
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมคณะติดตามนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยได้ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน เพื่อรับฟังแนวทางการปรับปรุงและเพิ่มความจุของแก้มลิง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรองรับและหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่ อาทิ โครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ และโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบป้องกันและระบายน้ำในเขตเมืองหาดใหญ่
นายทรงศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปีงบประมาณ 2569 สำหรับโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคาร รวมถึงระบบระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จำนวน 67 รายการ วงเงินรวมกว่า 843 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งรัดการดำเนินโครงการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผน และแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน
สรุปข่าว
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมคณะติดตามนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยได้ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน เพื่อรับฟังแนวทางการปรับปรุงและเพิ่มความจุของแก้มลิง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรองรับและหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่ อาทิ โครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ และโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบป้องกันและระบายน้ำในเขตเมืองหาดใหญ่
นายทรงศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปีงบประมาณ 2569 สำหรับโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคาร รวมถึงระบบระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จำนวน 67 รายการ วงเงินรวมกว่า 843 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งรัดการดำเนินโครงการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผน และแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน
เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนของภาคใต้ รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้จังหวัดสงขลา กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ให้ตรวจสอบความพร้อมของประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ รวมถึงระบบแจ้งเตือนภัย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำหลาก
สำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมและเร่งดำเนินการ เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณ โดยไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างปีงบประมาณที่อาจส่งผลกระทบต่อการป้องกันน้ำท่วมและประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ สทนช. เร่งขับเคลื่อนแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก่อนเสนอให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณา และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
ด้านนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลามีแผนงานและโครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปีงบประมาณ 2569 รวม 272 โครงการ วงเงินกว่า 3,165 ล้านบาท
เมื่อดำเนินการแล้ว จะช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 17,500 ไร่ มีพื้นที่ได้รับการป้องกันกว่า 28,700 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 14,200 ครัวเรือน เพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำได้กว่า 5.6 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถป้องกันการกัดเซาะตลิ่งได้ระยะทางกว่า 4,000 เมตร
ขณะที่แผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีจำนวน 143 รายการ วงเงินรวมกว่า 2,210 ล้านบาท ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์อีก 5,770 ไร่ ประชาชนกว่า 13,683 ครัวเรือนได้รับประโยชน์ และมีพื้นที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วมเพิ่มเติมกว่า 10,000 ไร่
นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูระบบนิเวศและการระบายน้ำในพื้นที่ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า มีระยะทางขุดลอก 13.55 กิโลเมตร
อีกโครงการคือ โครงการระบบระบายน้ำหลักในพื้นที่ชุมชนสะเดา ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ครอบคลุมพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 2,694 ไร่ และคาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 5,236 ครัวเรือน โดยทั้งสองโครงการมีแผนดำเนินการในปี 2571
การเร่งเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและพื้นที่รองรับน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างหาดใหญ่ และวางระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเร่งด่วนไปจนถึงระยะยาว
- ทะเลสูงขึ้นไม่หยุด! ระดับน้ำพุ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ เมืองชายฝั่งเสี่ยงหายใต้ทะเล
- เนเธอร์แลนด์เดือด! ร้อนทุบสถิติ 125 ปี
- ไฟป่ายุโรปเอาไม่อยู่! ร้อนจัด–แล้งหนัก จุดชนวนหายนะลุกลาม
- เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมถึง 2 ก.ย. อ่างทั่วประเทศมีน้ำ 65%
- หลังคาโลกกำลังละลาย ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น 2 เท่า อนาคตเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มถี่ขึ้น
