุตร ผู้ป่วย และผู้เตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ

7. หมวดครอบครัวและเยาวชน 4 นโยบาย

  1. ขยายเงินสงเคราะห์บุตรครอบคลุมเด็กอายุ 7–12 ปี ในอัตราปีละ 12,000 บาท พร้อมข้อเสนอเพิ่มเป็น 13,400 บาทกรณีมีบุตรพร้อมกัน 2 คน โดยยังต้องชี้แจงรายละเอียดอัตราดังกล่าว ภายใน 1 ปี

  2. เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตรระดับมัธยมศึกษา ปีละ 5,000 บาท สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี ภายใน 1 ปี

  3. เสนอค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ภายใน 1 ปี

  4. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้สถานที่ทำงาน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 2 ปี

8. หมวดว่างงานและพัฒนาแรงงาน 8 นโยบาย

  1. เพิ่มเงินทดแทนกรณีลาออกจากงานเป็น 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ระยะเวลาไม่เกิน 90 วันต่อปี ภายใน 1 ปี

  2. ปรับเงื่อนไขการรับเงินทดแทนว่างงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์การหางานจริง ภายใน 1 ปี

  3. เพิ่มเงินทดแทนว่างงานอีกเดือนละ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่มีภาระดูแลบุตร คนพิการ หรือผู้สูงอายุ ภายใน 1 ปี

  4. เพิ่มเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จาก 50% เป็น 70% ภายใน 1 ปี

  5. ให้ผู้ว่างงานที่ศึกษาต่อได้รับเงินชดเชย 60% ของค่าจ้าง และขยายระยะเวลาชดเชยเพิ่ม 3 เดือน ภายใน 1 ปี

  6. เพิ่มระยะเวลารับเงินทดแทนว่างงานอีก 1 เดือน สำหรับผู้เข้ารับการอบรมระยะสั้นไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ภายใน 1 ปี

  7. เสนอสิทธิ GAP Month ให้แรงงานที่ทำงานครบ 24 เดือน สามารถลาพัฒนาทักษะ 30 วัน ได้รับเงินชดเชย 60% และกลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม ภายใน 1 ปี

  8. จัดทำฐานข้อมูลแรงงานเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทักษะ การเปลี่ยนทักษะอาชีพ และการจับคู่ตำแหน่งงาน ภายใน 2 ปี

9. หมวดสุขภาพ 7 นโยบาย

  1. เพิ่มการประชาสัมพันธ์สิทธิส่งเสริมสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพเชิงรุก วัคซีน การยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย และการป้องกันโรค ภายใน 7 วัน

  2. เสนอเงินชดเชย 100% ของฐานเงินเดือน สำหรับการลาดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยหนักหรือมีภาวะพึ่งพิง สูงสุด 15 วันต่อปี ภายใน 1 ปี

  3. เพิ่มสิทธิการดูแลระยะยาวและบริการฟื้นฟูระยะกลาง โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับผิดชอบบริหาร ภายใน 1 ปี

  4. เพิ่มช่องทางรับยาจากร้านยาใกล้บ้านสำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ ภายใน 1 ปี

  5. เพิ่มสิทธิขูดหินปูนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องสำรองจ่าย ปีละ 2 ครั้ง ภายใน 1 ปี

  6. เพิ่มสิทธิรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก วงเงิน 300 บาทต่อคน ภายใน 1 ปี

  7. ทยอยให้ สปสช. รับผิดชอบงบประมาณบริการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานตามช่วงอายุ ภายใน 2 ปี

10. หมวดบำนาญ 12 นโยบาย

หมวดบำนาญเป็นหมวดที่มีจำนวนข้อเสนอมากที่สุดของกลุ่มสวัสดิการ โดยครอบคลุมทั้งการปรับสูตรคำนวณบำนาญ การเพิ่มรายได้หลังเกษียณ และการขยายสิทธิให้ผู้ประกันตนบางกลุ่ม

  1. ผลักดันสูตรคำนวณบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันที ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  2. เพิ่มเงินบำนาญสำหรับผู้ที่เลื่อนเวลารับบำนาญ โดยเสนอเพิ่ม 3% เมื่อเริ่มรับหลังอายุ 60 ปี เพิ่ม 10% หลังอายุ 65 ปี และเพิ่ม 15% หลังอายุ 70 ปี ภายใน 1 ปี

  3. ปรับเพิ่มเงินบำนาญทุกปีตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยกำหนดอัตราเพิ่มไม่เกิน 1% ต่อครั้ง ภายใน 1 ปี

  4. กำหนดหลักประกันบำนาญขั้นต่ำสำหรับผู้ส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ แต่ได้รับบำนาญต่ำกว่า 30% ของค่าจ้าง ด้วยระบบ Pension Point ภายใน 1 ปี

  5. เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนรับบำนาญก่อนอายุ 55 ปี หากส่งเงินสมทบเกิน 20 ปี และมีคำวินิจฉัยข้อจำกัดด้านสุขภาพจากการทำงานเดิม ภายใน 1 ปี

  6. จัดวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกันตนวัยเกษียณที่ต้องการเริ่มประกอบอาชีพใหม่ ภายใน 1 ปี

  7. เปิดสิทธิรับเงินบำนาญล่วงหน้าเป็นเงินก้อนสูงสุด 60 เดือน โดยคำนวณจาก 40% ของบำนาญรายเดือน ภายใน 1 ปี

  8. อนุญาตให้ผู้รับบำนาญมาตรา 33 และมาตรา 39 สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้โดยไม่จำกัดอายุ ภายใน 1 ปี

  9. ลดเงินสมทบมาตรา 40 ลง 50% สำหรับผู้สมัครใหม่ที่ชำระเงินสมทบล่วงหน้า 1 ปีในปีแรก ภายใน 1 ปี

  10. กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญต้องผ่านกระบวนการประชามติของผู้ประกันตน ภายใน 2 ปี

  11. ปรับเพดานเงินสมทบให้สัมพันธ์กับค่าจ้างจริง โดยใช้ข้อมูลค่าจ้างที่เปอร์เซ็นไทล์ 90 ซึ่งเว็บไซต์ยกตัวเลขอ้างอิง 35,000 บาท ภายใน 2 ปี

  12. ตั้งเป้าให้ผู้รับบำนาญรายใหม่อย่างน้อย 70% ได้รับเงินบำนาญไม่น้อยกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น ภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ ตัวเลข 35,000 บาทในข้อเสนอเรื่องเพดานเงินสมทบเป็นตัวเลขประกอบแนวนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นเพดานเงินสมทบที่มีผลใช้อยู่ในปัจจุบัน

11. หมวดสวัสดิการทางอ้อม 4 นโยบาย

  1. พัฒนาโครงการศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพ Hiw × เมือง สำหรับผู้ประกันตน ภายใน 2 ปี

  2. สนับสนุนค่าเช่าพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มขายสินค้าโดยไม่เสียค่าเช่าหรือชำระเฉพาะค่าส่วนกลางในปีแรก ภายใน 2 ปี

  3. จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 สำหรับซื้ออุปกรณ์หรือปรับปรุงร้านค้าให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาล ภายใน 2 ปี

  4. จัดพื้นที่ค้าขายพร้อมระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ท่อแก๊ส ระบบระบายควัน และระบบชำระเงินส่วนกลาง ภายใน 2 ปี

สรุปตัวเลขสำคัญ 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า

ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในข้อเสนอมีดังนี้

สิทธิประโยชน์ที่เสนอ

รายละเอียด

เงินสงเคราะห์บุตร 7–12 ปี

12,000 บาทต่อปี

ค่าเล่าเรียนบุตร

5,000 บาทต่อปี

ค่าคลอดบุตร

17,500 บาท

ค่าฝากครรภ์

4,300 บาท

ว่างงานกรณีลาออก

60% ของค่าจ้างเฉลี่ย

ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย

70%

เงินเพิ่มกรณีมีผู้ต้องดูแล

1,000 บาทต่อเดือน

ลาดูแลครอบครัว

ชดเชย 100% สูงสุด 15 วันต่อปี

ลาพัฒนาทักษะ

30 วัน ชดเชย 60%

ขูดหินปูน

ปีละ 2 ครั้ง

สินเชื่อเริ่มอาชีพวัยเกษียณ

วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท


77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า จะเริ่มใช้เมื่อไหร่?

เว็บไซต์ทีมประกันสังคมก้าวหน้าระบุเป้าหมายผลักดันนโยบายออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะ 7 วันแรก เน้นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและตรวจสอบ เช่น การจำกัดงบบริหาร การเปิดเผยข้อมูลการประชุม การติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล และการผลักดันสูตรบำนาญ CARE

ระยะภายใน 1 ปี ครอบคลุมข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์จำนวนมาก ทั้งเงินสงเคราะห์บุตร ค่าคลอดบุตร การเพิ่มเงินทดแทนว่างงาน การรักษาพยาบาล และการปรับปรุงระบบบริหารกองทุน

ระยะภายใน 2 ปี มุ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระยะยาว เช่น การขยายระบบประกันสังคมถ้วนหน้า การให้บริการออนไลน์ 99% การปรับเพดานเงินสมทบ และการจัดสวัสดิการสนับสนุนผู้ประกันตนประกอบอาชีพ

อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ทีมผู้เสนอกำหนดขึ้น ยังไม่ใช่กำหนดการบังคับใช้ของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องแก้กฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุน จำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมด้านงบประมาณ แหล่งเงิน และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

ผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ต้องติดตามอะไร?

นโยบายทั้ง 77 ข้อมีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนหลายกลุ่ม แต่สิทธิประโยชน์ที่แต่ละกลุ่มจะได้รับขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละข้อเสนอ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ เงินทดแทนว่างงาน การลาพัฒนาทักษะ สวัสดิการครอบครัว การรักษาพยาบาล และการคำนวณบำนาญ

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 มีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการรับบำนาญ การสมัครเข้าสู่มาตรา 40 หลังเกษียณ และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบอาชีพ

ขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 มีข้อเสนอเกี่ยวกับการลดเงินสมทบในปีแรกสำหรับผู้สมัครที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อร้านค้าและพื้นที่ประกอบอาชีพ

ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์จริง ผู้ประกันตนยังต้องยึดหลักเกณฑ์และประกาศที่มีผลบังคับใช้ของสำนักงานประกันสังคมเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดนโยบายได้จาก เว็บไซต์ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเผยแพร่ชุดข้อเสนอทั้ง 77 ข้อ พร้อมกรอบเวลาการผลักดันแต่ละนโยบาย


 

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ