
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ กลไกใหม่รับมือภัยธรรมชาติ รัฐช่วยจ่ายเบี้ย คุ้มครองประชาชน 30 ล้านครัวเรือน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงมากขึ้น ทั้งน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน และภาคการเกษตรเป็นวงกว้าง ขณะที่การเยียวยาหลังเกิดภัยแม้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือ
แนวคิด “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” จึงถูกผลักดันขึ้นเพื่อเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้จัดทำระบบดังกล่าว พร้อมให้ภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชน ครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
เบื้องต้นกำหนดให้ครอบคลุมภัยธรรมชาติสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยภาครัฐจะเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และอาจไม่สามารถซื้อประกันภัยด้วยตนเองได้
แนวทางดังกล่าวยังมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบประกันภัย เพราะภัยธรรมชาติไม่ได้เลือกว่าจะเกิดกับครัวเรือนที่มีรายได้มากหรือน้อย และเมื่อเกิดความเสียหาย ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากมักต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นหลัก
สรุปข่าว
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ กลไกใหม่รับมือภัยธรรมชาติ รัฐช่วยจ่ายเบี้ย คุ้มครองประชาชน 30 ล้านครัวเรือน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงมากขึ้น ทั้งน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน และภาคการเกษตรเป็นวงกว้าง ขณะที่การเยียวยาหลังเกิดภัยแม้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือ
แนวคิด “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” จึงถูกผลักดันขึ้นเพื่อเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้จัดทำระบบดังกล่าว พร้อมให้ภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชน ครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
เบื้องต้นกำหนดให้ครอบคลุมภัยธรรมชาติสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยภาครัฐจะเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และอาจไม่สามารถซื้อประกันภัยด้วยตนเองได้
แนวทางดังกล่าวยังมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบประกันภัย เพราะภัยธรรมชาติไม่ได้เลือกว่าจะเกิดกับครัวเรือนที่มีรายได้มากหรือน้อย และเมื่อเกิดความเสียหาย ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากมักต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นหลัก
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการการจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และให้ภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชน
โดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมระดับครัวเรือน 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนสู่ “การเตรียมระบบรองรับความเสี่ยงล่วงหน้า” ซึ่งประชาชนจะได้รับสิทธิความคุ้มครองและเงินชดเชยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่ภาครัฐสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและงบประมาณได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เบื้องต้นได้กำหนดไว้ว่า ความคุ้มครองที่อยู่อาศัย กรณีเกิดอุทกภัย ระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ส่วนกรณีเกิดวาตภัยหรือแผ่นดินไหว จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหม จะดำเนินการภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง
โดยมีวงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน สำหรับความคุ้มครองต่อชีวิต กรณีมีการเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท
ภาครัฐจะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาตินี้ ภาครัฐจะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน โดยจะมีค่าเบี้ยประกันต่อปีประมาณ 15,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นวงเงินที่น้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาที่ภาครัฐจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในแต่ละปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ค่าถุงยังชีพ ค่าจัดตั้งศูนย์พักพิง ค่าอาหาร
หากไม่เกิดสถานการณ์ขึ้น วงเงินที่รัฐเสียไปถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิม และเป็นการจำกัดความเสี่ยง ภาครัฐจ่ายเงินลดน้อยลง แต่การคุ้มครองจะครอบคลุมและเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น
“รัฐบาล โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็น และเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก แก้ไข หรือปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยที่มีอยู่เดิม
โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว จะได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐในการช่วยเหลือและเยียวยาที่เป็นระบบ รวดเร็ว และทั่วถึง“ นางสาวพลอยทะเล กล่าว
- รัฐเร่งรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ทุ่มงบฟื้นฟูภาคใต้กว่า 843 ล้าน ดันแผนระยะสั้น-ยาวรับฤดูฝน
- เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมถึง 2 ก.ย. อ่างทั่วประเทศมีน้ำ 65%
- ถอดบทเรียนเนปาล-ทิเบต หากฝนถล่ม-ดินอุ้มน้ำเต็ม “ไทย” ก็เสี่ยงเจอภัยนี้ได้เช่นกัน
- น้ำท่วมฉับพลัน ในเนปาลและทิเบต ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 390 ราย สูญหายกว่า 1,400 คน
- เยียวยาน้ำท่วม รัฐย้ำ “ไม่ต้องใช้เอกสาร” แล้ว เงินถึงมือเร็วขึ้น ลดภาระผู้ประสบภัย
ที่มาข้อมูล : รัฐบาล
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
